ASTVผู้จัดการรายวัน - "ไนท์แฟรงค์ฯ"ที่ปรึกษาการลงทุนด้านอสังหาฯ ชี้แนวโน้มคอนโดฯริมแม่น้ำเจ้าพระยากลับมาคึกคัก รายใหญ่ปักธงโครงการย่านพระราม 3 ราคาที่ดินยังไม่สูงต่างกับในเมือง ส่วนค่าย AREA มองตลาดอสังหาฯพ.ค.ที่ผ่านมา หดตัวหนัก อ้างปัจจัจหลักทางเศรษฐกิจ มากกว่าผลทางการเมือง ยอดเปิดโครงการใหม่ ลดลง 20 โครงการ มูลค่าการพัฒนาโครงการลดลงถึง 56% ชี้คอนโดฯ-บ้านเดี่ยว มีมูลค่าการพัฒนาสูงสุด เน้น 2 กลุ่มเป้าหมาย ระดับล่าง-ปานกลาง
นายแฟรงค์ ข่าน ผู้อำนวยการฝ่ายที่ปรึกษาด้านโครงการที่พักอาศัย บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ทำเลริมแม่น้ำกำลังกลับมาเป็นที่สนใจของยักษ์ใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มศุภาลัย กลุ่มทีซีซีแลนด์(ธุรกิจอสังหาฯเครือเจ้าสัวเจริญ) และกลุ่มอีสเทอร์นสตาร์ ที่เปิดตัวโครงการย่านพระราม3 ฝั่งริมแม่น้ำในระยะเวลาใกล้เคียงกัน เนื่องจากที่ดินใจกลางเมืองหายากมากขึ้นและมีราคาสูงมาก จึงยากที่จะพัฒนาโครงการระดับกลางและบนได้ พื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยายังเป็นจุดเด่นที่สามารถสร้างเป็นจุดขายให้กับโครงการได้และด้วย
เดิมทีทำเลนี้ จะพัฒนาเป็นศูนย์กลางธุรกิจใหม่ รองรับการขยายตัวจากบริเวณซีบีดี แต่ก็มาหยุดชะงักไปในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้ราคาที่ดินยังไม่สูงนัก โดยผั่งติดถนนอย่างเดียวเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5-2.2 แสนบาทต่อตร.ว. ส่วนแปลงติดถนนและริมแม่น้ำอยู่ที่ 2-2.8 แสนบาทต่อตร.ว. ด้านวงถนนแหวนอุสาหกรรมอยู่ที่ 1.5-1.8 แสนบาทต่อตร.ว. ส่งผลให้สามารถพัฒนาคอนโดมิเนียมในราคากลางล่างประมาณ 6-9 หมื่นบาทต่อตร.ม. ได้ โดยหากเป็นคอนโดมิเนียมทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 60,000 ต่อตรม. ถ้าวิวแม่น้ำเจ้าพระยาจะขยับขึ้นไปที่ 100,000 บาทต่อตรม. ซึ่งเทียบกับห้องชุดในเมืองแล้วราคายังถูกกว่ามาก
นาย พนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ฯ กล่าวว่า แม้ผลตอบแทนการลงทุนคอนโดริมแม่น้ำอาจไม่มากเท่าการลงทุนคอนโดในเมือง เนื่องจากชาวต่างชาติที่เช่าคอนโดส่วนใหญ่มักชอบที่จะอยู่ในเมือง แต่ถ้าหากเป็นยูนิตที่วิวดีจริงๆก็ถือว่าผลตอบแทนน่าพอใจ ในอนาคตมีแนวโน้มที่ที่ดินริมน้ำจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นและหายากมากขึ้น การลงทุนในคอนโดริมแม่น้ำจึงมีแนวโน้มสดใส
อสังหาฯพ.ค.หดตัวหนัก
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด (AREA) กล่าวว่าสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมาว่า มีโครงการเปิดใหม่รวม 20 โครงการ ลดลงจากเดือนเม.ย. 20 โครงการ โดยมีจำนวนหน่วยขายรวม4,501หน่วย มูลค่าการพัฒนาโครงการรวม 14,064 ล้านบาท ลดลงประมาณ 56%
โดยอาคารชุดมีมูลค่าการพัฒนาสูงที่สุด 5,711 ล้านบาท (41%) บ้านเดี่ยว 5,699 ล้านบาท (41%) และอันดับ 3 คือทาวน์เฮาส์ 1,333 ล้านบาท (9%) ดังนั้นการพัฒนาอสังหาฯในเดือนนี้ ส่วนใหญ่หากเป็นอาคารชุดจะเน้น 2 กลุ่มเป้าหมายคือระดับล่างถึงปานกลาง (ห้องชุดราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท) และบ้านเดี่ยวจะเน้นที่ระดับบน คือ ที่ระดับราคาเกิน 5 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนทาวน์เฮาส์จะอยู่ที่ระดับราคาปานกลาง 1-2 ล้านบาทเป็นสำคัญ
