xs
xsm
sm
md
lg

ดูเหมือนคนไทยจะชอบคนโกงบริหารประเทศ

เผยแพร่:   โดย: ว.ร. ฤทธาคนี

เอแบคโพล สถาบันสำรวจทัศนะของสังคม ได้ออกผลการสำรวจความคิดเห็นของประชากรไทยใน กทม. จำนวน 2,143 ตัวอย่าง ให้พรรคเพื่อไทยชนะพรรคประชาธิปัตย์เกือบทุกตัวชี้วัด เช่น การบริหารงาน อุดมการณ์ประชาธิปไตย เศรษฐกิจ การพัฒนาสังคม และการต่างประเทศ เป็นต้น แต่ตัวอย่างประชากรมองว่าพรรคประชาธิปัตย์ซื่อสัตย์กว่าพรรคเพื่อไทย

ผลสำรวจนี้ทำให้ผู้เขียนอนาถใจ ที่ความซื่อสัตย์เป็นเพียงคุณสมบัติประกอบเท่านั้น มิได้ยึดถือว่าความซื่อสัตย์สุจริตเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการบริหารจัดการประเทศชาติ หากพรรคการเมืองใดมีข้อสงสัยว่าเป็นพรรคขี้โกงแล้ว สังคมไม่ควรจะพิจารณาในแง่มุมอื่นเลย

รู้สึกสงสารประเทศชาติที่จะต้องทนทุกข์ทรมานอีก หากต้องเจอกับขบวนการทุจริต โกงกินบ้านเมือง ซึ่งทักษิณเคยปรารภว่า “ทุจริตโดยบริสุทธิ์ใจ”

การตีหน้าด้านลักษณะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ กรณีคดีซุกหุ้นของทักษิณเมื่อชนะการเลือกตั้ง พ.ศ. 2544 แล้วถูกฟ้องว่าซุกหุ้นในศาลรัฐธรรมนูญ และในคราวนั้นคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีท่านประเสริฐ นาสกุล ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่ามีความบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุดคนหนึ่งในภพนี้ เป็นประธาน ได้พิพากษาว่าทักษิณมีความผิดตามมาตรา 209 ซึ่งบัญญัติให้รัฐมนตรีโอนหุ้นให้แก่นิติบุคคล ซึ่งจัดการทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น หรือสรุปว่าผู้ใดเข้ามาทำงานการเมืองแล้ว จะต้องโอนหุ้นบริษัทต่างๆ ที่มีอยู่ทั้งหมดให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่ญาติ และมิใช่ยังอยู่เบื้องหลังการประกอบธุรกิจของคู่สมรสและบุตร อันเป็นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่จะขจัดผลประโยชน์ทับซ้อนและการกระทำการทุจริตคอร์รัปชันเพื่อผลประโยชน์ตัวเองและครอบครัวของนักการเมือง

ท่านประเสริฐ นาสกุล อดีตประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญขณะนั้น ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นเสียงข้างน้อย แต่ก็ยังลงมติให้ทักษิณผิด รวมกับผู้พิพากษาเสียงข้างน้อยอีก 6 เสียงเป็น 7 เสียง ทำให้ทักษิณพ้นความผิดด้วยคะแนนเสียง 8 : 7

ท่านประเสริฐ ได้จากพวกเราไปแล้ว ขอให้ดวงวิญญาณอันบริสุทธิ์ของท่านได้ปกปักรักษาชาติบ้านเมืองให้พ้นภัยจากนักการเมืองขี้โกง ซึ่งผลสำรวจระบุว่าพรรคเพื่อไทยมีจุดแข็งด้านความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริตเพียง 48.4 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์มีจุดแข็งด้านนี้ 51.6 เปอร์เซ็นต์ จากประชากรตัวอย่าง 2,143 คน

ท่านประเสริฐ ได้ให้แง่คิดตักเตือนในคำวินิจฉัยคดีซุกหุ้นของทักษิณว่า “หัวใจของการเมืองคือความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่าการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี ในอนาคตจึงจะมีหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง (พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด

คำกล่าวนี้เป็นสัจธรรมอย่างสมบูรณ์ครบถ้วน ไม่มีข้อแย้ง ถือได้ว่าเป็นปรัชญาทางการเมืองของโลกได้เลย เพราะหากวันพิพากษาคดีซุกหุ้นทักษิณ พ.ศ. 2544 ผลออกมาว่าทักษิณผิดแล้ว ปรากฏการณ์วิกฤตการเมืองเหลือง-แดงก็ไม่เกิดขึ้น จะไม่มีรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 การเมืองไทยอาจจะได้รับการพัฒนาไปในทิศทางของประชาธิปไตยอันบริสุทธิ์ หรืออาจจะเลวร้ายกว่าทักษิณก็ได้ เพราะคนยังติดในตัวบุคคลมากกว่าพฤติกรรมดีหรือชั่วของบุคคลนั้น

