xs
xsm
sm
md
lg

LET IT BE – ช่างแม่มันของทักษิณเป็นสัญญาณอะไรหรือ

เผยแพร่:   โดย: ว.ร. ฤทธาคนี

LET IT BE ที่ทักษิณแปลว่า “ช่างแม่มัน” ซึ่งความจริงแล้วก็ไม่ผิดความหมายอะไร เพียงแต่ว่าวลีนี้เป็นสำนวนของคนไร้อารยธรรมความคิด เพราะอดีตผู้นำประเทศมีความพยายามที่จะเป็นปัญญาชน และความพยายามที่จะเป็นผู้ดีแต่ตอนนี้ไม่มีเหลือให้คิดเช่นนั้นอีกต่อไป

ถามว่าช่างแม่มันเป็นวลีที่สุภาพหรือเปล่า หากลองถามนักเรียนชั้นประถมทั้งประเทศว่าวลีนี้สุภาพหรือเปล่า ควรเป็นวลีคำพูดที่อดีตนายกรัฐมนตรีควรที่จะพูดหรือเปล่า ผู้เขียนเชื่อว่านักเรียนชั้นประถมร้อยทั้งร้อย ก็จะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่สุภาพ” ซึ่งผู้นำประเทศไม่ควรพูด และหากถามคนที่มีสติปัญญาความคิดว่า คนที่พูดควรเป็นคนประเภทไหน คำตอบที่ได้รับควรจะเป็นว่า “คนที่พูดเป็นพวกกุ๊ย”

แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ประเด็นที่อยากจะสื่อ แต่อยากจะขอโทษแทนชาวคาทอลิกทั้งโลก โดยเฉพาะชาวคาทอลิกไทยที่อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย ไร้ซึ่งความคิดและภูมิปัญญาของความเป็นคนที่มีความเจริญทางจิตใจ

และต้องขอโทษแฟนเพลงของ THE BEATLES ทั้งโลกนี้ด้วย ที่ความรู้ซึ้งในเนื้อเพลง LET IT BE แต่ความลึกซึ้งของทักษิณไม่มีแต่เป็นปัญญาของกุ๊ยเท่านั้น ไม่ใช่ความคิดอ่านของคนไทยทั้งมวล

เพลง LET IT BE ที่ทักษิณแปลว่า “ช่างแม่มันนั้น” คณะสี่เต่าทองได้นำแผ่นออกจำหน่ายในวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 1970 หรือเมื่อ 42 ปีมาแล้ว และติดอันดับ 1 อยู่หลายสัปดาห์ เป็นความปราดเปรื่องของคน 4 คน ที่ก่อกำเนิดวงดนตรีซึ่งปฏิวัติขบวนคิดของวงการเพลงร่วมสมัย ทั้งโลกแต่ก็ผสมผสานกันทุกมิติของดนตรี และปรัชญาที่แฝงไว้ในเนื้อเพลงตั้งแต่ยุคก็สอดคล้องตามกาลวงสี่เต่าทองเริ่มต้นในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.1957 เมื่อ จอห์น เลนนอน ก่อตั้งวง “เดอะ ควอร์รีแมน” ขึ้นที่เมืองลิเวอร์พูล ส่วน พอล แม็กคาร์ตนีย์ เข้าร่วมวงกับจอห์นในสองสามอาทิตย์ต่อมา และเปลี่ยนชื่อวงเป็น เดอะ บีทเทิ่ล หรือสี่เต่าทอง ทั้งสองร่วมกันแต่งทำนองและคำร้อง เขย่าความรู้สึกนึกคิดของคนทั้งโลก และความคิดเชิงปรัชญาของคนทั้งสองปรับเปลี่ยนความคิดของวัยรุ่นไปตามสถานการณ์ของโลก จนในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1970 เมื่อเพลง LET IT BE ออกวางจำหน่าย ซึ่งในเนื้อหาแล้วทั้งจอห์น และพอล ใช้เป็นสื่อสัญญาณให้แฟนเพลงรู้ว่าวงกำลังแตกแยกกันเกินกว่าที่จะสมานฉันท์ และในวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 1970 นั้นเอง พอลก็ฟ้องจอห์น, จอร์จ แฮร์ริสัน, ริงโก สตาร์ และ เอลเลน ไคล์ ผู้จัดการวง เพื่อสลายวงและให้ศาลแบ่งผลประโยชน์ต่างๆ อย่างยุติธรรม

สัญญาณนั้นอยู่ในเนื้อเพลงที่จอห์นได้คร่ำครวญถึงพระแม่มารี พระมารดาของพระเยซูคริสต์เจ้า เมื่อเนื้อร้องกล่าวว่า “ยามใดที่ลูกตกอยู่ในภวังค์แห่งห้วงความทุกข์ พระแม่มารีก็เสด็จมาให้พรลูก กล่อมด้วยวจีแห่งปัญญาว่า “อะไรจะเกิดขึ้นก็ให้เป็นไปตามนั้น - LET IT BE” และในยามใดที่ลูกอยู่ในความมืดมนพระแม่มารีก็เสด็จมาประทับอยู่ตรงหน้าลูก กล่อมด้วยวจีแห่งปัญญาว่าอะไรจะเกิด ก็ให้เป็นไปตามนั้น” เพลงนี้จึงเปรียบเสมือนคำสวดของจอห์น และเดอะ บีเทิลส์ ที่แสดงถึงศรัทธาและกตัญญูกตเวทิตาต่อพระแม่มารี

