xs
xsm
sm
md
lg

ธาตุน้ำของประเทศไทยวิปริต!

เผยแพร่:   โดย: สิริอัญญา

อันพิภพซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเรานี้แม้ว่าจะประกอบด้วยหลายสิ่งหลายอย่างที่มีชื่อเรียกต่างๆ กัน แต่แท้จริงแล้วก็ประมวลลงได้แค่ธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เท่านั้น

ในพระไตรปิฎกได้แสดงไว้ว่า ภายใต้ผิวพื้นพิภพซึ่งเป็นธาตุดินนั้นรองอยู่ด้วยน้ำ และใต้มวลน้ำที่รองพื้นผิวดินของพิภพรองไว้ด้วยลม และลึกลงไปก็เป็นไฟมหึมาที่ไม่มีใครรู้ว่าปริมาณและปริมาตรของแต่ละธาตุเป็นเท่าใดกันแน่ เพราะถึงเวลานี้แม้วิทยาศาสตร์จะก้าวหน้าสักเพียงใดก็ยังไม่สามารถคำนวณนับได้อย่างแน่นอนเลย

ในร่างกายของคนเราอันยาววาหนาคืบ แม้ว่าจะประกอบด้วยหลายสิ่งหลายอย่างที่มีชื่อเรียกต่างๆ กัน แท้จริงแล้วก็ประมวลลงได้แค่ธาตุทั้งสี่ คือดิน น้ำ ลม ไฟ เหมือนกัน และมีสัดส่วนใกล้เคียงกันกับสัดส่วนของธาตุทั้งสี่ของพิภพเป็นที่อัศจรรย์

ประเทศไทยของเราก็เช่นเดียวกัน แม้ว่าจะประกอบด้วยหลายสิ่งหลายอย่างที่มีชื่อเรียกต่างๆ กัน แท้จริงแล้วก็ประมวลลงได้แค่ธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เหมือนกัน

ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีแห่งรัชกาลในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเป็นอันมากเพื่อประโยชน์และความสุขของประชาชนชาวไทย แต่ก็อาจประมวลลงได้โดยธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เหมือนกัน

ที่พิเศษไปกว่าความเป็นธาตุทั้งสี่ ก็คือการพระราชทานพระบรมราโชวาทในวโรกาสต่างๆ กัน ซึ่งเป็นไปเพื่อการอบรมสั่งสอนเวไนยสัตว์ ผู้เป็นพสกนิกรทั้งหลายให้ตั้งอยู่ในความดี ความงาม ความถูก ความชอบทั้งปวง ซึ่งก็คือวิญญาณธาตุ เพื่อให้คนไทยมีความเป็นคน มีความเป็นมนุษย์ มีความเป็นเวไนยสัตว์อย่างแท้จริง

ทว่าวิกฤตของธาตุทั้งสี่และวิญญาณธาตุที่เป็นไปในบ้านเมืองของเรานี้หนักหนาสาหัสและโน้มต่ำไปตามวิสัยโลกยิ่งนัก ดังนั้นพระราชภาระดังกล่าวจึงหนักหน่วง แต่ก็เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าได้อำนวยประโยชน์สุขแก่ปวงชนชาวไทยตลอดมา

หนึ่งในพระราชกรณียกิจนั้นก็คือการบำรุงปรับปรุงธาตุดินของแผ่นดิน ซึ่งหากมิได้รับพระมหากรุณาตลอดระยะเวลาอันยาวนานแห่งรัชกาลแล้ว ณ เวลานี้ก็ยากที่จะคาดเดาได้ว่าแผ่นดินอันมีนามสยามประเทศนี้จะทุกข์เข็ญลำเค็ญสักเพียงไหน

