xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

เฮ้อ....นช.หนีคดี“ทักษิณ” ติด 1 ใน 11 มหาเศรษฐีไทย 58

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ทักษิณ ชินวัตร
ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -เป็นที่ฮือฮาเมื่อนิตยสารฟอร์บส์ (Forbes) นิตยสารด้านเศรษฐกิจและการเงินชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ได้เผยผลการจัดอันดับมหาเศรษฐีโลก ประจำปี 2015ซึ่งได้ปรากฏโฉมหน้ามหาเศรษฐีที่ทั้งคุ้นหน้า คุ้นตา เป็นที่รู้จักในฐานะนักธุรกิจ และนักลงทุนระดับโลก โดยเฉพาะเศรษฐีเมืองไทยที่ต้องคดีอาญา อย่างทักษิณ ชินวัตร ยังคงติดโผเช่นเคย

ทั้งนี้ มหาเศรษฐีระดับโลกอย่าง บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ ยังคงครองแชมป์มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก เป็นปีที่ 16 โดยมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นราว 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 7.92 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ส่วนอันดับสองคือ นายคาร์ลอส สลิม นักธุรกิจชาวเม็กซิโก โดยเขาเป็นเจ้าของธุรกิจการสื่อสารโทรคมนาคมและการพลังงานอเมริกา รวมทั้งเครือข่ายค้าปลีกและกลุ่มอุตสาหกรรมกรูโป คาร์โซ มีทรัพย์สิน 7.71 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และอันดับ 3 ได้แก่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนระดับโลก ทรัพย์สินสุทธิ 7.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ที่น่าสนใจ คือโฉมหน้ามหาเศรษฐีเมืองไทยที่ฟอร์บส์ได้จัดอันดับ เศรษฐีของไทยที่มีทรัพย์สินตั้งแต่ 1,000 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป ซึ่งก็มีเศรษฐีเมืองไทยติดอันดับอยู่ 11 รายด้วยกัน โดยเฉพาะชื่อของนักโทษชายหนีคดีทักษิณ ชินวัตร ติดอยู่ในอันดับที่ 7 และอันดับ 1,118 ของโลก มีทรัพย์สิน 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ55,000 ล้านบาท)

ทั้งนี้ การจัดอันดับของฟอร์บส์ได้แสดงให้เห็นว่า แม้ว่านช.หนีคดีทักษิณไม่ได้อยู่ที่เมืองไทย มีสถานะเป็นนักโทษชายหนีคดีทุจริต คอร์รัปชั่น ทว่า เขาก็ยังติดมหาเศรษฐี มีเงินกว่าห้าหมื่นล้าน ใช้ชีวิตอยู่สุขสบาย ในต่างถิ่น ต่างแดน

ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ การจัดอันดับของฟอร์บในปี 2558นี้ ยังได้ปรากฏชื่อของนายวิชัย ทองแตง ซึ่งเป็นอดีตทนายความของทักษิณ ชินวัตร ในคดีซุกหุ้นเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วก็ร่ำรวยไม่แพ้กัน โดยเขาได้ผันตัวเองเป็นนักลงทุนอิสระใน ตลาดหุ้น และลงทุนในธุรกิจต่างๆ ซึ่งขยับขึ้นพรวดติดอันดับต้นๆเศรษฐีของประเทศไทย ที่สำคัญคือมีทรัพย์สินพอๆกับ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นลูกความของเขา

สำหรับอันดับมหาเศรษฐีเมืองไทย ที่ฟอร์บส์ระบุว่ามีทรัพย์สินตั้งแต่ 1,000 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป ประจำปี 2558 มีดังต่อไปนี้

1.ธนินทร์ เจียรวนนท์ (ซีพี) มีทรัพย์สิน 13,600 ล้านดอลลาร์ ติดอันดับ 81 ของโลก

2.เจริญ สิริวัฒนภักดี (เบียร์ช้าง) 13,200 ล้านดอลลาร์ อันดับ 87 ของโลก

3.กฤตย์ รัตนรักษ์ (ช่อง 7) 3,800 ล้านดอลลาร์ อันดับ 87 ของโลก

4.วาณิช ไชยวรรณ (ไทยประกันชีวิต) 3,700 ล้านดอลลาร์ อันดับ 462 ของโลก

5.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ (บางกอกแอร์แวร์ส์) 2,800 ล้านดอลลาร์ อันดับ 663 ของโลก

6.วิชัย ศรีวัฒนประภา (คิง เพาเวอร์) 2,600 ล้านดอลลาร์ อันดับ 714 ของโลก

7.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว 1,700 ล้านดอลลาร์ อันดับ 1,118 ของโลก

8.ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ (พฤษาเรียลเอสเตท) 1,700 ล้านดอลลาร์ อันดับ1,118 ของโลก

9.คีรี กาญจนพาสน์ (บีทีเอส) 1,700 ล้านดอลลาร์ อันดับ 1,173 ของโลก

10.สุดธิดา รัตนรักษ์ 1,700 ล้านดอลลาร์ (สื่อสารมวลชน, อสังหาริมทรัพย์) อันดับ 1,173 ของโลก

