xs
xsm
sm
md
lg

การเมืองกาลี ผู้นำไม่ดี อัปรีย์กินประเทศ

เผยแพร่:   โดย: ปราโมทย์ นาครทรรพ

“หากบุคคลขาดคุณสมบัติที่ดี ไร้ความสามารถ ไร้ศีลธรรมจรรยา ไม่เหมาะสม ได้ขึ้นบัลลังก์มาเป็นใหญ่ มีอำนาจมากเพียงใด เขาจะถูกฉีกเนื้อ และลงฑัณฑ์โดยประชาชน เพราะเขามิได้ขึ้นมาและมิได้อยู่ในอำนาจด้วยความชอบธรรม ผู้ปกครองเยี่ยงนี้ เหมือนผู้ปกครองทั้งหลายที่ฝ่าฝืน ทำลายศีลธรรมจรรยา และกฎเกณฑ์ของสังคมก็จะถูกประชาทัณฑ์เยี่ยงเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ปกครองที่ประพฤติตนเหมือนโจรปล้นสมบัติของแผ่นดิน”

พระนาคเสนตอบพระเจ้ามิลินท์ใน “มิลินทปัญหา”

ท่านผู้อ่านที่เคารพ นานมาแล้ว ผมเสนอวิธีวิเคราะห์ลดความเครียดด้วยรูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมและวงกลมการเมืองที่เขียนง่ายที่สุด แล้วก็จับเอาตัวละครหรือปัญหาต่างๆ ใส่เข้าไปให้ถูกช่อง แล้วท่านก็จะถึงบางอ้อ เกิดความสนุก เขียนแล้วเขียนอีกเหมือนผม

เร็วๆ นี้ เราถกกันว่าระหว่างคนกับระบบนั้น อะไรสำคัญกว่า เพื่อจะล้มล้างความเชื่อว่า ถ้าคนดีเสียอย่างทุกอย่างจะดีตาม ซึ่งมันไม่ใช่ เพราะระบบสำคัญกว่าเพราะมันบังคับคน มิใช่คนบังคับระบบ ยกเว้นคนนั้นจะเป็นนักปฏิวัติ

เชิญท่านดูสี่เหลี่ยมอีกครั้ง ข้างบนทางนอนเป็นระบบการเมือง ทางขวางเป็นตัวบุคคลหรือผู้นำ ท่านจะเห็นได้ง่ายๆ ว่าใน 1 ระบบดี ผู้นำดี บ้านเมืองจะไปลิ่ว ช่องที่ไทยเราอยู่เวลานี้คือช่องที่ 4 เหมือนกับชื่อบทความ คือระบบก็เลวและผู้นำก็เลว ส่วนช่องที่อธิบาย 2 และที่ 3 นั้น ท่านผู้อ่านคิดเอาเองนะครับ ในแต่ละช่องท่านผู้อ่านจะสรรหาตัวอย่างอะไรก็ได้ที่เป็นคู่ใส่เข้าไป สี่เหลี่ยมมหัศจรรย์ก็อธิบายได้ทั้งสิ้น

ดูรูปสี่เหลี่ยมเสร็จแล้ว ผมจะพาท่านกลับไปสู่พุทธกาล ไปฟังพุทธทำนายสุบินนิมิต 16 ของพระเจ้าปเสนทิโกศล ซึ่งประยุกต์เรื่อยมาเป็นคำกลอนเพลงยาวพยากรณ์อยุธยา คำทำนายกรุงรัตนโกสินทร์ และคำนายของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ แล้วท่านจะอัศจรรย์ใจว่าอะไรจึงแม่นยำถึงขนาดนี้

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เอกนิบาตชาดก เล่ม 3 ภาค 2

พระศาสดา ตรัสว่า “มหาบพิตร จงตรัสเล่าสุบินนิมิตข้อที่ 9 เถิด”

พระเจ้าโกศลมหาราช ตรัสว่า “พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันเห็นสระบัวสระหนึ่งดารดาษไปด้วยปทุม 5 สีลึก มีท่าขึ้นลงรอบด้าน สัตว์สองเท้าสี่เท้าลงดื่มน้ำในสระบัวโดยรอบ น้ำที่อยู่ในที่ลึกกลางสระบัวขุ่นมัว น้ำที่สัตว์สองเท้าสี่เท้าเหยียบย่ำกลับใสสะอาด ไม่ขุ่นมัว หม่อมฉันเห็นเช่นนี้ สุบินนิมิตข้อนี้ จะมีผลเป็นอย่างไร พระเจ้าข้า” 