ดังนั้น การที่ทักษิณแสดงความหยาบคาย ไม่เคารพในเนื้อเพลงที่บ่งบอกถึงศรัทธาเชื่อมั่นในพระแม่มารีนั้น เป็นการแสดงความไร้สติปัญญาความรอบรู้ของทักษิณอย่างสิ้นเชิง ไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร จึงอนุมานได้ว่าทักษิณตั้งใจจะใช้เพลง LET IT BE ของเดอะ บีเทิลส์ สื่อสัญญาณกับสาวกและสมุนทั้งหลายว่า “ฉันจนตรอกแล้ว” จะทำอะไรก็ทำเถิด อะไรจะเกิดก็ “ช่างแม่มัน”

หลายครั้งที่ทักษิณใช้เวทีปลุกระดมคนเสื้อแดง เพื่อสั่งการอะไรบางอย่าง เพื่อให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ของเขา ในการกลับเข้ามามีอำนาจอีกครั้งหนึ่ง และครั้งนี้ถ้าสำเร็จทักษิณคงจะไม่ปล่อยให้อำนาจหลุดมือไปอีก ไม่ว่าอะไรจะเกิดหรืออะไรจะเกิดก็ช่างแม่มัน

ผู้เขียนได้ย้ำเตือนประชาชนคนไทยถึงพหุยุทธศาสตร์ของทักษิณมาแล้ว และได้วิเคราะห์ถึงแผนเหล่านั้นมาแล้วหลายแผน เช่น แผนยุทธศาสตร์โลกล้อมเมือง แผนยุทธศาสตร์ปรองดอง เป็นต้น แต่ยุทธศาสตร์หลักคือแผนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเป็นกลไกการเปลี่ยแปลงระบบการเมืองและสังคมของไทยอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเรื่องนี้คณะสยามประชาภิวัฒน์ได้แกะรหัส ชี้ถึงผลร้ายของการที่รัฐบาลนี้ พรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดง ต้องการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพื่ออำนวยชัยชนะให้ทักษิณ ในการครองอำนาจในประเทศไทยอย่างเบ็ดเสร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบเศรษฐกิจ และอำนาจการเมือง และจะมีใครในแผ่นดินนี้สามารถต่อต้านพลังอำนาจทักษิณได้อีกต่อไป

ยุทธศาสตร์โลกล้อมเมืองของทักษิณ ก็บรรลุผล เมื่อรัฐบาลอังกฤษได้ยอมคืนสิทธิ์ให้ทักษิณกลับเข้าไปในประเทศอังกฤษได้ เพราะว่าอำนาจการเมืองของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สามารถเจรจาต่อรองกับรัฐบาลอังกฤษในระดับหนึ่ง และในอนาคตอังกฤษอาจคืนเงินของทักษิณที่อยู่ในประเทศอังกฤษจำนวนหลายหมื่นล้านบาท เพราะว่าผลประโยชน์ถึงกัน

ยุทธศาสตร์ปรองดองของทักษิณก็บรรลุตามวัตถุประสงค์ เพราะสังคมโลกกำลังมองว่าทักษิณถูกรังแกทางการเมือง และขบวนการยุติธรรมของไทยไม่ยุติธรรม มีการใช้ศาลเตี้ยอันเกิดจากรัฐประหารและผู้คนที่มีอำนาจหลายวงการต่อต้านทักษิณอย่างไม่เป็นธรรม ทักษิณจึงขอปรองดองด้วย ซึ่งถ้าใครขัดต่อหลักการปกรองดองแล้ว ก็จะเป็นผู้ที่ประสงค์ร้ายกับทักษิณเป็นการส่วนตัว โดยเฉพาะการใช้เทศกาลสงกรานต์เป็นประโยชน์ในการเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งหลายครั้งเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ทักษิณปลุกระดมให้ประชาชนเสื้อแดงต่อต้านระบบอำมาตย์ ที่ทักษิณทึกทักสร้างภาพนี้ขึ้นมา และอุปโลกย์ให้ พล.อ.เปรม ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานระบอบอำมาตยาธิปไตย

แต่แค่สองแผนยุทธศาสตร์ในพหุยุทธศาสตร์ของทักษิณซึ่งเป้าหมายสูงสุด คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนสรรหาสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และความมุ่งหวังของทักษิณก็คือ ต้องได้ ส.ส.ร.ที่เป็นเสื้อแดง หรือเป็นแนวร่วมเสื้อแดงเท่านั้น

“LET IT BE - ช่างแม่มัน” จึงเป็นอาณัติสัญญาณว่า บัดนี้ถึงวาระสุดท้ายของการแย่งชิงอำนาจคืนมาแล้วที่ต้องสำเร็จ จึงขอให้สาวกคนเสื้อแดงทั้งหลายอย่าได้หวาดกลัวต่ออะไรทั้งสิ้น หากอะไรจะเกิดก็ ช่างแม่มัน” บ้านเมืองจะฉิบหายวายป่วงก็ “ช่างแม่มัน” ค่าครองชีพขึ้นสูงเข้าขั้นข้าวยากหมากแพงก็ “ช่างแม่มัน”

แต่คนไทยทั้งหลายทั้งปวง ต้องไม่ยึดถือวลีนรก “ช่างแม่มัน” ของทักษิณเพราะเป็นเพียงความหยาบคายของคนคนหนึ่ง แต่ต้องพึงระวังว่าภัยการเมืองสามานย์จะทำร้ายประเทศชาตินี้ได้อย่างไร และอยากให้ชาวคาทอลิกทั้งโลก โดยเฉพาะในประเทศไทย จงได้พิจารณาถึงความการไม่ควรของทักษิณ ที่ใช้เนื้อเพลงนี้เป็นเครื่องมือ และขอได้ประท้วงพฤติกรรมนี้จนถึงขั้นสาปแช่งให้เกิดผลนรกสวรรค์ ตามดีกรีของความไร้สติปัญญาความคิดของคนคนหนึ่ง
กำลังโหลดความคิดเห็น...