11.วิชัย ทองแตง 1,600 ล้านดอลลาร์ (นักลงทุน) อันดับ 1,190 ของโลก


อย่างไรก็ตาม ความร่ำรวยของทักษิณ ชินวัตร จนมีชื่อติดโผอันดับเศรษฐีเมืองไทยในปี 2558 นั้น ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด เพราะชื่อของเขาปรากฏอยู่ในอันดับเป็นมหาเศรษฐีของไทยมาต่อเนื่องโดยตลอด

ทั้งนี้ ถ้าหากย้อนกลับไปดูทรัพย์สินของทักษิณ ที่ฟอร์บส์จัดอันดับให้เขาติดมหาเศรษฐีเมืองไทย ตั้งแต่ที่ทักษิณถูกอายัดทรัพย์สินอย่างน้อย 1,520 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 48,640 ล้านบาท) เมื่อเดือนกันยายน ปี 2549และระเหเรร่อนอยู่ในดูไบและลอนดอน ทว่า ทรัพย์สินของนักโทษชายหนีคดีคนนี้ ก็ยังคงเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,200 ล้านบาท) ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เขาถูกจัดอยู่ในอันดับเศรษฐีเมืองไทย ที่ฟอร์บส์จัดอันดับให้ร่ำรวยติดอันดับที่ 16 ของไทย ในปี 2552

ต่อมา ปี 2553แม้องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้วินิจฉัยคดียึดทรัพย์ ทักษิณ ชินวัตร จำนวนกว่า 4.6 หมื่นล้านบาท จากการขาย โอนหุ้นโดยมิชอบ แต่นั่นก็มิได้มีผลสะเทือนต่อความมั่งคั่งของเขา โดยนิตยสารฟอร์บส์จัดอันดับเศรษฐีเมืองไทย ซึ่งปรากฏชื่อทักษิณอยู่อันดับที่ 23 ทรัพย์สินรวม 390 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 12,480 ล้านบาท

กระทั่งในปี 2554 ชื่อของทักษิณเป็นที่ฮือฮาแก่คนในสังคม อีกทั้งนิตยสารฟอร์บส์ถึงกับระบุว่าเขาเป็นบุคคลที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิดที่สุดในตอนนั้น โดยฟอร์บส์จัดอันดับมหาเศรษฐีเมืองไทย ประจำปี 2554 ปรากฏรายชื่อทักษิณขยับขึ้นจากอันดับที่ 23 ขึ้นพรวดมาอยู่อันดับที่ 19 โดยเขามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 53 % เป็น 600 ล้านดอลลาร์ เพราะผลจากการแตกหุ้น และราคาหุ้นบริษัท เอสซี แอสเสท บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของตระกูลชินวัตร ที่ทะยานพรวด 2 เท่าตัว

และต่อมาในปี 2555 นิตยสารฟอร์บส์ได้เปิดเผยรายชื่อ 40 อันดับมหาเศรษฐีของไทย ในการจัดอันดับ 40 มหาเศรษฐี ประจำปี 2555 ปรากฏชื่อของทักษิณ หล่นไปอยู่ที่อันดับที่ 23 ทว่า มีทรัพย์สินคงเดิมคือ 600ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท)

จนกระทั่งในปี 2556 ทรัพย์สินของทักษิณก็ได้ขยับขึ้นพรวดจำนวนมหาศาล โดยนิตยสารฟอร์บส์ ประเทศไทย เผยอันดับดับ 50 อันดับมหาเศรษฐีไทย 50 ราย โดยมีทักษิณ ชินวัตรซึ่งก้าวกระโดดจากอันดับที่ 23 ทรัพย์สิน 600ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 10 มีทรัพย์สิน 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ5.3 หมื่นล้านบาท) เลยทีเดียว

นั่นจึงเป็นเรื่องที่ไม่เหนือความคาดหมายที่ในปี 2558 ชื่อของทักษิณ ชินวัตร จะปรากฏติดอยู่ในอันดับที่ 7มหาเศรษฐีเมืองไทย ที่นิตยสารฟอร์บส์ได้จัดอันดับเศรษฐีเมืองไทยมีทรัพย์สินตั้งแต่ 1,000 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป โดยทักษิณมีทรัพย์สิน 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ5.3หมื่นล้านบาท)

สิ่งที่เกิดขึ้นช่างตรงข้ามกับความเป็นจริงในประเทศไทยยิ่งนัก เพราะในขณะที่คนไทยจนลงๆ และประเทศไทยต้องหาเงินมาใช้หนี้จำนวนมหาศาลที่รัฐบาลโคลนนิ่งผู้น้องสร้างไว้นับแสนล้านบาท ทักษิณ ชินวัตร ที่มีสถานะเป็นนักโทษชายหนีคดีกลับร่ำรวยขึ้นพรวดพราดติดอันดับ 1 ใน 11 มหาเศรษฐีเมืองไทย


กำลังโหลดความคิดเห็น