ธาตุน้ำของประเทศไทยวิปริตแปรปรวนต่อเนื่องมาเป็นเวลาช้านาน ทั้งการที่เป็นไปโดยธรรมชาติ และซ้ำหนักด้วยการกระทำของพี่น้องผองไทยด้วยกันเอง ดังนั้นเมื่อธาตุน้ำวิปริตแปรปรวนไป ประชาชนชาวไทยของเราจึงต้องรับวิบากกรรมลำเข็ญลำเค็ญ อันเกิดแต่กรรมที่ทำไว้กับแผ่นดินนั่นเอง

ไม่ต้องนานมากนัก แค่ย้อนหลังไปเมื่อ 60 ปีก่อน แผ่นดินไทยของเรานี้อุดมสมบูรณ์ ถึงขนาดมีคำพังเพยว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว

เรามีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ทั่วทุกภาคของประเทศ เป็นแหล่งกักเก็บน้ำในยามหน้าฝน ไว้สำหรับคนและสัตว์ได้ใช้ในฤดูแล้ง และยังได้เผื่อแผ่ไปจนถึงการทำการเกษตรทุกประเภทมาตั้งแต่บรรพกาล

ทุกแหล่งน้ำอุดมไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด ทั้งสัตว์ดุ สัตว์ร้าย และสัตว์ที่เป็นอาหารของคนไทยนานาชนิด แหล่งน้ำคือแหล่งอาหารของคนไทยมาตั้งแต่บรรพกาลแล้ว ไม่ว่าแหล่งน้ำจืด แหล่งน้ำกร่อย ล้วนอุดมสมบูรณ์ ที่ประชาชนสามารถใช้เป็นอาหารได้ตลอดฤดูกาลตลอดทั้งปี

ทว่าสรรพสิ่งย่อมผันแปรไปตามธรรมชาติ มีความเกิดขึ้น มีความเสื่อมไป และมีความดับไปเป็นธรรมดา แต่ความเป็นไปในธรรมชาตินั้นมนุษย์สามารถยั้งยุดและแก้ไขให้ดำรงคงอยู่เป็นปกติได้เท่าที่ความสามารถและความพยายามของมนุษย์จะพึงมี

แต่กลับหาได้ใช้ความพยายามและความสามารถเพื่อดำรงคงไว้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ มิหนำซ้ำยังทำร้ายและซ้ำเติมให้ธาตุน้ำของแผ่นดินยิ่งวิปริตปรวนแปรไป

25 แหล่งน้ำใหญ่และกว่า 1,200 สายน้ำตื้นเขินลงตามธรรมชาติ และถูกซ้ำเติมด้วยการถม การทำลาย การบุกรุก การยึดครอง เข้าใช้สอยเป็นประโยชน์ตนจนทอดทิ้งประชาชนส่วนรวมไปโดยสิ้นเชิง

แหล่งน้ำและสายน้ำทั้งหลายเมื่อตื้นเขินลงก็รองรับน้ำในเทศกาลหน้าฝนได้น้อยลง ฝนตกลงไม่ทันมากก็ไหลบ่าท่วมท้นล้นไปท่วมบ้านเรือน เรือกสวนไร่นาราษฎร ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมสถานหนึ่ง ครั้นถึงเทศกาลหน้าแล้งปริมาณน้ำตามแหล่งน้ำและสายน้ำก็เหลือน้อย และไม่พอใช้สอย ทำให้คน สัตว์ พืช ต้องขัดสนขาดแคลนไปด้วยกัน

มิหนำซ้ำ ยังมีการทำลายทรัพยากรป่าไม้ตลอดทั่วทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน ภาคกลางและภาคใต้ ซึ่งต้นไม้เหล่านั้นในอดีตกาลเคยเป็นแหล่งชะลอน้ำที่ไหลหลากจากภูเขาและที่สูง ให้ไหลลงที่ราบช้าลง ทำให้สายน้ำทั้งหลายสามารถรองรับน้ำและไหลออกไปสู่ทะเลแลมหาสมุทรได้ตามธรรมชาติ

