xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

กำจัด"ประชานิยม" ต้องมีของใหม่ที่ดีกว่า

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ -ลด ละ โละ รื้อ ทิ้ง กันกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ สำหรับปฏิบัติการเที่ยวล่าสุด ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เห็นชอบให้ยกเลิกการดำเนินงานของกองทุนตามนโยบายของรัฐบาล ในปีงบประมาณ 2557 วงเงินรวม 9,925 ล้านบาท โดยกองทุนส่วนใหญ่แทบจะเป็นหัวใจสำคัญของรัฐบาลชุดที่ผ่านๆ มาทั้งสิ้น

โดยเฉพาะโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้าน (เอสเอ็มแอล) ที่เป็นดังโคตรมหานโยบายประชานิยมของเครือข่ายระบอบทักษิณ ที่เคยถูกยกเลิกมาแล้วหนึ่งครึ่งสมัยรัฐบาลขิงแก่ของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ซึ่งครั้งนั้น พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เสนอให้เปลี่ยนแปลงเป็นสำนักงานพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง หรือ "สพพ." แทนนั่นเอง

โดย “สพพ.”ตอนนั้นมีจุดมุ่งหมายให้ประชาชนยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงควบคู่กับหลักคุณธรรมในการบริหารจัดการเพื่อมุ่งสร้างความเข้มแข็งของหมู่บ้านและชุมชนภายใต้กระบวนการแผนแม่บทชุมชน ในขณะที่กองทุนเอสเอ็มแอลถูกมองว่า มีแต่ความหละหลวม ไม่ได้ตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง แต่มุ่งหมายที่จะทำยอดความนิยมให้กลายเป็นคะแนนเสียงในทางการเมืองของพรรคการเมืองเท่านั้นเป็นหลักการเปลี่ยนงบประมาณแผ่นดินเป็นคะแนนนิยมของตัวเอง
              
      ดังนั้น จับสัญญาณการยุติบทบาทของกองทุนเอสเอ็มแอลหนนี้ ก็น่าจะมีเหตุผลเช่นเดียวกัน นั่นคือ ตัดเครื่องมือหาเสียงของพรรคการเมืองทิ้งซะ แล้วคอยดูกันต่อไปว่า หลังจากนี้ คสช. จะเนรมิตกองทุนในลักษณะเดียวกันกับ “สพพ.”ขึ้นมาอีกหรือไม่

ไม่ต่างจากกองทุนช่วยเหลือผู้ประกอบการในหมู่บ้านและชุมชน และโครงการพัฒนาเมือง ที่ก็โดนผลพวงไปกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีที่จุติขึ้นในยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็โดนย่อให้ไปอยู่ในกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ซึ่งก็ยังหายใจไม่ทั่วท้องได้ เพราะกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจตัดสินใจต่อว่า สุดท้ายจะเก็บหรือทิ้งลงคลอง
 
เรียกว่า นี่คือ การผ่าตัดกลไกประชานิยมของเครือข่ายระบอบทักษิณอีกครั้งหนึ่งทีเดียว !!

ทว่า ก็หาได้ตัดเชื้อร้ายทิ้งเสียหมด แต่ คสช. ยังคงกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเอาไว้โด่ๆ โดยให้เหตุผลว่า ยังเป็นประโยชน์ต่อประชาชน เนื่องจากผลการประเมินตั้งแต่เริ่มจัดตั้งกองทุนมา 14 ปี พบว่า กองทุนกว่า 30-40 % มีศักยภาพและดำเนินการได้ในระดับดี ทั้งนี้ทั้งนั้น หากพลิกปูมดูกองทุนดังกล่าวนี้ ก็จะเห็นว่า เป็นกองทุนที่หนังเหนียวพอสมควร รัฐบาลไหนเข้ามาก็มักจะนำมาต่อยอดอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลขิงแก่ หรือรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอง

ปรากฎการณ์นี้ ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงได้เป็นอย่างดีว่า กองทุนต่างๆ ที่ถูกยุบไป มีเหตุผลมากมายกว่าผลการดำเนินการที่ไม่ค่อยดี ฉะนั้น การยุบทิ้งครั้งนี้จึงมิอาจจะหลบข้อครหาหรือเสียงติฉินนินทาจากภายนอก

อย่างกองทุนเอสเอ็มแอลเองที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มีประชาชนชาวรากหญ้าถูกอกถูกใจไม่น้อยกับกองทุนนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาประชาชนจำนวนไม่น้อยนำเงินจากกองทุนนี้ไปแก้ไขปัญหาในชุมชนของตนเองในรูปแบบคณะกรรมการหมู่บ้าน โดยเฉพาะเวลามีเหตุฉุกเฉินเงินก้อนนี้ถือว่า อยู่ใกล้ตัวที่สุดที่จะนำไปใช้จ่ายได้ อย่างภัยพิบัติต่างๆ น้ำท่วม ดินถล่ม พายุ นานาสารพัน แต่หากไร้ซึ่งกองทุนฯดังกล่าวไป ปัญหาที่จะตามมาคือ ความล่าช้าในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชน เพราะหากต้องรองบจากภาครัฐโอกาสจะทันการณ์นั้นค่อนข้างยากเหลือเกิน

