xs
xsm
sm
md
lg

เตือน4จังหวัดใต้ฝนตกหนัก ไทยตอนล่างคลื่นสูง2-3เมตร

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ASTVผู้จัดการรายวัน - กรมอุตุฯเตือน 4 จังหวัดใต้ระวังอันตรายจากฝนตกอีก 1-2 วัน อ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูง 2-3 เมตร ปภ.สรุปยอดท่วม 8 จังหวัด 60 อำเภอ 350 ตำบล 2,053 หมู่บ้าน เสียชีวิต 11 ราย "นคร-สุราษฎร์"คลี่คลายแล้ว "พัทลุง-สงขลา"ยังอ่วมน้ำล้นท่วมทุกอำเภอรอบทะเลสาบ ชาวบ้านยะลาขวัญผวา ลุยน้ำเข้าบ้านเจอจระเข้พุ่งสวนจะทำร้าย โชคดีหนีทัน ด้านเรือน้ำมันปาล์มเกยโขดหินยังกู้ไม่ได้ ขณะน้ำมันยังไหลทะลักเกลื่อนชายหาด-ทะเล

เมื่อเวลา 11.00 น. วานนี้(25 ธ.ค. นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ"ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ตอนล่าง และคลื่นลมแรงในอ่าวไทย" ฉบับที่ 20 ว่ามรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้เริ่มมีฝนลดลง แต่ประชาชนบริเวณจ.พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ยังต้องเฝ้าระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมต่อไปอีก 1-2 วัน

ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ตั้งแต่จ.นครศรีธรรมราช ลงไปมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่ง ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย

อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงที่แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้นอีก 1-2 องศาเซลเซียส กับมีหมอกหนาในบางพื้นที่ แต่ยังคงทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวเย็น

วันเดียวกัน ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ รายงานภาพรวมเหตุการณ์ทั่วไปฝั่งอ่าวไทย ว่ายังคงมีน้ำล้นตลิ่งคลองอู่ตะเภา อ.สะเดา และอ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา แม่น้ำโก-ลก อ.แว้ง อ.สุไหงโก-ลก คลองตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส แม่น้ำปัตตานี อ.เมือง จ.ยะลา คลองดุสน อ.เมือง จ.สตูล

ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) รายงานสถานการณ์อุทกภัย ว่า ณ วันที่ 25 ธันวาคม มีพื้นที่ประสบภัย 8 จังหวัด ประกอบด้วย จ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวม 60 อำเภอ 350 ตำบล 2,053 หมู่บ้าน มีผู้เสียชีวิต 11 ราย แยกเป็น จ.ยะลา 3 ราย นราธิวาส 2 ราย ปัตตานี 2 ราย สงขลา 2 ราย พัทลุง 1 ราย และนครศรีธรรมราช 1 ราย สูญหาย 1 รายที่จ.สงขลา บาดเจ็บ 2 รายที่จ.ยะลา 2 ราย และ 1 รายที่จ.นราธิวาส

โดยล่าสุดมีสถานการณ์คลี่คลายทุกพื้นที่แล้ว คือ จ.นครศรีธรรมราช และจ.สุราษฎร์ธานี ส่วนจังหวัดที่ยังคงมีอุทกภัย 6 จังหวัด คือ นราธิวาส ยะลา ปัตตานี พัทลุง ตรัง สงขลา รวม 42 อำเภอ 253 ตำบล 1,416 หมู่บ้าน

จ.พัทลุง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าน้ำยังคงท่วมสูงใน 5 อำเภอริมทะเลสาบสงขลา ประกอบด้วย ต.มะกอกเหนือ ต.พนางตุง ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน ต.ลำปำ ต.ชัยบุรี ต.พญาขันต์ อ.เมือง ต.หารโพธิ์ ต.จองถนน อ.เขาชัยสน ต.นาปะขอ อ.บางแก้ว ต.ฝาละมี ต.ดอนทราย ต.ดอนประดู่ อ.ปากพะยูน โดยเฉพาะต.ลำปำ อ.เมือง บริเวณชายหาดแสนสุข ถือว่าหนักที่สุด หลังน้ำในทะเลสาบหนุนและคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง รวมกับน้ำป่าที่ไหลมาจากต.ชัยบุรี ต.ควนมะพร้าว อ.เมือง ทำให้ท่วมบ้านเรือนกว่า 120 หลัง ระดับน้ำ 30-40 เซนติเมตร(ซม.)

จ.สงขลา น้ำในทะเลสาบสงขลาเพิ่มสูงขึ้น และเข้าท่วมพื้นที่ชายฝั่งทะเล ทั้งอ.หาดใหญ่ อ.บางกล่ำ อ.ควนเนียง อ.สิงหนคร อ.กระแสสินธุ์ ซึ่งสถานการณ์น่าเป็นห่วง เพราะยังมีน้ำที่ระบายลงสู่ทะเลสาบสงขลา และน้ำจากจ.พัทลุง ที่ยังไหลลงสู่ทะเลสาบอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด นายธำรงค์ เจริญกุล ผู้ว่าราชการจังหวัด ประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินน้ำท่วมและวาตภัยอีก 6 อำเภอ รวม 14 อำเภอ จาก 16 อำเภอ เหลือเพียงอ.กระแสสินธุ์ กับอ.สทิงพระ

