xs
xsm
sm
md
lg

ทักษิณทุจริตไม่ใช่อำมาตย์แกล้ง

เผยแพร่:   โดย: สุรวิชช์ วีรวรรณ

ผมมานั่งคิดว่าสงครามสีสองขั้วความขัดแย้งของสังคมไทยนั้นจะเดินทางไปสู่จุดไหน ผมไม่ได้คิดว่า สังคมไทยแบ่งเป็นฝ่ายเสรีนิยมกับอนุรักษนิยมอย่างที่มีการแบ่งฝ่ายกัน ไม่ใช่ว่า สังคมไทยจะไม่มีแนวคิดแบบเสรีนิยมหรืออนุรักษนิยมอยู่ แต่ผมคิดว่า ความแตกต่างอุดมการณ์ทางการเมืองของไทยไม่สามารถแบ่งเป็นขั้วเสรีนิยมกับอนุรักษนิยมได้

ผมไม่ได้พูดถึงปัจจุบันนะครับที่เราถูกปกครองด้วยรัฐบาลทหาร ภายใต้กฎอัยการศึก และรัฐธรรมนูญชั่วคราว แน่นอนว่าขณะนี้เสรีภาพของเราถูกจำกัด เรามีรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติที่มาจากการแต่งตั้งของทหาร เสรีภาพของประชาชนและเสรีภาพสื่อถูกควบคุม ถึงตอนนี้เราก็ยังเชื่อมั่นว่า เหตุการณ์นี้เป็นเพียงชั่วคราวเพื่อจะเปลี่ยนผ่านไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

เพียงแต่ผมรับไม่ได้ที่ฝ่ายสนับสนุนทักษิณพยายามเรียกตัวเองว่า ฝ่ายเสรีนิยมและเรียกฝ่ายตรงข้ามว่าฝ่ายอนุรักษนิยม โดยพยายามโยงให้เป็นเรื่องไพร่กับอำมาตย์ ฝ่ายสนับสนุนทักษิณเรียกตัวเองว่าฝ่ายก้าวหน้าและเรียกฝ่ายตรงข้ามว่าฝ่ายล้าหลัง

ทั้งนี้ ไม่ได้มองนะครับว่า การถูกหาว่าเป็นฝ่ายอนุรักษนิยมจะเป็นเรื่องเลวร้ายอะไร

เราคงต้องยอมรับโดยดุษฎีนะครับว่า แนวคิดของคนเสื้อแดงบางส่วนมีความคิดที่สนับสนุนระบอบสาธารณรัฐและต่อต้านระบอบกษัตริย์หรือล้มเจ้าซ่อนอยู่ ทั้งนี้ในความหมายว่าไม่ใช่คนเสื้อแดงทั้งหมดล้มเจ้า แต่คนล้มเจ้าทั้งหมดเป็นเสื้อแดง หรือถ้าจะพูดอย่างเป็นธรรมมีคนล้มเจ้าเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ฝังตัวอยู่ในมวลชนเสื้อแดง โดยพวกนี้มองว่า ระบอบกษัตริย์เป็นอุปสรรคต่อระบอบประชาธิปไตย

แนวคิดนี้ฝังหัวอยู่ในกลุ่มนักวิชาการและปัญญาชนหลายคนทั้งในมหาวิทยาลัย นักการเมืองที่มีความเชื่อว่าสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทางการเมืองหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่า คนในสังคมไทยส่วนใหญ่ยังคงยอมรับระบอบกษัตริย์ ดังนั้น ผมจึงมองว่าความแตกต่างเรื่องระบอบการเมืองไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งหรือไม่ใช่เหตุผลหลักของความขัดแย้งที่จะเอามาปลุกปั่นได้ แต่ความขัดแย้งของสังคมไทยนั้นมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่เอาทักษิณกับไม่เอาทักษิณเท่านั้นเอง

ผมเชื่อว่าแนวคิดเสรีนิยมที่มุ่งจำกัดบทบาทของรัฐและเน้นการเลือกตั้งเสรีและยุติธรรม สิทธิพลเมือง เสรีภาพสื่อ เสรีภาพทางศาสนา การค้าเสรีและทรัพย์สินส่วนบุคคล เป็นความต้องการร่วมของทุกฝ่ายไม่ว่าเสื้อเหลืองหรือแดง เพียงแต่คนเสื้อเหลืองนั้นยึดมั่นการเมืองที่สุจริตภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมองว่าระบอบทักษิณเป็นระบอบที่ฉ้อฉล แต่คนเสื้อแดงส่วนใหญ่มองว่า ทักษิณเป็นนักการเมืองที่พวกเขาเทิดทูนบูชา