ขณะที่ หน่วยขายลดลงจากเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา 6,328 หน่วย หรือลดลงมากถึง 58%
หากพิจารณาระดับราคาขาย ในเดือนนี้ จะเน้นการพัฒนาที่ระดับราคาค่อนข้างถูกถึงปานกลางเป็นสำคัญซึ่งจำนวนประมาณ 75% และอีก 25% เป็นการพัฒนาในระดับราคาปานกลางค่อนข้างสูงจนถึงราคาแพง
ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยโดยรวมในเดือนนี้เพิ่มขึ้นประมาณ 5% เนื่องจากอุปทานของบ้านเดี่ยว 64% ของจำนวนบ้านเดี่ยวทั้งหมดที่เปิดขายในเดือนนี้ มีระดับราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป
ในด้านทำเลที่ตั้ง จะพบว่าในเดือนนี้มีโครงการที่เปิดตัวใหม่ และตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพชั้นใน 2 โครงการ เขตเมืองชั้นกลางและส่วนต่อขยายของเมือง จำนวน 15 โครงการ เช่น ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนสายไหม ถนนรามอินทรา ถนนวงแหวนตะวันออก ถนนลาดพร้าว ถนนศรีนครินทร์ ถนนสุขสวัสดิ์ และถนนราชพฤกษ์ เป็นต้น ส่วนที่เหลืออีก 3 โครงการจะตั้งอยู่บริเวณพื้นที่รอบนอกซึ่งมีระบบการคมนาคมเข้าสู่เขตเมืองชั้นกลางได้สะดวก รวมถึงใกล้แหล่งชุมชน แหล่งงาน และสถาบันการศึกษา เช่น ย่านรังสิต-ลำลูกกา สมุทรสาคร และบางนา-ตราด (ABAC บางนา) เป็นต้น
" เดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ตลาดอสังหาฯมีการหดตัวอย่างหนัก อาจะเป็นผลจากช่วงเปิดภาคการศึกษา ผู้ปกครองจึงใช้เงินเพื่อการศึกษาบุตรมากกว่าการลงทุนซื้อบ้าน ส่วนการรอดูนโยบายใหม่หลังการเลือกตั้งคงไม่ใช่ปัจจัยสำคัญอะไร "
นายแฟรงค์ ข่าน ผู้อำนวยการฝ่ายที่ปรึกษาด้านโครงการที่พักอาศัย บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ทำเลริมแม่น้ำกำลังกลับมาเป็นที่สนใจของยักษ์ใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มศุภาลัย กลุ่มทีซีซีแลนด์(ธุรกิจอสังหาฯเครือเจ้าสัวเจริญ) และกลุ่มอีสเทอร์นสตาร์ ที่เปิดตัวโครงการย่านพระราม3 ฝั่งริมแม่น้ำในระยะเวลาใกล้เคียงกัน เนื่องจากที่ดินใจกลางเมืองหายากมากขึ้นและมีราคาสูงมาก จึงยากที่จะพัฒนาโครงการระดับกลางและบนได้ พื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยายังเป็นจุดเด่นที่สามารถสร้างเป็นจุดขายให้กับโครงการได้และด้วย
เดิมทีทำเลนี้ จะพัฒนาเป็นศูนย์กลางธุรกิจใหม่ รองรับการขยายตัวจากบริเวณซีบีดี แต่ก็มาหยุดชะงักไปในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้ราคาที่ดินยังไม่สูงนัก โดยผั่งติดถนนอย่างเดียวเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5-2.2 แสนบาทต่อตร.ว. ส่วนแปลงติดถนนและริมแม่น้ำอยู่ที่ 2-2.8 แสนบาทต่อตร.ว. ด้านวงถนนแหวนอุสาหกรรมอยู่ที่ 1.5-1.8 แสนบาทต่อตร.ว. ส่งผลให้สามารถพัฒนาคอนโดมิเนียมในราคากลางล่างประมาณ 6-9 หมื่นบาทต่อตร.ม. ได้ โดยหากเป็นคอนโดมิเนียมทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 60,000 ต่อตรม. ถ้าวิวแม่น้ำเจ้าพระยาจะขยับขึ้นไปที่ 100,000 บาทต่อตรม. ซึ่งเทียบกับห้องชุดในเมืองแล้วราคายังถูกกว่ามาก
