xs
xsm
sm
md
lg

คำเตือนถึงนายกฯ หญิงเรื่องปราสาทพระวิหาร ตอน 3

เผยแพร่:   โดย: เทพมนตรี ลิมปพยอม

ด้วยความปรารถนาดีที่คิดในเชิงบวกว่าท่านนายกฯ หญิงมิได้รู้เรื่องปราสาทพระวิหารเลย เพราะ

1. เกิดไม่ทัน

2. เมื่อเกิดไม่ทันแล้วก็ไม่เคยศึกษา

3. รัฐบาลนอมินีพี่ชาย (พ่อ) ไปทำจนเสียเรื่องด้วยการปล่อยให้เขมรขึ้นมาอยู่บนปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบ

4. รัฐบาลคุณสมชายพี่เขย (ลุงเขย) ก็ปล่อยให้เขมรเขามา แต่ก็ยังดีที่ยืนยันว่าพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหารเป็นของไทย

5. การเป็นนายกฯ หญิงงานเยอะผมรู้ผมเข้าใจแต่ไม่ให้อภัย เพราะการเป็นนายกฯ ไม่ใช่เด็กทดลองงานบริษัท และช่วงนี้งานเข้า จึงอาจไม่มีเวลาใส่ใจต่อปัญหาปราสาทพระวิหาร

6. นายกฯ หญิงกังวลเรื่องพี่ชาย (พ่อ) เรื่องการอภัยโทษมากเป็นพิเศษจนลืมเรื่องของประเทศชาติและการสูญเสียดินแดน

7. นายกฯ หญิงใครๆ ก็รู้ว่าพี่ชาย (พ่อ) เลือกมาให้เป็นนายกฯ ดังนั้นไม่เคยได้เตรียมตัวหรือหาความรู้ในฐานะและตำแหน่งความเป็นนายกฯ มาล่วงหน้า จึงออกอาการโง่หลายต่อหลายครั้ง ไม่รู้แม้กระทั่งเดือนพฤศจิกายนเพราะเธอเชื่อว่าคือเดือนพฤศจิกาคม

8. เรามีนายกฯ เครื่องสำอางสินค้าแบรนด์เนม การบ้านการเมืองไม่รู้เรื่องแต่การมุ้งผมก็มิอาจก้าวล่วงที่จะรู้ได้

ดังนั้นด้วยเหตุนี้ด้วยคะแนน 10:0 ผมจึงต้องให้ข้อมูลท่านนายกฯ หญิงเกี่ยวกับปราสาทพระวิหารอีกครั้งหนึ่ง ดังนี้

ในคดีปราสาทพระวิหารที่ศาลโลกได้ตัดสิน ศาลได้ตัดสินตามคำฟ้องของกัมพูชา เมื่อกัมพูชาเสนอคำฟ้อง กัมพูชาเสนอให้ศาลตัดสินว่า “ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่บนพื้นที่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของกัมพูชา” และอื่นๆ อีก 2 ข้อ ประเด็นของเรื่องจริงอยู่ที่ว่าจะตีความคำพิพากษาอย่างไรเพื่อให้เป็นไปตามที่ศาลได้ตัดสินและกัมพูชายอมรับ  ฝ่ายไทยในเวลานั้นโดยเฉพาะศาสตราจารย์อังรี โรแลง ที่เป็นหนึ่งในคณะทนายความของไทยและมีความสัมพันธ์อันดีต่อศาลโลก ได้เสนอความเห็นไว้ว่าศาลไม่ได้ตัดสินแผนที่และเส้นเขตแดนบนแผนที่ซึ่งเป็นผลดีต่อไทย ศาลได้แค่อำนาจอธิปไตยที่ตัวปราสาทพระวิหาร

ต่อมาเมื่อกระทรวงการต่างประเทศได้แปลคำพิพากษา และฝ่ายไทยได้ตั้งข้อสงวนสิทธิ์ไม่เห็นด้วยต่อคำตัดสินของศาลโลก กระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมีความสัมพันธ์พิเศษกับนายกรัฐมนตรี(จอมพลสฤษดิ์) ได้จัดการประชุมนัดพิเศษโดยมีผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดวิธีปฏิบัติให้เป็นไปตามคำพิพากษาเนื่องจากไทยเป็นสมาชิกขององค์การสหประชาติ การประชุมครั้งนั้นได้เลือกวิธีที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ

กล่าวคือให้จัดทำรั้วลวดหนามความยาวประมาณ 7,000 เมตรล้อมอาณาบริเวณรอบตัวปราสาทพระวิหาร จัดทำป้ายแสดงอาณาบริเวณ และกำชับให้เจ้าหน้าที่ห้ามคนเข้าออกบริเวณปราสาทพระวิหาร โดยได้เสนอเป็นมติคณะรัฐมนตรี เมื่อมติคณะรัฐมนตรีออกมาในวันที่ 10 กรกฎาคม 2505 ได้ย้ำให้เห็นว่าให้คืนพื้นที่ที่รองรับตัวปราสาทเท่านั้น

พูดภาษาชาวบ้านก็คือพื้นดินที่รองรับตัวปราสาทเพื่อให้กัมพูชาได้เข้ามาใช้อำนาจอธิปไตยที่ปราสาทพระวิหาร โดยฝ่ายไทยเป็นผู้ปฏิบัติให้เป็นไปตามคำพิพากษาที่ตัดสินว่า “ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่บนพื้นที่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา” ฝ่ายไทยได้อนุญาตให้กัมพูชาขึ้นมาที่ตัวปราสาทตรงช่องบันไดหักตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อเราได้ดำเนินการสร้างรั้วลวดหนามครอบตัวปราสาทเสร็จแล้ว เราได้รายงานอย่างเป็นทางการไปถึงองค์การสหประชาชาติและบอกต่อกัมพูชา ด้วยเหตุนี้กษัตริย์สีหนุจึงเสด็จมายังช่องบันไดหัก (บันไดของคนวรรณะต่ำในศาสนาพราหมณ์) เพื่อขึ้นมาเป็นประธานในพิธีชักธงขึ้นเสาแสดงอำนาจอธิปไตยตามคำพิพากษา

ดังนั้นการที่สมเด็จฮุนเซนส่งกองกำลังทหารติดอาวุธเข้ามายังอาณาบริเวณนอกรั้วลวดหนามที่เราล้อมรอบตัวปราสาท การตัดถนนจากบ้านโกมุยฝั่งเขมรขึ้นมายังตัวปราสาทพระวิหารทำลายอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารของไทยขึ้นมาตั้งวัดแก้วฯ ซึ่งเป็นวัดเถื่อนในดินแดนประเทศไทย กับทั้งยังทำแผนบริหารจัดการมรดกโลกรุกล้ำดินแดนประเทศไทย แบบนี้ถือว่าสมเด็จฮุนเซนตั้งใจเข้ามายึดดินแดนประเทศไทย ทั้งสมเด็จสีหนุและบ่าวอย่างนายฮุนเซนต่างสมรู้ร่วมคิดเข้ามายึดดินแดนของไทยไป ในฐานะนายกรัฐมนตรีจึงต้องสั่งการให้ทหารเข้าไปยึดดินแดนประเทศไทยของเราคืนมา

ในท้ายของบทความวันนี้ ผมจึงขอเรียกร้องให้ท่านนายกฯ หญิงของคนไทยคนแรก และอาจเป็นคนสุดท้ายโปรดสั่งการให้ทหารเข้ายึดพื้นที่คืนและไล่ทหารเขมรออกไป ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลโลกและเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี 10 กรกฎาคม 2505 ผมได้ฟังว่าท่านนายกฯ หญิงบอกว่าจะเชื่อฟังศาลโลก นี่ไงผมก็ได้บอกข้อมูลแล้วและให้ดีเราทวงปราสาทพระวิหารคืนตามข้อสงวนสิทธิ์ที่ไม่มีอายุความ ถ้าทำได้ผมให้ทักษิณที่เป็นพี่ชาย (พ่อ) กลับมาประเทศ และผมขอสัญญาว่าจะเข้าไปขอขมาก้มลงกราบตีนเลย 55555555555
กำลังโหลดความคิดเห็น...