ASTVผู้จัดการรายวัน -
วานนี้ (1 ก.พ.) นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือไอแบงก์ กล่าวถึง การปล่อยสินเชื่อปี 2553 ว่า จากเป้าหมายที่วางไว้ 3.5 หมื่นล้านบาทนั้นมีสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับสังคมรวม 12 โครงการ โดย 1.5 หมื่นล้านบาทจะเน้นไปที่สินเชื่อรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตและที่อยู่อาศัย ที่น่าจะมีเข้ามาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามในส่วนของสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตสิ้นปี 2552 ที่ผ่านมามียอดรวม 3 พันล้านบาทพบว่ามีกลุ่มหนึ่งที่มีปัญหาประมาณ 200 รายวงเงิน 30 ล้านบาทที่กลายเป็นหนี้เสีย โดยกลุ่มนี้จะไม่มีบุคคลค้ำประกันและมีการเปลี่ยนงานทำให้ติดตามหนี้ได้ยาก ปีนี้ธนาคารจึงปรับเงื่อนไขใหม่ กำหนดให้มีบุคคลค้ำประกันหากอายุงานไม่ถึง 5 หรือ 7 ปี แต่จะเปิดกว้างในส่วนของวงเงินที่เคยกำหนดไว้ไม่เกินรายละ 2 แสนบาทและระยะเวลาในการชำระหนี้คืนที่เคยจำกัดไม่เกิน 6 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการผ่อนชำระคืนของผู้กู้
“พบว่ากลุ่มที่หนีหนี้จะมีอายุงานไม่ถึง 3 ปี ต่อไปจึงจะกำหนดเป็นช่วงเวลาในการับรีไฟแนนซ์ โดยหากอายุงานต่ำกว่า 5 หรือ 7 ปีต้องมีบุคคลค้ำประกันด้วย ส่วนอัตราดอกเบี้ยจะตรึงในระดับเดิมที่ไม่เกิน 15% ต่อปีให้นานที่สุด”นายธีรศักดิ์ กล่าวและว่าปีนี้จะมีสินเชื่อใหม่เพื่อปล่อยกู้ให้หญิงหม้ายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ใช้ในประกอบอาชีพหรือเรียกว่าสินเชื่ออุ่นใจ กำหนดวงเงิน 500 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยต่ำพิเศษเดือนละ 0.5% หรือ 6-12% ต่อปี
นอกจากนั้นในส่วนของการเข้าไปแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบที่ธนาคารได้รับมอบหมายให้ดูแลประชาชนใน 5 จังหวัดภาคใต้นั้น มองว่าจะมีลูกหนี้โอนเข้ามาที่ ธนาคารไม่เกิน 3 หมื่นราย คาดใช้เงินไม่เกิน 300 ล้านบาท เนื่องจากแต่ละรายมียอดหนี้ 2-5 หมื่นบาท ซึ่งน่าจะเริ่มประบวนการโอนหนี้ได้เดือนก.พ.นี้
สำหรับการะดมทุนเพื่อใช้ในการดำเนินงานปีนี้ตั้งเป้าออกพันธบัตรในประเทศ 5 พันล้านบาท ส่วนการออกซูกุกทั้งในและต่างประเทศกำหนดวงเงินไว้ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งธนาคารรับหน้าที่เป็นตัวแทนในการจำหน่ายโดยน่าจะทยอยออกได้ภายใน 2 เดือนนี้
วานนี้ (1 ก.พ.) นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือไอแบงก์ กล่าวถึง การปล่อยสินเชื่อปี 2553 ว่า จากเป้าหมายที่วางไว้ 3.5 หมื่นล้านบาทนั้นมีสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับสังคมรวม 12 โครงการ โดย 1.5 หมื่นล้านบาทจะเน้นไปที่สินเชื่อรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตและที่อยู่อาศัย ที่น่าจะมีเข้ามาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามในส่วนของสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตสิ้นปี 2552 ที่ผ่านมามียอดรวม 3 พันล้านบาทพบว่ามีกลุ่มหนึ่งที่มีปัญหาประมาณ 200 รายวงเงิน 30 ล้านบาทที่กลายเป็นหนี้เสีย โดยกลุ่มนี้จะไม่มีบุคคลค้ำประกันและมีการเปลี่ยนงานทำให้ติดตามหนี้ได้ยาก ปีนี้ธนาคารจึงปรับเงื่อนไขใหม่ กำหนดให้มีบุคคลค้ำประกันหากอายุงานไม่ถึง 5 หรือ 7 ปี แต่จะเปิดกว้างในส่วนของวงเงินที่เคยกำหนดไว้ไม่เกินรายละ 2 แสนบาทและระยะเวลาในการชำระหนี้คืนที่เคยจำกัดไม่เกิน 6 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการผ่อนชำระคืนของผู้กู้
“พบว่ากลุ่มที่หนีหนี้จะมีอายุงานไม่ถึง 3 ปี ต่อไปจึงจะกำหนดเป็นช่วงเวลาในการับรีไฟแนนซ์ โดยหากอายุงานต่ำกว่า 5 หรือ 7 ปีต้องมีบุคคลค้ำประกันด้วย ส่วนอัตราดอกเบี้ยจะตรึงในระดับเดิมที่ไม่เกิน 15% ต่อปีให้นานที่สุด”นายธีรศักดิ์ กล่าวและว่าปีนี้จะมีสินเชื่อใหม่เพื่อปล่อยกู้ให้หญิงหม้ายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ใช้ในประกอบอาชีพหรือเรียกว่าสินเชื่ออุ่นใจ กำหนดวงเงิน 500 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยต่ำพิเศษเดือนละ 0.5% หรือ 6-12% ต่อปี
นอกจากนั้นในส่วนของการเข้าไปแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบที่ธนาคารได้รับมอบหมายให้ดูแลประชาชนใน 5 จังหวัดภาคใต้นั้น มองว่าจะมีลูกหนี้โอนเข้ามาที่ ธนาคารไม่เกิน 3 หมื่นราย คาดใช้เงินไม่เกิน 300 ล้านบาท เนื่องจากแต่ละรายมียอดหนี้ 2-5 หมื่นบาท ซึ่งน่าจะเริ่มประบวนการโอนหนี้ได้เดือนก.พ.นี้
สำหรับการะดมทุนเพื่อใช้ในการดำเนินงานปีนี้ตั้งเป้าออกพันธบัตรในประเทศ 5 พันล้านบาท ส่วนการออกซูกุกทั้งในและต่างประเทศกำหนดวงเงินไว้ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งธนาคารรับหน้าที่เป็นตัวแทนในการจำหน่ายโดยน่าจะทยอยออกได้ภายใน 2 เดือนนี้




