xs
xsm
sm
md
lg

จี้บรรจุวาระล้างทุจริต ในนโยบายแห่งชาติ ย้ำผู้นำต้องเป็นตัวอย่าง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

วงดินเนอร์ทอล์ก "วาระประเทศไทย ล้างคอร์รัปชั่น ปฏิรูปประเทศ" จี้รัฐบาลเปิด ข้อมูลโชว์ความโปร่งใสเมกะโปรเจกต์ ยกระดับการขจัดคอร์รัปชั่นเป็นนโยบายบริหารประเทศของรัฐบาล ผู้นำประเทศต้องจริงจังเป็นตัวอย่างและบังคับใช้กฎหมายเป็นรูปธรรม "วิชา มหาคุณ" แนะโมเดลสิงคโปร์ที่มอบอำนาจให้ประชาชนใช้บัตรประชาชนเข้าถึงข้อมูล ระบุสื่อต้องช่วยกันเป็นกำลังสำคัญในการขจัดคนโกง

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิอิศรา อมันตกุล จัดอภิปรายพิเศษ "วาระประเทศไทย ล้างคอร์รัปชั่น ปฏิรูปประเทศไทย" เมื่อวันพุธที่ 5 มีนาคม 2557 ที่ รร.เดอะสุโกศล โดยมีนายสมพล เกียรติไพบูลย์ รองประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และ นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมวงเสวนา ดำเนินรายการโดยนายวิทย์ สิทธิเวคิน

นายวิชากล่าวว่า ปัญหาคอร์รัปชั่นในประเทศไทยนั้น ยากจะเยียวยา หรืออาจเรียกได้ว่าสิ้นหวัง เนื่องจากระบบราชการยังเป็นแบบดั้งเดิม ประชาชนอาศัย อยู่ในระบบอุปถัมน์ อุ้มชูคนรวย รวมถึงยังมีคดีที่ต้องสะสางอีก นับหมื่น จะเป็นเรื่องค่อนข้างยากในการขจัดคอร์รัปชั่นให้หมดไป เพราะยังมีปัญหาเรื่องของการ เมืองเข้ามาแทรกแซงอยู่ประจำ มนุษย์เป็นสิ่งพิเศษ การเปลี่ยนแปลงความคิด หรือทัศนคติเรื่องคอร์รัปชั่น ที่สำคัญต้องไม่หวังพึ่งภาครัฐอย่างเดียว

"ผมเชื่อในพลังของประชาชนมากกว่า ที่ต้องมีให้หลายๆ กลุ่ม ซึ่งต้องไม่ยอมให้รัฐกระทำการทุจริตใดๆ ต้องร่วมกันผลักดันให้มีการเปิดเผยข้อมูล ขณะ เดียวกัน สื่อเองมีความสำคัญมากในการตีแผ่ และเปิดโปง ในเวที ป.ป.ช.ระดับโลก ระบุชัดเจนเลยว่า หากสื่อไม่ให้ความร่วมมือในการขจัดคอร์รัปชั่น ปัญหานี้จะไม่ มีทางหมดไป" นายวิชากล่าวและว่า อย่างประเทศบราซิลมีนักข่าวรุ่นใหม่ คนรุ่นใหม่อาศัยพลังจากสื่อสังคมออนไลน์ตีแผ่การทุจริต นักข่าวไทยเองก็ต้องฝึกคนรุ่น ใหม่ให้เป็นกำลังสำคัญในการตีแผ่ ปราบปรามการทุจริต อีกทั้งประชาชนในยุคนี้มีความตื่นตัวทางการเมืองสูง จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นพลังกำจัดคอร์รัปชั่น

"โมเดลที่ประทับใจคือ สิงคโปร์โมเดล ที่ได้มอบอำนาจให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล เพียงแค่มีบัตรประชาชนสิงคโปร์ก็สามารถรู้ถึงข้อมูลการทำงานในแต่ ละโครงการของทุกกระทรวง สามารถสืบค้นได้ว่าใครได้สัมปทาน บริษัทนี้เป็นของใคร มีความเชื่อมโยงกับใคร เมื่อรัฐบาลไม่มีความลับกับประชาชน การ คอร์รัปชั่น ก็เกิดได้ยาก" นายวิชากล่าว