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้นายกองเอก วิลาศ รุจิวัฒนพงศ์ ประธานฝ่ายบรรเทาทุกข์ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอสะบ้าย้อย จ.สงขลา 1,400 ครัวเรือน โดยนายเอกรัฐ หลีเส็น รองผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวแสดงความรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบภัย

จ.ยะลา ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและดินโคลนถล่ม จังหวัดยะลา แจ้งว่าเส้นทางยะลา-เบตง สัญจรได้ตามปกติแล้ว ทั้งช่วงธารโต-คอกช้าง-เบตง และเธารโต-อัยเยอร์เวง-เบตง แต่ที่ กม.40 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง ยังคงมีดินสไลด์บนผิวถนน แต่รถยนต์ผ่านได้

ด้านสภ.เมือง จ.ยะลา รับแจ้งจระเข้ไล่กัดชาวบ้านที่ริมถนน 418 หมู่ 4 ต.ท่าสาป จึงประสานทหาร ฉก.ยะลา 16 และหน่วยกู้ภัยไปตรวจสอบ พบชาวบ้านแจ้งให้ทราบว่า หลังจากน้ำท่วมต้องอพยพมานอนริมถนน มีชาวบ้านเดินลุยน้ำลึกประมาณ 1 เมตรเพื่อเข้าไปในบ้าน ขณะอยู่ห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 100 เมตร เห็นจระเข้ตัวใหญ่ยาวกว่า 2 เมตร ว่ายน้ำสวนเข้ามาหาและสะบัดหางเหมือนจะพุ่งเข้ามา จึงหันหลังวิ่งลุยน้ำกลับมาที่ถนน ส่วนจระเข้ว่ายน้ำหายไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบก็ไม่พบ จึงได้เตือนประชาชนให้ระมัดระวังมากขึ้นจนกว่าน้ำจะลด

จ.นราธิวาส ที่อ.สุคิริน มีฝนตกหนักสุดวัดได้ 70.50 มิลลิเมตร(มม.) และอ.แว้ง 63.20 มม. ทำให้น้ำป่าจากเทือกเขาสันกาลาคีรี ไหลบ่าลงสู่แม่น้ำสุไหงโก-ลก ประกอบกับประเทศมาเลเซียได้ระบายน้ำที่ท่วมขังย่านเศรษฐกิจรัฐกลันตัน มาสมทบกับน้ำป่าจากอ.สุคิริน ทำให้พื้นที่ 5 ตำบล คือ ต.ปาเสมัส ต.มูโน๊ะ อ.สุไหงโก-ลก ต.นานาค ต.พร่อน ต.โฆษิต อ.ตากใบ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายน้ำ มีน้ำท่วมขังสูงขึ้นเรื่อยๆ

ด้านเรือ SRICADI 151 สัญชาติอินโดนีเซีย ซึ่งบรรทุกน้ำมันปาล์ม 2.7 ล้านลิตร ถูกโจรสลัด 8 คนปล้นจากน่านน้ำอินโดนีเซีย มาจอดทอดสมอจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบในน่านน้ำจ.นราธิวาส และถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเมื่อวันที่ 27 พ.ย. ถูกคลื่นลมแรงซัดเกยโขดหินจนเรืออับปาง ท้ายเรือแตกนั้น น้ำมันปาล์มยังไหลทะลักต่อเนื่อง จนชายหาดนราทัศน์เต็มไปด้วยคราบน้ำมันสีเหลืองขุ่นทั้งบนชายหาดและในทะเล ระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ขณะที่กองทัพเรือภาคที่ 2 และตำรวจน้ำนราธิวาส ได้ส่งนักประดาน้ำลงตรวจสอบรอยรั่ว เบื้องต้นพบอยู่ใต้ท้องเรือ ซึ่งพยายามจะอุดแล้ว แต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากคลื่นลมในทะเลยังคงแรง และทัศนวิสัยใต้น้ำไม่ดี

นายจุฬา สุขมานพ อธีบดีกรมเจ้าหน้าท่า กล่าวว่า จะประชุมร่วมฝ่ายไทยและตัวแทนสถานทูตอินโดนีเซีย เพื่อหามาตรการกู้เรือและกำจัดคราบน้ำมัน ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ใช้วิธีเก็บคราบบนชายฝัง และดูดคราบในทะเล สำหรับรอยรั่วใกล้ท้ายเรือยาวประมาณ 10 ซม. ยังไม่สามารถอุดได้ สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่สูดดมและสัมผัสคราบน้ำมันปาล์มดิบ ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด

จ.ปัตตานี แม่น้ำสายบุรี และแม่น้ำปัตตานี ที่ระบายน้ำออกสู่อ่าวไทย รับน้ำจากจ.นราธิวาส และจ.ยะลา ทำให้บ้านเรือน และสถานที่ราชการที่อยู่ริมแม่น้ำทั้ง 2 สายประสบกับภาวะน้ำท่วมสูงขึ้น ถนนสายหลักเข้าตัวเมืองปัตตานีหลายสายจมอยู่ใต้น้ำ โดยเฉพาะต.ตะลุโบะ ต.จะบังติกอ ต.รูสะมิแล และโรงเรียนในเขตเทศบาลเมืองหลายแห่ง
กำลังโหลดความคิดเห็น