xs
xsm
sm
md
lg

ทุ่งหวัง 2499...(ตอนที่ 5)

เผยแพร่:   โดย: บรรจง นะแส


“พระชกกันๆ....ไปแลพระชกกันเว้อ”

ไอ้จืดวิ่งกระหืดกระหอบมาที่กุฏิของเรา หลวงน้ากับเพื่อนพระรีบลุกขึ้นกึ่งเดินกึ่งวิ่ง มุ่งหน้าไปที่บ่อน้ำหน้าวัด พวกเราเด็กวัดเห็นเพื่อนเด็กวัดกุฏิติดกับกุฏิใต้วิ่งหยิบไม้ พาวิ่งกันไปที่หน้าวัดที่พระชุลมุนกันอยู่ จ้อนเห็นเพื่อนรุ่นพี่คว้าไม้ติดมือออกไปด้วยเช่นกัน

ภาพของพระแก้วนอนหงายท้องโดยมีพระพันนั่งอยู่บนพุงสาวหมัดรัวใส่หน้าพระแก้ว สภาพของพระแก้วทำได้แค่ยกมือป้องหน้าตัวเองไปมาอย่างหมดทางสู้ บริเวณบ่อน้ำมีกลุ่มพระและเด็กวัดแยกออกเป็น 4 กลุ่มๆ ละ 6-8 คน เด็กวัดตัวโตๆ ของแต่ละกลุ่มถือไม้คุมเชิงซึ่งกันและกัน เพื่อรักษากติกาว่าให้สู้กันตัวต่อตัวห้ามมีการรุมกันแบบหมาหมู่โดยเด็ดขาด และความพ่ายแพ้ก็ตกอยู่กับพระแก้ว พระพันเมื่อเห็นพระแก้วไม่ตอบโต้อีกแล้ว ก็ถือว่าตัวเองเป็นฝ่ายกำชัย ลุกขึ้นเดินไปตักน้ำอาบถูเนื้อถูตัว เสร็จแล้วก็เดินกลับกุฏิไปพร้อมทีม ในขณะที่ทีมพระแก้วก็ช่วยกันยกร่างอันสะบักสะบอมของพระแก้วขึ้นมาอย่างทุลักทุเล

เหตุการณ์พระชกกันมีไม่บ่อยนัก สองเดือนที่จ้อนเข้ามาอยู่ในวัดได้เห็นพระชกกันแค่ 2 ครั้ง แต่ 2 ครั้งที่ผ่านมาเรื่องไม่ฉาวโฉ่เท่าครั้งนี้ เพราะครั้งนี้เป็นการชกกันในสถานที่เปิด และเป็นการชกกันที่ไม่ได้เกิดจากการจัดการภายในของกลุ่มพระด้วยกัน จ้อนจำได้ว่า 2 ครั้งที่ผ่านมา มีการจัดการอย่างเป็นระบบ กล่าวคือเมื่อมีเรื่องที่ตกลงกันว่าจะต้องชกกัน ก็จะมีการนัดแนะและจัดการในที่ลับตาผู้คนนอกวัด และที่สำคัญต้องไม่ให้รู้ถึงหูท่านเจ้าอาวาส และหากกิจกรรมประลองกำลังผ่านไปแล้ว พระและเด็กวัดต้องร่วมมือกันในการปกปิดความลับและช่วยเหลือพระที่มีรอยฟกช้ำดำเขียวจากการชกต่อย โดยออกบิณฑบาตแทน หรือรับผิดชอบเอาข้าวปลาไปส่งที่กุฏิอย่างน้อยๆ 3-4 วันจนกว่ารอยฟกช้ำดำเขียวจะหายไป

จ้อนมาทราบตอนหลังว่าแต่ละเรื่องที่แต่ละคนประเมินเอาไว้ล้วนผิดหมด เพราะวันหนึ่งที่จ้อนเอาของขึ้นไปถวายบนกุฏิท่านเจ้าอาวาส ท่านเจ้าอาวาสนั่งอยู่กับครูหมออิ่มและมัคทายกวัดอีก 3-4 คน เสียงท่านเจ้าอาวาสเปรยๆ ในหมู่ผู้อาวุโสทั้งหลายว่า

“อาตมาเข้าใจพวกมัน บางทีก่อนบวชเข้ามาก็เขม่นกันมาก่อน แต่ก็ได้ขอร้องเอาไว้ว่า ห้ามใช้อุปกรณ์เสริมพวกไม้ มีด ของมีคม ห้ามเด็ดขาด และห้ามรุมแบบยกพวกตีกันไม่ยอมเด็ดขาด ใครอยากชกก็ให้ชกกันได้เงียบๆ อย่าให้ชาวบ้านมาพบเห็นมันน่าเกลียด นี่ก็ข่าวว่านอนหยอดน้ำข้าวต้มอยู่ 2 รูป ลูกชายโยมฉิ้นบ้านสวนบนกับลูกชายโยมอั้นบ้านหน้าควน” ไหนว่าช่วยๆ กันปิดเป็นความลับไม่ให้ท่านเจ้าอาวาสรู้ จ้อนเดินลงจากกุฏิท่านเจ้าอาวาสอย่างงงๆ