       พระศาสดา ตรัสว่า “มหาบพิตร ผลของสุบินนิมิตข้อนี้จะมีในอนาคต คือ ในกาลภายหน้า ผู้ปกครองจะไม่ตั้งอยู่ในธรรม มีอคติ ปกครองประชาชนตามความพอใจของตน ไม่วินิจฉัยคดีโดยชอบธรรม มีใจมุ่งแต่ผลประโยชน์ รับสินบนผู้ปกครอง จะไม่มีความอดทน ไม่มีความเมตตา ไม่มีความเอ็นดูแก่ประชาชน จะมีแต่ความกักขฬะ หยาบคาย คอยเบียดเบียน ข่มขู่ประชาชน เรียกเก็บภาษีที่ดินภาษีสินค้าตามใจชอบของตน และเก็บส่วยเอาเป็นของตนแล้วส่งส่วยให้เจ้านาย ประชาชนถูกเรียกเก็บทั้งภาษีทั้งส่วยมากเข้า ก็ไม่มีจ่ายให้รัฐ จึงหลบหนีเมืองกรุงอพยพไปอยู่ในชนบท ตั้งหลักฐาน ณ ที่นั้น เมืองศูนย์กลางจะว่างเปล่า ชนบทจะเป็นปึกแผ่นแน่นหนาเหมือนน้ำกลางสระบัวขุ่นมัว น้ำที่ริมฝั่งรอบๆ ใส ภัยนี้จะไม่มีแก่มหาบพิตร”

พระศาสดา ตรัสว่า “มหาบพิตร จงตรัสเล่าสุบินนิมิตข้อที่ 10 เถิด”  

พระเจ้าโกศลมหาราช ตรัสว่า “พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เห็นข้าวสุกที่พ่อครัวหุงในหม้อใบเดียวกันแท้ๆ แต่ข้าวสุกไม่ทั่วกัน คือ ข้าวส่วนหนึ่งแฉะ ข้าวส่วนหนึ่งดิบ ข้าวส่วนหนึ่งสุกดี พ่อครัวตรวจดูแล้วรู้ว่า “ข้าวสุกไม่ทั่วกัน” จึงแยกออกเป็น 3 ส่วน สุบินนิมิตข้อนี้ จะมีผลเป็นอย่างไร พระเจ้าข้า”

        พระศาสดา ตรัสว่า  “มหาบพิตร ผลของสุบินนิมิตข้อนี้จะมีในอนาคต คือ ในกาลภายหน้า ผู้ปกครองจะไม่ตั้งอยู่ในธรรม เมื่อผู้ปกครองไม่ตั้งอยู่ในธรรมแล้ว ข้าราชการ เศรษฐีและคฤหบดี ชาวเมือง ชาวชนบท รวมถึงประชาชนทั้งหมด เริ่มแต่สมณะและพราหมณ์ จะไม่ตั้งอยู่ในธรรม เทวดาก็จะไม่ตั้งอยู่ในธรรม ในสมัยของผู้ปกครอง ไม่ตั้งอยู่ในธรรม คนก็จะตัดไม้ทำลายป่าไม่รักษาธรรมชาติ ลมจะพัดไม่สม่ำเสมอ พัดแรงจัด ฝนจะไม่ตกตามฤดูกาล ถึงฝนจะตกก็จะตกไม่ทั่วทุกพื้นที่ หรือจะตกไม่เป็นประโยชน์แก่การไถและการหว่านของพวกชาวนา ฝนจะตกไม่ทั่วถึง เมื่อฝนตกทางทิศเหนือ ก็จะไม่ตกทางทิศใต้ ข้าวกล้าทางทิศเหนือจะเสียหายเพราะฝนตกมาก ข้าวกล้าทางทิศใต้จะเหี่ยวแห้งเพราะฝนไม่ตกในที่ที่ฝนตกพอดี ข้าวกล้าจะสมบูรณ์ดี ข้าวกล้าที่หว่านแล้วในภูมิภาคเดียวกัน ในประเทศเดียวกัน จะเป็น 3 ส่วนเช่นนี้ เหมือนข้าวสุกในหม้อเดียวกันมีผลเป็น 3 อย่างฉะนั้น ภัยนี้จะไม่มีแก่มหาบพิตร”