แต่เมื่อป่าไม้ทั้งหลายถูกทำลายลงอย่างยับเยิน ต้นไม้ที่เคยชะลอแรงน้ำไหลให้ช้าลงและบางเบาลงก็สิ้นสูญไป ฝนตกมาไม่เท่าใดน้ำก็ไหลหลากลงสู่ที่ราบลุ่มอย่างรุนแรง

พลังแห่งน้ำนั้นแม้อ่อนนัก แต่สามารถทลายกำแพงและขุนเขาได้ ดังคำพังเพยที่มีมาแต่โบราณยังคงเป็นจริงอยู่เสมอ ดังนั้นเมื่อกระแสน้ำหลากไหลอย่างรวดเร็ว รุนแรง จึงทำลายเรือกสวน ไร่นา บ้านเรือนราษฎรและทุกสิ่งที่ขวางหน้า ก่อให้เกิดความเสียหายมากขึ้นและมากขึ้น

กลายเป็นความเสียหายที่เกิดจากอุทกภัยในแต่ละปีทวีจำนวนความเสียหายมากขึ้นจนสุดคณานับ ดังเช่นกรณีเกิดอุทกภัยใหญ่ในปี 2554 นอกจากทำลายชีวิตคนและสัตว์เป็นจำนวนมากแล้ว ยังก่อให้เกิดความเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 1.4 ล้านล้านบาท

ถึงปานนั้นแล้ว การแก้ไขก็มิได้เกิดขึ้นทันท่วงที จึงมีความเสียหายจากอุทกภัยเกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน

เมื่อน้ำมาเร็ว ไหลเร็ว และรุนแรง พอสิ้นเทศกาลหน้าฝนเข้าสู่หน้าแล้ง ทุกแหล่งน้ำและสายน้ำก็แห้งขอด ที่เคยลึกท่วมหัวก็สามารถเดินข้ามได้ ดังนั้นเมื่อไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ในยามหน้าแล้ง พอหน้าแล้งมาถึงเป็นช่วงเวลาระยะหนึ่งก่อนจะถึงเทศกาลฝนใหม่ก็ขาดแคลนน้ำกันทั่วไป

ภัยแล้งจึงเกิดขึ้นตามมาหลังจากเกิดอุทกภัย ทำให้คน สัตว์ และพืช ต้องเดือดร้อนเสียหายยับเยินและต้องประกาศเป็นเขตภัยพิบัติซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นรายปี และมีความเสียหายเกิดขึ้นในแต่ละปีเป็นจำนวนมหาศาล

นั่นคือธาตุน้ำของแผ่นดินเมื่อวิปริตไปแล้ว เทศกาลฝนน้ำก็ท่วมเป็นมหันตภัยใหญ่หลวง เข้าเทศกาลแล้งก็เกิดภัยแล้งเป็นมหันตภัยใหญ่หลวงซ้ำเข้ามาอีก

การบรรเทาความเดือดร้อนเสียหายยามอุทกภัยมักจะไม่ทันท่วงที กว่าจะมีกำลังเงินไปถึงพื้นที่ก็พ้นเทศกาลฝนไปแล้ว การบรรเทาความเดือดร้อนเสียหายยามภัยแล้งก็เช่นเดียวกัน กว่าจะมีกำลังเงินไปถึงพื้นที่ก็พ้นเทศกาลแล้งไปแล้ว

เงินที่จะใช้จ่ายแก้ภัยแล้งไปถึงพื้นที่ในหน้าฝน เงินที่จะใช้จ่ายแก้ไขอุทกภัยกลับไปถึงในหน้าแล้ง ดังนั้นความเดือดร้อนและความเสียหายจึงหาได้รับการแก้ไขหรือเยียวยาได้ทันท่วงทีแต่ประการใดไม่

ความเสียหายจากความวิปริตของธาตุน้ำของแผ่นดินอย่างนี้ใหญ่หลวงนัก ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะได้บำรุงธาตุของแผ่นดินให้กลับฟื้นคืนเป็นปกติตามเหตุและปัจจัยอันได้แสดงมานี้.
กำลังโหลดความคิดเห็น...