และแล้วค่ำคืนอันแสนอึดอัดและตึงเครียดก็เข้าปกคลุมวัดของเราอีกครั้งในวันนั้น เจ้าอาวาสนั่งเป็นประธานไต่สวนความถูกผิด ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่บ่อน้ำหน้าวัด ชาวบ้านที่รู้ข่าวและญาติๆ ของแต่ละฝ่ายก็เข้ามาฟังเรื่องราวว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ทำเอาถึงขนาดที่พระจะต้องมาวางมวยกันเช่นนั้น พระแก้วผู้ตกเป็นจำเลยเพราะเป็นฝ่ายซัดหมัดเข้าใบหน้าพระพัน มีพยานยืนยันว่าพระแก้วเป็นผู้ลงมือก่อน ถือเป็นผู้ก่อเหตุ พระแก้วเล่าว่า ในขณะที่อาบน้ำถูสบู่อยู่ พระพันก็มาหยิบเอาถังตักน้ำไปตักน้ำอาบ พระแก้วเล่าว่าพยายามบอกพระพันว่าสบู่เข้าตาแสบตามาก ขอถังน้ำคืนมาหน่อยจะตักน้ำล้างตาที่กำลังแสบ แต่พระพันไม่ยอมให้ถังตักน้ำ ตนขอร้องไปหลายครั้งแต่พระพันแกล้งไม่ได้ยินและไม่ยอมให้ถังตักน้ำ ตัวเองโมโหเลยเข้าไปชกหน้าพระพันหนึ่งหมัด พระพันเลยตอบโต้โดยการเตะและต่อยตัวเอง จนฟกช้ำดำเขียวไปทั่วใบหน้าอย่างที่ทุกๆ คนบนศาลาเห็น

การไต่สวนเป็นไปด้วยบรรยากาศที่เคร่งเครียด พระทีมพระแก้วพยายามอธิบายท่านเจ้าอาวาสว่าพระพันกลั่นแกล้งพระแก้ว และทำมาหลายหนแล้ว ทีมพระพันก็โต้ตอบว่าพระแก้วไม่เคารพพระพันเพราะพระพันบวชเข้ามาก่อนตั้งเดือนกว่าๆ ดังนั้นเวลาปลงอาบัติในอุโบสถพระแก้วต้องเป็นฝ่ายกราบพระพันก่อน แต่พระแก้วไม่เคยทำถือเป็นการไม่เคารพกันตามอาวุโส และเวลาไปสวดศพในหมู่บ้าน หรืองานกิจนิมนต์ต่างๆ ในหมู่บ้าน พระแก้วก็ชอบกันให้พระพันต้องไปนั่งข้างหน้าเสมอๆ โดยอ้างว่าพระพันอาวุโสกว่า ส่วนตัวเองได้นั่งด้านหลัง ทั้งๆ ที่รู้ทั้งรู้ว่าทำให้พระพันต้องขายหน้าชาวบ้าน เพราะพระพันไม่จำบทสวดได้ทั้งหมด ได้แต่นั่งทำปากขมุบขมิบ นี่ก็เป็นอีกสาเหตุที่พระแก้วกระทำต่อพระพัน

ขบวนการไต่สวนและทำพิธีรีตองให้พระทั้งคู่ได้ขอขมาลาโทษกันของท่านเจ้าอาวาสผ่านไปอย่างเชื่องช้าตามเทคนิคของท่าน จ้อนและเจ้าจืดเริ่มรู้สึกเบื่อไม่สามารถรอดูเหตุการณ์นั้นให้ตลอดได้ เขาพากันเดินกลับกุฏิกับเจ้าจืด ขณะที่กำลังจะเดินผ่านหน้ากุฏิแม่ชีพุ่มเห็นมีชาวบ้านและพระบางรูปนั่งกันอยู่ที่นั่น

“มันไม่ใช่เพราะแสบตาหรอก คู่นี้เขม่นกันมาตั้งแต่ไม่มาบวชแล้ว” ยายแป้นคนบ้านเดียวกับพระแก้วสาธยาย

“พระแก้วมีน้องสาวชื่อมะลิซึ่งสวยมาก และพระพันก็เที่ยวตามจีบมะลิตั้งแต่ไม่บวชพระโน่น แต่พระแก้วไม่ชอบหน้าพระพันและพยายามกีดกันมาตลอด เพราะพระพันไม่ทำการงานอะไร เอาแต่ชกมวยหากินไปวันๆ” ยายแป้นเสริม

“เมื่อหลายวันก่อนพระพันก็ยืนยันจะไปบิณฑบาตสายที่ผ่านหน้าบ้านพระแก้วเท่านั้น จะไม่ยอมเปลี่ยนสายไปที่อื่นเด็ดขาด ซึ่งพระรูปอื่นๆ ก็ไม่กล้าขัดใจเพราะพระพันเป็นนักมวย มีเพื่อนเป็นนักเลงทั้งนั้น เลยปล่อยเลยตามเลย พระพันก็ได้สิทธิ์ในการไปเดินบิณฑบาตผ่านหน้าบ้านพระแก้วทุกวัน เพื่อจะได้ดูหน้ามะลิน้องสาวพระแก้วซึ่งทำให้พระแก้วไม่พอใจมาก” พระจุกเพื่อนพระแก้วบรรยายเสริม

จ้อนและจืดไม่ทราบว่าผลการตัดสินข้อพิพาทบนศาลาวัดจะจบลงอย่างไร แต่ขณะที่ทั้งสองคนจะเดินจากกุฏิแม่ชีพุ่มออกมา จ้อนและจืดก็หันไปเห็นน้องชายของพระแก้วกับพรรคพวก 3-4 คน ยืนถือไม้หน้าสามหลบมุมมืดอยู่ใกล้ๆ กุฏิพระพัน.
กำลังโหลดความคิดเห็น...