xs
xsm
sm
md
lg

ความเสื่อมของ “รัฐบาลปูนิ่ม?!”

เผยแพร่:   โดย: ปิยะโชติ อินทรนิวาส

ภาพเหตุการณ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขึ้นไปยืนบนฐานพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช เมื่อการประชุม ครม.สัญจรล่าสุด (ซ้าย) ภาพเหตุการณ์ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นไปยืนบนแท่นประดิษฐานหลักเมืองนครศรีธรรมราช แถมเอาผ้าแพรของตนเองผูกทับผ้าแพรที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงผูกเอาไว้เดิมด้วยเมื่อปี 2551
กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นำคณะล่องใต้ไปทัวร์ที่ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมขน ครม.ลงไปประชุมสัญจรบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 20-22 ตุลาคม 2555 ที่เพิ่งผ่านพ้นไปหมาดๆ คือภาพสะท้อนให้เห็นเด่นชัดในเรื่องการช่วงชิงความได้เปรียบต่อฝ่ายตรงข้ามของบรรดานักการเมือง รวมถึงเพื่อรักษาอำนาจและผลประโยชน์ที่กลุ่มก๊วนตนเองมีอยู่ให้ได้ยาวนานที่สุด

จึงไม่แปลกที่สังคมไทยจะได้เห็นสารพัดกลเกมและเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองที่หยิบเอามาฟาดฟันกัน ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายรัฐบาลใช้กลไกรัฐที่มีอยู่ในมือเล่นงานและถมทับฝ่ายค้านเท่านั้น ยังมีการฟาดงวงฟาดงาใส่กลุ่มคนที่มีความเห็นต่างอีกด้วย

แต่ที่มีนัยสำคัญมากคือ ผมเห็นความเสื่อมของรัฐบาลปูนิ่มปรากฏเป็นภาพชัดเจนขึ้นอีกคราครั้ง!!

ปรากฏการณ์หนึ่ง ระหว่างที่คณะเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ได้เกิดมีภาพนายกฯ หุ่นเชิดให้เป็นพริตตี้ขึ้นไปยืนเฉิดฉายบนฐานองค์พระเจดีย์ ทำหน้าปั้นจิ้มปั้นเจ๋อเล่นกับกล้องที่อยู่ด้านนอก แล้วหันก้นให้กับพระบรมธาตุ โดยที่มือทั้งสองประกบกันอยู่ในท่าพนมไหว้ไปยังกล้องและคนถ่าย เมื่อภาพนี้หลุดกระจายสู่สาธารณะไปปรากฏตามสื่อต่างๆ จึงตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขรมถึงความเหมาะสม

ในสังคมออนไลน์ก็เปิดศึกเชือดเฉือนกันมันหยด โดยเฉพาะระหว่างแก๊งคนเสื้อแดงกับเครือข่ายคนเสื้อฟ้า มันแบบว่าไม่แพ้สื่อทีวีใต้ปีกโอบของระบอบทักษิณและประชาธิปัตย์ที่ต่อสู้กัน รวมถึงการผสมโรงของสื่อมวลชนที่ทำตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์ทักษิณ

แต่ที่น่าดูชมและออกรสชาติเห็นจะเป็นสงครามในเฟซบุ๊ก โดยมีหญิงสาวรายหนึ่งใช้ชื่อว่า Prae Natchayanan โดยข้อมูลส่วนตัวระบุว่ามีถิ่นกำเนิดที่ จ.เชียงราย ปัจจุบันทำงานอยู่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้โพสต์ข้อความทั้งด่าและข่มขู่ผู้สื่อข่าวในภาคใต้รายหนึ่ง ซึ่งเขาเพียงแชร์รูปผู้นำปูนิ่มในอิริยาบถดังกล่าวมาอีกที แต่ก็ถูกกล่าวหาแบบเสียๆ หายๆ ว่ายอมให้คนอื่นจูงจมูกบ้าง ยัดข้อหาให้เป็นเหลืองบ้าง แถมโวยวายว่าใส่สีเติมไข่ให้กับผู้นำประเทศของตัวเอง ถือเป็นความผิดที่ไม่สมควรจะเป็นนักข่าวอีกต่อไป

“...ดิชั้นก๊อบปี้ทุกอย่างไว้แล้ว ขออนุญาตดำเนินการให้คุณได้เป็นเหลืองสมใจ คุณต้องออกจากการทำอาชีพนี้...”

เรื่องแค่นี้จะอะไรกันนักหนา ต้องถึงขั้นเอาเป็นเอาตายกับแค่คนที่มีความเห็นไม่สอดคล้อง ขนาดจะใช้เส้นสายเครือข่ายยึดโยงอยู่กับผู้กุมกลไกอำนาจรัฐเล่นงานชนิดทุบหม้อข้าวเขาอย่างนั้นเลยหรือนี่?!

อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์น่าจะถูกจัดหนักกว่ารัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ หุ่นเชิดเซื่องซื่อผู้เป็นพี่เขยเคยกระทำในลักษณะเดียวกันไว้ในปี 2551 โดยนายกฯ สมชายไร้ทำเนียบฯ ในสมัยนั้นรับอาสานายใหญ่ที่เร่ร่อนอยู่นอกประเทศไปทำพิธีคุณไสยสะเดาะเคราะห์ให้ที่เมืองคอนเช่นกัน แต่ระหว่างสักการะศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ได้ใช้ผ้าแพรของตนเองไปผูกทับผ้าแพรที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงผูกเอาไว้เดิม แถมก้าวเอาเท้าขึ้นไปเหยียบบนแท่นที่ประดิษฐานหลักเมืองอย่างไม่เหมาะสมอีกด้วย

มีข้อที่น่าสังเกตด้วยว่า ไม่รู้ว่าสัมภเวสีทักษิณ ชินวัตร รวมถึงอดีตภรรยาและเครือญาติมีความผูกพันกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านเมืองของชาวใต้อะไรกันหนักหนา จึงได้ให้ผู้นำรัฐบาลหุ่นเชิดในสังกัดเที่ยวไปสักการะและทำพิธีกรรมที่เมืองพระอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะกับศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินที่วัดเขาพนมใน จ.นครศรีธรรมราชนั่นด้วย

การลงพื้นที่หวังตีกินคะแนนเสียงในภาคใต้ของรัฐบาลระบอบทักษิณครั้งที่ผ่านๆ มายังพอทำเนา แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจุดขายความเป็นนายกฯ พริตตี้จะหมดมนต์เสน่ห์ไปมากโข แม้ผู้นำจะมีความพยายามปั้นหน้าแฉล้มถ่ายภาพโชว์คิกคุ อย่างภาพถ่ายกับลิงสัญลักษณ์ของเกาะสมุยที่ได้ขึ้นหน้าหนึ่งหลายฉบับนั่นไง แต่สุดท้ายขบวนการองครักษ์พิทักษ์ปูนิ่มก็ยังต้องทำงานหนักมากขึ้น

อีกปรากฏการณ์หนึ่ง เป็นความจงใจแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าทำไปเพราะเห็นแก่ประเทศชาติและประชาชนหรือเปล่า โดยเฉพาะกับสังคมคนปักษ์ใต้ เพราะ ครม.ปูนิ่มสัญจรสมุยมีการอนุมัติโครงการแบบเทกระจาดมากมาย ซึ่งในจำนวนนั้นหลายโครงการกลับไม่เป็นที่ต้องการของคนในพื้นที่ เนื่องจากเป็นการดำเนินเพื่อเป้าหมายให้เกิดอุตสาหกรรมหนักบนดินแดนด้ามขวาน อันจะสร้างผลกระทบอย่างฉกาจฉกรรจ์ให้กับผืนแผ่นดินที่โอบล้อมด้วย 2 ฟากฝั่งมหาสมุทร และอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวชื่อก้องโลก

เรื่องนี้มีกลุ่มคนออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน แถมแสดงสัญลักษณ์ด้วยยุทธการต้มปูแดง แต่ก็ไม่เป็นผล!!

สำหรับโครงการพัฒนาที่คนในหลายจังหวัดของภาคใต้อยากได้ แถมมีหลายโครงการที่เคยมีการอนุมัติจากรัฐบาลประชาธิปัตย์ไปแล้ว แต่รัฐบาลปูเบี้ยวกลับยกเลิกหน้าตาเฉย เพราะกลัวฝ่ายค้านจะได้หน้าได้ตา

บางโครงการรัฐบาลภายใต้ระบอบทักษิณเคยรับปากไว้ก็ไม่ยอมสานต่อ แม้ที่ผ่านมาจะมีการเรียกร้องจากหลายภาคส่วน อาทิ โครงการป้องกันน้ำท่วมตามหัวเมืองและในพื้นที่ต่างๆ ที่แทบไม่มีอะไรคืบหน้า รวมถึงซอฟต์โลนหรือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้ประสบวิกฤตไฟใต้ เป็นต้น

ทว่า ที่เป็นรูปธรรมชัดแจ้งที่สุดคือ โครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการนานาชาติบนเกาะภูเก็ต รัฐบาลปูนิ่มเองเคยไปประชุมและรับปากกันไปแล้วถึงถิ่น แต่ ครม.ปูเบี้ยวก็เพิ่งมีมติให้ยกเลิกไปเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง

การประชุม ครม.สัญจรภาคใต้เที่ยวล่าสุด แม้จะมีการย้ายวิกแสดงจากเมืองหาดใหญ่หนีไปลงเกาะสมุย เพียงหวังหลบเครือข่ายประชาชนกลุ่มต่างๆ ที่จะไปชุมนุมยื่นข้อเสนอและต่อต้านคัดค้าน รวมถึงเพื่อให้ง่ายต่อส่งกองกำลังลงพื้นที่ควบคุมสถานการณ์

ทว่า ภายหลังเสร็จสิ้นแทนที่กระแสชื่นชนจะกระหึ่มดัง กลับกลายเป็นถูกเสียงวิพากษ์วิจารณ์กลบไปเสียฉิบ

ท่ามกลางความเสื่อมลงเรื่อยๆ เช่นนี้ หากจะปรับ ครม.ปูนิ่ม 3 ก็อยากให้รีบทำให้โดยเร็ว หรือจะมีแผนอื่นๆ รักษาอำนาจให้ยาวนานก็รีบควักมาใช้เถิด เพราะเดี๋ยวเสื่อมไปถึงระดับประชาชนทนไม่ได้ ประชาชนเขาอาจจะรวมตัวกันลุกขึ้นทำการปฏิรูปประเทศ จนอดเล่นใหม่ๆ ไปเสียหรอก??!!
กำลังโหลดความคิดเห็น...