เหตุการณ์นั้นเกิดจากความอาเพศของคนไทย ที่คิดว่าการเมืองไทยหมดหนทาง พรรคประชาธิปัตย์ทุจริตหลายกรณี แต่แท้จริงที่ต้องพ่ายแพ้เลือกตั้งครั้งนั้นก็เพราะการโกงที่ดิน ส.ป.ก. 4-01

ดังนั้น คนไทยครั้งนั้นเหมือนหลังชนฝา ไม่รู้ว่าจะเลือกใครดี จนเกิดพรรคไทยรักไทย มีทักษิณเป็นหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยขุนพลการเมืองที่มีความสามารถหลายคนทำให้คนไทยมองเห็นเสือในร่างสมัน และดูเหมือนจะจริงใจในเรื่องการเมืองบริสุทธิ์ จึงเทคะแนนให้พรรคไทยรักไทยที่มี 3 ยุทธศาสตร์นำ คือ ปราบยาเสพติด แก้จน และขจัดทุจริตคอร์รัปชัน แต่แล้วทักษิณก็ลายออกทีละเล็กที่ละน้อย จนเข้ากลางเทอมของการเป็นรัฐบาลช่วงปี พ.ศ. 2546-47 ขบวนการทุจริตทั้งแบบหน้าด้านๆ และทุจริตเชิงนโยบายก็ปรากฏขึ้นเป็นดอกเห็ด

คนไทยยุค พ.ศ. 2544 เอารัฐศาสตร์นำหน้านิติศาสตร์ ต่างเอาใจช่วยทักษิณให้พ้นคดีซุกหุ้น ผลออกมาจึงเกิดกลียุคนายทุนสามานย์ การหมิ่นสถาบัน เกิดรัฐประหาร และต่อมาเป็นวิกฤตการเมืองเหลือง-แดง สงกรานต์เลือด 2551 สงกรานต์หฤโหด 2522 และพฤษภาคมหฤโหด 2553

จุดอ่อนหนึ่งของคนไทยคือเป็นคนขี้ลืม และชอบอยู่ในย่านสีเทา ไม่ตัดสินขาว-ดำ จึงเกิดทัศนคติที่ว่า นักการเมืองจะโกงกินไม่เป็นไรขอให้ดูเหมือนเก่งก็แล้วกัน หรือการโกงกินเป็นเรื่องธรรมดาของนักการเมือง ใครๆ ก็โกงกินทั้งนั้น

จุดอ่อนพื้นฐานระบบคิดของคนไทยอาจจะเป็นเพราะว่ายังไม่มีใครกล้าที่จะนำเอาเรื่องราวการคดโกงลงในตำราเรียน ต่างกับตำราต่างประเทศที่มีกรณีศึกษาเชิงวิเคราะห์การทุจริตคดโกงสร้างความเสียหายเป็นบทเรียนที่จะต้องไม่ให้เกิดซ้ำ และให้นิสิตนักศึกษาได้ศึกษาใช้เป็นตัวอย่างและตอบในข้อสอบ

รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคม และศิลปวัฒนธรรม มีเนื้อหาปรัชญาเชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้น ทำให้นึกถึงอาจารย์ท่านหนึ่งที่มีความรอบรู้ในศาสตร์เหล่านี้ คือ ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ ท่านเป็นด็อกเตอร์ทางรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ จากสเปนและฝรั่งเศส ตามลำดับ โดยมีพื้นอักษรศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านยังเป็นคณะอนุกรรมการปรับปรุงหลักเกณฑ์การทับศัพท์ของราชบัณฑิตยสถานด้านภาษาสเปน ท่านมองเห็นว่าหากพรรคที่มีจุดอ่อนด้านความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต บริหารประเทศแล้ว วัฏจักรกงเกวียน กำเกวียนการเมืองมืดของไทยย่อมเกิดขึ้นอีก เพราะว่าปัญหาพฤติกรรมสังคมโกงกินไม่ได้รับการแก้ไขปรับปรุงอย่างยั่งยืนแท้จริง

นับตั้งแต่วันนี้ คนไทยจะต้องพิจารณาถึงอนาคตตัวเอง ทหารต้องพิจารณาถึงอนาคตประเทศชาติ สถาบัน และประชาชน ด้วยการใช้วิจารณญาณ จะเลือกใคร พรรคใด หรือแม้กระทั่ง Vote No
กำลังโหลดความคิดเห็น...