การกล่าวหาฝ่ายสนับสนุนระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และไม่ยอมรับระบอบทักษิณเป็นพวกอนุรักษนิยมหรือพวกล้าหลังนั้นดูจะเป็นความคิดที่คับแคบจนเกินไป เพราะฝ่ายที่ต่อต้านระบอบทักษิณเขาต่อต้านการเมืองที่ทุจริตและไม่โปร่งใส เพราะระบอบทักษิณคอร์รัปชัน สร้างนโยบายที่แสวงหาประโยชน์ เล่นพรรคเล่นพวก ทำลายระบอบคุณธรรม ทำลายระบบการตรวจสอบ ซึ่งชัดเจนว่า แนวคิดที่กลุ่มต่อต้านทักษิณเรียกร้องนี่แหละคือเสรีนิยม แต่พฤติกรรมของระบอบทักษิณที่ระบุมาทั้งหมดล้วนอยู่ขั้วตรงข้ามกับแนวคิดเสรีนิยมทั้งสิ้น

ดังนั้น การมองว่า คนไทยที่เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นฝ่ายอนุรักษนิยมหรือล้าหลังเป็นมุมมองที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงเพราะคนไทยมองว่า สถาบันพระมหากษัตริย์น่าเทิดทูนเพราะพระมหากษัตริย์พระองค์นี้และที่ผ่านมาได้ทำประโยชน์ให้กับสังคมไทยอย่างอเนกอนันต์ มิใช่เพราะมีแนวคิดศรัทธาแบบเชื่อหลงงมงาย และสถาบันกษัตริย์แม้จะสืบทอดมายาวนานแต่ก็มีวิวัฒนาการให้สอดคล้องกับสังคมและโลกตามลำดับ ในทางการเมืองเราก็เปลี่ยนจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มีอำนาจอยู่ที่พระมหากษัตริย์ตั้งนานแล้ว

ผมคิดว่าการยึดมั่นต่อพระราชกรณียกิจที่กระทำต่อประเทศชาติคือแนวทางที่ทำให้คนไทยส่วนใหญ่เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้น คนกลุ่มนี้จึงต้องการนักการเมืองที่ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติในแบบเดียวกับที่พระมหากษัตริย์ทรงกระทำ และรับไม่ได้กับนักการเมืองที่ฉ้อฉล ต่างกับคนอีกกลุ่มที่ลุ่มหลงในระบอบทักษิณเพราะเขาคิดว่า ทักษิณได้ทำประโยชน์ให้กับแผ่นดินแต่ถูกกลั่นแกล้งจนไปขุดเอาธรรมเนียมในระบอบเก่าซึ่งเลิกไปแล้วมาหลอกหลอนชาวบ้านเรื่องไพร่กับอำมาตย์เพื่อปลุกปั่นมวลชนและสร้างวาทกรรมก้าวหน้ากับล้าหลังขึ้นมา

ทั้งที่จริงแล้วทักษิณถูกศาลตัดสินเพราะทุจริตคอร์รัปชันในการซื้อที่ดินรัชดาภิเษก เพราะใช้สถานะนายกรัฐมนตรีของตัวเองเข้าไปรับรองการทำธุรกรรมของภรรยาซึ่งเป็นความผิดฐาน “เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันเป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้ส่วนเสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐ ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีอำนาจกำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบหรือดำเนินคดี และเป็นเจ้าพนักงาน และสนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นฯ” ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542

กฎหมายเขาเขียนห้ามไว้แล้ว ไม่ใช่เพิ่งเขียนขึ้นเพื่อเอาผิดทักษิณ แต่ฝ่ายที่สนับสนุนก็เอาไปพูดตัดตอนเพียงว่า ทักษิณเซ็นชื่อให้ภรรยาซื้อที่ดินแค่นั้นก็มีความผิด

การกระทำความผิดของทักษิณจึงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายไม่ใช่อำมาตย์ที่ไหนกลั่นแกล้งอย่างที่กล่าวหากัน พฤติกรรมแบบนี้พวกที่พยายามเรียกตัวเองว่าฝ่ายก้าวหน้าหรือฝ่ายเสรีนิยมก็ควรจะรังเกียจด้วยไม่ใช่หรือ

หรือว่าฝ่ายที่เรียกตัวเองก้าวหน้าและเสรีนิยมมีความคิดว่า คอร์รัปชันไม่เป็นไรขอให้ประชาชนได้ประโยชน์ด้วย

คนเสื้อแดงส่วนหนึ่งพยายามเรียกหากฎหมายที่ยุติธรรมและกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรม ก็ควรมองที่ข้อเท็จจริงตรงนี้แล้วสุดท้ายทักษิณก็หลบหนีความผิดออกนอกประเทศมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะใครไปผลักไสไล่ส่งเลย ถ้าทักษิณเคารพกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ป่านนี้ทักษิณก็คงออกจากคุกไปตั้งนานแล้ว

ดังนั้น สงครามสีในสังคมไทยไม่ใช่เรื่องของฝ่ายเสรีนิยมกับอนุรักษนิยม ไพร่กับอำมาตย์ ก้าวหน้ากับล้าหลัง แต่เป็นเรื่องการกระทำความผิดแล้วไปปลุกปั่นในหมู่มวลชนที่สนับสนุนทักษิณด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จเท่านั้นเอง
กำลังโหลดความคิดเห็น...