ตามโครงสร้างและรูปแบบแล้ว ถือเป็นโครงการที่ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร แถมยังมีระเบียบการบริหารกองทุนที่ชัดเจน อยู่ในสายตาชาวบ้านตลอด เสียแต่ว่า ที่ผ่านมามันมีกลิ่นเรื่องความไม่ชอบมาพากลเยอะแยะไปหน่อย จึงทำให้บางหมู่บ้านไม่สำเร็จตามวัตถุประสงค์
               
    การยุบทิ้งครั้งนี้จึงเกิดคำถามเหมือนกันว่า รอยรั่วต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ คสช.จะหาสิ่งทดแทนหรือสิ่งใหม่เข้าไปอย่างไรให้ประชาชนไม่รู้สึกว่าขาด และรู้สึกว่าดีกว่าของเดิมที่เขาเคยใช้กัน หากนำของที่แย่กว่าไป นอกจากจะไม่ได้รับคำชมแล้ว ยังมิวายจะโดนเสียงก่นด่าระงมอีกคำรบ

ยิ่งตอนนี้ยิ่งต้องระวังบรรดาลิ่วล้อระบอบทักษิณที่เริ่มจะก่อตัวหาเรื่องมาตอดเล็กตอดน้อย คสช. กันมากขึ้นเรื่อยๆ อาจจะเอาจุดนี้ไปถล่มได้ ซึ่งหาก คสช.หาเหตุผลที่ดีอธิบายไม่ได้ แรงเชียร์หายแน่ โดยเฉพาะเริ่มมีการตั้งคำถามแล้วว่า
 
การยกเลิกครั้งนี้เป็นการทำร้ายประชาชนมากกว่าที่จะคืนความสุขให้ประชาชนหรือไม่

อีกอย่างก่อนจะยกเลิก คสช.ก็ไม่ได้เข้าไปไถ่ถามความต้องการของประชาชนว่า สุดท้ายแล้วพวกเขาเหล่านั้นต้องการจะให้คงอยู่ ปรับเปลี่ยน หรือยุบทิ้งไปเลย รู้ตัวว่า ผลดำเนินการไม่ดี แต่ไม่ได้ดูผลสัมฤทธิ์ที่ผ่านมาว่า ประชาชนได้ประโยชน์มากกว่าหรือไม่ ตรงนี้จึงต้องทำการบ้านเตรียมตัวดีๆ หากจับฉ่ายใส่นู่นใส่นี่เข้าไปแทนไม่ตรงใจ ถือว่า เสียของ

กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีก็เหมือนกัน แม้จะน่ารังเกียจของคนที่อยู่ตรงข้ามระบอบทักษิณ หนำซ้ำ ยังถูกทำคลอดโดยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่ต้องดูว่า การดำเนินงานที่ผ่านมา มีผลลัพธ์เป็นบวกหรือลบ หรือยังจับนู่นจับนี่ยัดไปให้ดีขึ้นได้หรือไม่

โดยตัวโครงสร้างจะว่าเลวก็ไม่ได้เลวแบบสุดขั้ว จะดีก็ไม่ดีเด่อะไรแบบเลิศเลอ แต่ที่ผ่านมากองทุนดังกล่าวเองก็ทำให้ผู้หญิง เด็กผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ สามารถเข้าถึงเงินกองทุนนี้ได้ ดังนั้น จึงต้องตรองให้ถ้วนถี่ ถ้านำมาปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นได้ แล้วเป็นคุณกับตัวเองก็ทำไปเถอะไม่มีใครด่า

เพราะสุดท้ายต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน มากกว่าความบาดหมาง และอคติ ส่วนตัว

แน่นอนว่า นโยบายประชานิยมหลายอย่างเป็นการลงทุนที่หวังผลกำไรทางการเมืองของบรรดาพรรคการเมือง ทว่าหากมันอยู่ในมือของคนที่ไว้วางใจได้ ผลสัมฤทธิ์ของมันก็น่าจะทรงอานุภาพมิใช่หรือ เรื่องนี้เอาจริงๆ อยู่ที่ว่า ของสิ่งๆ นั้นมันอยู่ในมือของใคร

ครั้งนี้คสช.ต้องชี้แจงที่มาที่ไปและเหตุผลต่อสังคมและประชาชนให้กระจ่างว่า เหตุใดจึงต้องโละ ต้องยุบออก ก่อนจะมีคนนำไปขยายให้เป็นไฟไหม้ฟาง และไม่ใช่เฉพาะกองทุนเหล่านี้ แต่หมายถึงโครงการประชานิยมต่างๆ ที่นักการเมืองเพาะเชื้อเอาไว้และเตรียมจะยกกระบิไปทิ้ง
             
  นโยบายประชานิยมไม่ใช่นโยบายที่ดี เพราะเป็นการถลุงงบประมาณเข้าตัวพรรคการเมืองและนักการเมือง จึงสมควรจะโบกมือลา แต่ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบหลังยกเลิกไปแล้วนั่นคือ สิ่งที่ถูกนำมาทดแทนดีไม่เท่า หรือแย่กว่าในบางเรื่อง
              
  เป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลที่จะเข้ามาต้องคิด เมื่อไม่เอา ก็ต้องมีของที่ดีไม่แพ้กัน!!!


กำลังโหลดความคิดเห็น