พระศาสดา ตรัสว่า “มหาบพิตร จงตรัสเล่าสุบินนิมิตข้อที่ 12 เถิด”

        พระเจ้าโกศลมหาราช ตรัสว่า “พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันเห็นกะโหลกน้ำเต้า (ลูกน้ำเต้าเมื่อแก่แล้วภายนอกผลแข็งข้างในกลวง) จมน้ำได้ สุบินนิมิตข้อนี้ จะมีผลเป็นอย่างไร พระเจ้าข้า?”

       พระศาสดา ตรัสว่า “มหาบพิตร ผลของสุบินนิมิตข้อนี้ จะมีในอนาคตกาล คือ เมื่อโลกหมุนไปถึงจุดเสื่อม ในสมัยของผู้ปกครองไม่ตั้งอยู่ในธรรม จะไม่แต่งตั้งบุคคลผู้ประพฤติสุจริตให้มียศมีตำแหน่ง จะแต่งตั้งบุคคลผู้ประพฤติทุจริตให้มียศมีตำแหน่ง บุคคลผู้ประพฤติทุจริตจะได้เป็นใหญ่ บุคคลผู้ประพฤติสุจริตจะอับเฉา คำของบุคคลผู้ประพฤติทุจริต เหมือนกะโหลกน้ำเต้า เป็นเหมือนกฎหมายที่พระราชาประทับตราพระราชทานไว้ในที่ประชุม ในศาล จัดว่าเป็นคำมีหลักฐานถูกต้อง ใครๆ ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้  

ในที่ประชุมสงฆ์ กิจที่สงฆ์ (หมายถึงภิกษุ 4 รูปขึ้นไป) ทำและคณะ (หมายถึงภิกษุ 3 รูป) ทำก็ดี ทั้งในสถานที่วินิจฉัยอธิกรณ์เกี่ยวกับบาตรและจีวร คำของภิกษุอลัชชี (ผู้ไม่ละอาย) ทุศีล บุคคลเชื่อว่าทำให้พ้นทุกข์ได้ คำของภิกษุผู้ลัชชี (ผู้ละอาย) บุคคลไม่เข้าใจไม่เชื่อว่า ทำให้พ้นทุกข์ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เป็นเหมือนกาลที่กะโหลกน้ำเต้าจมน้ำได้ฉะนั้น ภัยนี้จะไม่มีแก่มหาบพิตร”

ท่านผู้อ่านโปรดสังเกต ตอนจบของการทำนายทุกข้อให้ดีว่า “ภัยนี้จะไม่มีแก่มหาบพิตร” ทั้งนี้เพราะพระเจ้าปเสนทิโกศลเป็นกษัตริย์ปราชญ์ ปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม จักรวรรดิวัตร ราชสังคหวัตถุ 4 พ้นจากอคติ 4 ประการ และพร้อมด้วยหลักอปริหานิยธรรม 7 การปกครองของพระองค์จึงเป็นประชาธิปไตยแบบโบราณที่ระบบการเมืองก็ดีและผู้ปกครองก็ดี มีความสุขสวัสดีทั้งผ่านฟ้าและไพร่ฟ้า

ระบบการเมืองของไทยตั้งแต่ปี 2475 มาจนถึงทุกวันนี้ อำนาจถูกแย่งไปจากพระมหากษัตริย์ และอยู่ใต้อุ้งเท้าของนักการเมืองที่ขาดคุณธรรมทุกอย่างที่กล่าวมา กลับมีความชั่วช้าบริบูรณ์ตามสุบินนิมิตทุกประการ

เพราะฉะนั้นคำทำนายอนาคตจึงไม่ยาก “ภัยนี้จะมีแก่พระองค์ผู้ประเสริฐและพสกนิกรที่จงรักภักดีทั่วหน้า”
กำลังโหลดความคิดเห็น...