xs
xsm
sm
md
lg

ความอ่อนแอของการปกครองคณะสงฆ์

เผยแพร่:   โดย: ชัยพันธุ์ ประภาสะวัต

ผมเคยเขียนถึงเรื่องที่เราถือกันว่า “ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์” นั้น ทำให้ไม่มีคนอยากไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของวัดวาอาราม และการประพฤติปฏิบัติของสงฆ์

ก่อนอื่นต้องเข้าใจเสียก่อนว่า “พระสงฆ์” นั้น เมื่ออุปสมบทในพระพุทธศาสนาแล้ว ต้องยอมรับในกติกาของสงฆ์คือการถือศีล 227 ข้อ การผิดกติกาสงฆ์หรือการผิดศีลข้อหนึ่งข้อใดนั้น ย่อมถือเป็นอาบัติ มีโทษผิดแตกต่างกันไป ตั้งแต่การยอมรับความผิดเอง ปลงอาบัติ จะไม่ประพฤติปฏิบัติดังกล่าวอีก จนกระทั่งไปถึงโทษหนักขั้นปาราชิกต้องพ้นสภาพความเป็นสงฆ์ ทุกวันนี้เราก็ไม่รู้ว่ามีคนเลวๆ แอบห่มผ้าเหลือง อ้างตัวเป็นพระสงฆ์จำนวนมากเท่าไหร่

คนธรรมดาคนหนึ่ง เมื่อวานยังกินเหล้าเมายา ผิดลูกผิดเมียชาวบ้าน แต่อีกวันหนึ่งเข้าไปบวชพระโดยถูกญาติพี่น้องจับไปบวช เพื่อหวังให้ศาสนาช่วยขัดเกลากิเลส เมื่อวันที่บวชเป็นพระนุ่งห่มเหลืองแล้ว เราก็ต้องกราบไหว้ในฐานะที่เขาเป็นพระสงฆ์ แต่พฤติกรรมของมนุษย์ไม่อาจเปลี่ยนได้เพียงชั่วข้ามคืน

สมัยก่อนต้องเตรียมตัวบวชโดยการไปอยู่วัดนานนับเดือน บางรายบวชได้เพียง 2-3 พรรษาก็ได้เป็นเจ้าอาวาส เพราะวัดในต่างจังหวัดบางแห่งขาดพระสงฆ์ วัดร้างก็มีเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าเป็นวัดดังในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะวัดที่มีศาลาสวดศพมากๆ ต้องมีเส้นสายเท่านั้นจึงจะเข้าไปอยู่ได้ เพราะรายได้จากการสวดศพแต่ละวันไม่ธรรมดา ใครอยากรู้ลองไปสำรวจดูเถิดว่า คืนหนึ่งๆ พระเหล่านั้นมีกิจนิมนต์อย่างไร มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนเท่าไหร่

กิจวัตรของพระสงฆ์อีกประการที่ขาดไม่ได้คือการออกบิณฑบาต ในทางพุทธศาสนาถือเป็นว่าเป็นกิจอันประเสริฐ เพราะพระภิกษุจะได้ออกไปโปรดสัตว์ให้ได้มีโอกาสทำบุญ รู้จักการเสียสละและการให้ ในฝ่ายสงฆ์ก็ให้ถือว่าภิกษุอยู่ได้ด้วยภิกขาจาร คือการขออาหารเพื่อเลี้ยงชีพ ไม่ต้องทำอาหารหรือแสวงหาเงินตรา

ทุกวันนี้ในกรุงเทพฯ และจังหวัดใหญ่ๆ ลองไปดูแถวหน้าตลาดใหญ่ๆ ที่มีผู้คนจำนวนมาก จะเห็นพระสงฆ์บิณฑบาตบริเวณนี้มากกว่าที่อื่น บางรายผูกขาดกับร้านขายกับข้าวใส่บาตร บางรูปเวียนบิณฑบาตหน้าตลาดเป็นสิบรอบ โดยมีลูกศิษย์รอรับถ่ายของจากบาตร บางรูปเกือบ 10 โมงยังไม่กลับวัด เดินบิณฑบาตจนเหงื่อตก หลายรายเสร็จภารกิจยามเช้ากลับวัดตัวเปล่าแต่พกเงินกลับไปเต็มย่าม หลังจากนำของที่บิณฑบาตมาได้ไปขายให้กับแม่ค้าพ่อค้าเจ้าประจำ