นาย พนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ฯ กล่าวว่า แม้ผลตอบแทนการลงทุนคอนโดริมแม่น้ำอาจไม่มากเท่าการลงทุนคอนโดในเมือง เนื่องจากชาวต่างชาติที่เช่าคอนโดส่วนใหญ่มักชอบที่จะอยู่ในเมือง แต่ถ้าหากเป็นยูนิตที่วิวดีจริงๆก็ถือว่าผลตอบแทนน่าพอใจ ในอนาคตมีแนวโน้มที่ที่ดินริมน้ำจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นและหายากมากขึ้น การลงทุนในคอนโดริมแม่น้ำจึงมีแนวโน้มสดใส
อสังหาฯพ.ค.หดตัวหนัก
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด (AREA) กล่าวว่าสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมาว่า มีโครงการเปิดใหม่รวม 20 โครงการ ลดลงจากเดือนเม.ย. 20 โครงการ โดยมีจำนวนหน่วยขายรวม4,501หน่วย มูลค่าการพัฒนาโครงการรวม 14,064 ล้านบาท ลดลงประมาณ 56%
โดยอาคารชุดมีมูลค่าการพัฒนาสูงที่สุด 5,711 ล้านบาท (41%) บ้านเดี่ยว 5,699 ล้านบาท (41%) และอันดับ 3 คือทาวน์เฮาส์ 1,333 ล้านบาท (9%) ดังนั้นการพัฒนาอสังหาฯในเดือนนี้ ส่วนใหญ่หากเป็นอาคารชุดจะเน้น 2 กลุ่มเป้าหมายคือระดับล่างถึงปานกลาง (ห้องชุดราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท) และบ้านเดี่ยวจะเน้นที่ระดับบน คือ ที่ระดับราคาเกิน 5 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนทาวน์เฮาส์จะอยู่ที่ระดับราคาปานกลาง 1-2 ล้านบาทเป็นสำคัญ
ขณะที่ หน่วยขายลดลงจากเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา 6,328 หน่วย หรือลดลงมากถึง 58%
หากพิจารณาระดับราคาขาย ในเดือนนี้ จะเน้นการพัฒนาที่ระดับราคาค่อนข้างถูกถึงปานกลางเป็นสำคัญซึ่งจำนวนประมาณ 75% และอีก 25% เป็นการพัฒนาในระดับราคาปานกลางค่อนข้างสูงจนถึงราคาแพง
ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยโดยรวมในเดือนนี้เพิ่มขึ้นประมาณ 5% เนื่องจากอุปทานของบ้านเดี่ยว 64% ของจำนวนบ้านเดี่ยวทั้งหมดที่เปิดขายในเดือนนี้ มีระดับราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป
ในด้านทำเลที่ตั้ง จะพบว่าในเดือนนี้มีโครงการที่เปิดตัวใหม่ และตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพชั้นใน 2 โครงการ เขตเมืองชั้นกลางและส่วนต่อขยายของเมือง จำนวน 15 โครงการ เช่น ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนสายไหม ถนนรามอินทรา ถนนวงแหวนตะวันออก ถนนลาดพร้าว ถนนศรีนครินทร์ ถนนสุขสวัสดิ์ และถนนราชพฤกษ์ เป็นต้น ส่วนที่เหลืออีก 3 โครงการจะตั้งอยู่บริเวณพื้นที่รอบนอกซึ่งมีระบบการคมนาคมเข้าสู่เขตเมืองชั้นกลางได้สะดวก รวมถึงใกล้แหล่งชุมชน แหล่งงาน และสถาบันการศึกษา เช่น ย่านรังสิต-ลำลูกกา สมุทรสาคร และบางนา-ตราด (ABAC บางนา) เป็นต้น
" เดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ตลาดอสังหาฯมีการหดตัวอย่างหนัก อาจะเป็นผลจากช่วงเปิดภาคการศึกษา ผู้ปกครองจึงใช้เงินเพื่อการศึกษาบุตรมากกว่าการลงทุนซื้อบ้าน ส่วนการรอดูนโยบายใหม่หลังการเลือกตั้งคงไม่ใช่ปัจจัยสำคัญอะไร "