นายสมพลกล่าวว่า หากรัฐบาลใช้หลักการของบริษัทจดทะเบียนผู้ถือหุ้น ที่ 1.ต้องเปิดเผยข้อมูล 2.ต้องการมีตรวจสอบ และ 3.ต้องมีบทโทษที่ชัดเจนก็ เชื่อว่าเราจะแก้ปัญหาได้ และตนขอท้าทายรัฐบาลด้วยการเปิดเผยข้อมูล 3 โครงการเพื่อตรวจสอบความโปร่งใสโดยองค์กรเอกชน ได้แก่ โครงการรับจำนำข้าว โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน และโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท

ตนเห็นว่า คนในสังคมไทยส่วนใหญ่บูชาคนรวย ผู้มีอำนาจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการคอร์รัปชั่น รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายของรัฐยังไม่จริงจัง ไม่มีบท ลงโทษที่เป็นรูปธรรม ตอนนี้สถานการณ์ในประเทศยังมีหวัง แต่ผู้นำประเทศต้องมีความชัดเจนว่า จะปราบคอร์รัปชั่นจริงจังหรือไม่ หากต้องการ จะต้องบรรจุไว้ใน นโยบายการบริหารประเทศ เพราะคุณธรรมยังเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ผู้นำประเทศต้องแสดงการเป็นตัวอย่างที่ดีต่อสังคม

"การล้างคอร์รัปชั่นต้องมีกฎหมายที่ชัดเจน บางครั้งเรารู้ว่ามีคนที่จะโกงประเทศเป็นหมื่นล้าน แต่ไม่สามารถอายัดทรัพย์ได้ทันท่วงที เพราะไม่มีอำนาจ กระบวนการทางกฎหมายล่าช้า ทำให้คนเหล่านั้นลอยนวล ในขณะที่ประเทศที่มีการคอร์รัปชั่นน้อย กฎหมายเขาเด็ดขาด และสามารถบังคับใช้ได้ในทันที" นาย สมพลกล่าว

ด้าน นพ.เฉลิมชัยกล่าวว่า จะต้องมีการล้างคอร์รัปชั่น เพราะ 1.จะทำให้เกิดทัศนคติและค่านิยมที่ผิดในประเทศ 2.ทำให้ทรัพยากรไม่เพียงพอต่อการ พัฒนาสังคม 3.ทำให้คนไม่ดีมีพลังอำนาจต่อเนื่อง สร้างความเสียหายแก่ประเทศ 4.ทำให้คนดีท้อแท้ หมดกำลังใจ อย่างไรก็ตาม ปัญหาคอร์รัปชั่นยังพอมีหวัง แต่ เป็นโจทย์ยาก หากต้องแก้ไข เพราะว่า หลายคนยังมีทัศคติเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นที่ผิดเพี้ยนไป เช่น ลอกการบ้านเพื่อน เป็นความผิดเล็กน้อย การไม่จ่ายเงินกู้ กยศ. เป็นความผิดเล็กน้อย เพราะตัวเองยากจน รัฐจึงต้องช่วยเหลือ ซึ่งทัศนคติเหล่านี้ จะยิ่งทวีความรุนแรงของปัญหาให้มากขึ้นได้

"การสร้างระบบที่เข้มแข็งจะมีประสิทธิภาพแค่ระยะสั้นเท่านั้น เพราะสิ่งที่สำคัญมากกว่านั้น ต้องสอนให้แต่ละคนรู้จักหน้าที่ของตนเอง รวมถึงปลูกฝัง ทัศนคติ เรื่องการทุจริตเล็ก ๆ น้อย ๆ ใหม่" นพ.เฉลิมชัยกล่าวในตอนท้าย.