เคยได้ยินข่าวพระตีกันเพราะบิณฑบาตทับที่กันบ้างหรือไม่ กลุ่มชายหัวโล้นห่มเหลืองเช่าบ้านอยู่กันเป็นแก๊ง หากินกับการบิณฑบาต และการเดินเรี่ยไรทอดผ้าป่า เคยเข้มงวดกันเป็นพักๆ แล้วก็ปล่อยปละละเลยกันอีก ทั้งนี้เพราะกฎหมายปกครองคณะสงฆ์ขาดวิวัฒนาการให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง รูปแบบของมหาเถรสมาคมที่มีแต่ผู้อาวุโส สมองอ่อนล้า สุขภาพไม่อำนวย และพระสงฆ์ไม่ใช่นักบริหาร กิจการของพระพุทธศาสนาจึงดูสับสนวุ่นวาย

ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ ดังกล่าวจึงทำให้มีเหลือบในพุทธศาสนาแอบแฝงเข้าไปใช้ผ้าเหลืองหาผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ โดยมีนักการเมืองเป็นตัวการสำคัญที่จะเป็นผู้อุปถัมภ์ค้ำชูศาสนาหรือเป็นผู้ทำลาย

เจ้ากูบางรูปกระทำผิดอาญา ยักยอกเงินของวัดไปใช้ผิดประเภท เมื่อโดนจับได้ถูกส่งฟ้องศาล กลับวิ่งเต้นหานักการเมืองเพื่อให้อัยการถอนฟ้อง เจ้ากูรูปนั้นจึงเป็นฐานเสียงให้พรรคการเมือง ขยายอิทธิพลทางความคิดในรูปแบบต่างๆ โดยผ่านกรรมาธิการศาสนาของรัฐสภา

คล้ายกับกรณีของพิธีกรชื่อดังรายหนึ่งที่โกงเงินค่าโฆษณาจากสถานีโทรทัศน์ที่ตนเองจัดอยู่ โดยสมรู้ร่วมคิดและติดสินบนเจ้าพนักงานการเงินของสถานีนั้น

ไม่ว่าสงฆ์หรือฆราวาส เมื่อเริ่มต้นก็ดูดี ครั้นพอมีเงินมีบารมีก็นำมาซึ่งอำนาจฝ่ายต่ำ จึงกระทำสิ่งที่มนุษย์ธรรมดาที่มีสามัญสำนึกและรู้ผิดชอบชั่วดีเขาไม่กระทำกัน

คนหน้าเหลี่ยมมิได้เพียงทำให้ผู้คนในบ้านเมืองแตกแยกและพร้อมจะฆ่ากันได้เพียงเห็นต่าง หรือใส่เสื้อสีต่างกัน แต่ยังสร้างความแตกแยกร้าวลึกในวงการศาสนาอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

วัดหลายแห่งประกาศตนเป็นเจ้ากูเพียงห่มเหลืองแต่หัวใจสีแดง ฆราวาสบางรายจะไปทำบุญวัดไหน ต้องขอสอบถามดูก่อนว่าเจ้ากูวัดนั้นสีอะไร

การฉ้อฉลของนักการเมืองในการหาผลประโยชน์กับการโกงเงินหลวง ยักยอกที่ดินหลวง อย่างกรณีของทักษิณและภรรยาซื้อที่ดินรัชดาฯ ซึ่งเป็นที่หลวง เมียซื้อแต่ผัวเป็นนายกฯ มีหน้าที่ดูแลที่หลวง แต่กลับขายให้เมียตัวเองในราคาต่ำกว่าราคาตลาด และไม่มีใครกล้าแข่งขันด้วย ศาลตัดสินแล้วว่ามีความผิดต้องจำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา จึงต้องหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ แต่กลับมาแหกปากโวยวายว่าถูกกลั่นแกล้ง ความชั่วเรื่องอื่นๆ ยังค้างคาอีกเต็มศาล

คนชั่วมักคบหาสมาคมกับพวกเดียวกันฉันใด นักการเมืองก็เช่นเดียวกัน กลายเป็นแก๊งการเมืองที่เต็มไปด้วยอันธพาล คนเคยโกง อดีตข้าราชการที่ถูกชี้ความผิดว่าประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง จนโดนไล่ออกจากราชการ อาทิ นายปลอดประสพ สุรัสวดี และรายล่าสุดให้ออกจากราชการ เช่น นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ และยังถูกดำเนินคดีอาญามาตรา 157 แต่คนเหล่านี้ก็อ้างตัวว่าตนเองพ้นมลทินแล้ว ทั้งที่เพิ่งถูกตัดสิน โดยอ้างพ.ร.บ.ล้างมลทินที่ออกในสมัยทักษิณไว้เพื่อรองรับคนเหล่านี้ ทำให้คนอื่นรับประโยชน์ด้วยจำนวนหนึ่ง แต่แฝงให้พวกตัวได้รับประโยชน์ด้วย ทั้งที่ไม่เข้าข่ายตามกฎหมายนี้ไม่มาตรา 5 คือต้องได้รับโทษมาก่อนจึงจะล้างมลทินได้ คนเหล่านี้ก็ยังตะแบงละเมิดกฎหมายกันมาโดยตลอด

กรณีที่ดินมรดกของยายเนื่องยังไม่จบง่ายๆ เพียงแค่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ยอมลาออกจากตำแหน่ง ที่ดินแปลงนี้ได้ตกเป็นของสงฆ์แล้วโดยชอบธรรม จึงไม่สามารถนำไปทำนิติกรรมอื่นใดได้หากไม่ออกเป็นกฎหมายโดยผ่านสภา

ตัวอย่างใกล้เคียงกับกรณีที่ดินของวัดมกุฏกษัตริยาราม ซึ่งมีผู้ยกเป็นมรดกให้ ศาลแพ่งได้มีความเห็นดังนี้

“ที่ดินรายพิพาท นางสาวกฤษณ์ ได้ทำพินัยกรรมอุทิศถวายกรรมสิทธิ์แก่วัดโจทก์โดยชอบด้วยกฎหมาย นางสาวกฤษณ์ตายลง ย่อมตกเป็นที่ธรณีสงฆ์ของวัดตามเจตนาอุทิศโดยทันที ไม่มีกฎหมายบังคับว่าต้องไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เสียก่อน การจดทะเบียนเป็นเพียงพิธีการเท่านั้น เป็นที่ธรณีสงฆ์ของวัดโจทก์แล้วตามพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ.121 มาตรา 7 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2477 ผู้ใดผู้หนึ่งจะโอนกรรมสิทธิ์นั้นไปไม่ได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจแห่งกฎหมายเฉพาะและพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2488 ม.41 ก็บัญญัติไว้ว่า จะโอนกรรมสิทธิ์ได้แต่โดยพระราชบัญญัติ”

ที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์จึงยังคงเป็นที่ธรณีสงฆ์อยู่วันยังค่ำ บริษัทที่รับโอนไปก็ดี วัดธรรมิการามวรวิหารก็ดี มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัยก็ดี มิอาจกระทำการละเมิดต่อกฎหมายได้ เตรียมตัวเตรียมใจรับผลแห่งการกระทำที่ผิดต่อเจตนาของยายเนื่อง

ผู้ที่อยู่อาศัยโดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครองและรัฐต้องชดเชย จะเพิกเฉยปล่อยให้นักการเมืองปล้นที่ดินสงฆ์ไปกลางแดดกันง่ายๆ เห็นทีจะลำบาก เสนาะ เทียนทองและทักษิณ ชินวัตรเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ย่อมรู้แก่ใจ

นี่คือผลของคนโกหกและทำความชั่ว ผลของกรรมกำลังจะเกิดแล้ว

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรดูกรรมเหล่านี้ไว้เป็นตัวอย่าง ผลของการเป็นนายกฯ ที่ไม่มีปัญญาแก้ไขปัญหาบ้านเมือง อยู่ด้วยการโกหกไปวันๆ คือการสร้างความหายนะอันใหญ่หลวงให้กับประเทศ เป็นกรรมหนักหนาตกถึงลูกหลานและครอบครัวซึ่งไม่มีแผ่นดินให้กลบหน้า

“กมฺมุนา วตฺตตี โลโก” สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม อย่าเดินตามรอยความเลวร้ายของพี่ชายคุณเลย
กำลังโหลดความคิดเห็น...