xs
xsm
sm
md
lg

อาชีวะจ่อฟ้องชินวรณ์นัดไม่รับครุภัณฑ์ SP2

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ASTVผู้จัดการรายวัน-วิทยาลัยอาชีวะทั่วประเทศต้านโกงงบไทยเข้มแข็ง ศธ. ลั่นไม่เซ็นรับครุภัณฑ์ "ผิดสเปก-แพงเวอร์-ถูกจับยัด" นัดถกใหญ่ 19 ม.ค.พร้อมสรุปปมปัญหาฟ้อง"ชินวรณ์"ขู่แต่งดำประท้วง 30 ม.ค.นี้ ขณะที่ผลสอบจัดซื้อจัดจ้างยังไร้ข้อยุติ ขณะที่กระทรวงหมอยังวุ่น ผู้ตรวจ สธ.แจ้งความดำเนินคดีคณะกรรมการชุด“หมอบรรลุ” รวม 7 คน ยกเว้น “พล.ต.อ. ประทิน” ฐานหมิ่นประมาททำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

นายธีรพัฒน์ คำคูบอน ประธานที่ปรึกษาสหภาพครูแห่งชาติ และอุปนายกสมาคมครูอาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย เปิดถึงความคืบหน้าการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์ ภายใต้โครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข็มแข็ง (SP2) ปี 2553 ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)ว่า หัวหน้าแผนกต่างๆ ภายในวิทยาลัยอาชีวะทั่วประเทศได้ทำสัญญาใจร่วมกันแล้วว่า จะไม่รับครุภัณฑ์ในส่วนที่ไม่ต้องการ หรือครุภัณฑ์ที่มีราคาแพงเกินจริง ตกรุ่น ล้าสมัย ทั้งนี้ แม้ทางส่วนกลางจะจ่ายเงินลงมา เพื่อจัดซื้อให้แล้ว แต่ฝ่ายหัวหน้าแผนกต่างๆ ในวิทยาลัยอาชีวะ เช่น ช่างยนต์ ช่างเชื่อม ช่างก่อสร้าง วิทยาลัยเกษตร ก็จะไม่รับของดังกล่าว หากเป็นของที่ไม่ต้องการมาส่งให้ก็จะวางกองไว้หน้าวิทยาลัย จะไม่มีการเซ็นรับของแต่อย่างใด

“เมื่อส่วนกลางจัดสรรมาครุภัณฑ์มาให้ ในกระบวนการ คือ ผอ.วิทยาลัยจะเป็นผู้เซ็นรับของ จากนั้นก็จะเรียกหัวหน้าของแต่ละแผนกมารับของดังกล่าว ซึ่งหัวหน้าแผนกต่างๆ ก็จะแข็งขันโดยการไม่รับของที่ไม่อยากได้ ถูกยัดเยียดให้ หรือของที่ซื้อมาในราคาที่แพงเกินความจริง โดยได้มีการประสานเพื่อดำเนินการไปในทิศทางเดียวกันทั้ง 415 วิทยาลัยทั่วประเทศแล้วว่า ชาวอาชีวะจะรวมหัวกันไม่รับของที่ผิดสเปก” อุปนายกสมาคมครูอาชีวศึกษาฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 30 ม.ค.นี้ สมาพันธ์สมาคมครูอาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมครูอาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย และผู้บริหารวิทยาลัยทั่วประเทศ กว่า 1,000 คนนัดชุมนุมกันที่หอประชุมคุรุสภา โดยเชิญนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ว่าที่ รมว.ศึกษาธิการคนใหม่ มาเป็นประธาน พร้อมหารือถึงประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในส่วนของ สอศ. เพื่อนำข้อสรุปเสนอต่อนายชินวรณ์ โดยจะหารือถึงการบริหารจัดการ สอศ. โดยองค์กรครูอาชีวศึกษาต้องการมีส่วนร่วมในการตั้งสถาบันอาชีวศึกษา การจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์ฯ เพื่อความโปร่งใส ทั้งนี้ ในวันที่ 19 ม.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการอีกครั้งว่าในวันที่ 30 ม.ค.จะแต่งชุดดำกันหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าหลังจากที่มีข่าวว่านายนิวัตร นาคะเวช รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์ฯ ถูกโทรศัพท์ข่มขู่ให้ยุติการขุดคุ้ยและสอบสวนการจัดซื้อครุภัณฑ์ดังกล่าว ปรากฎว่าคณะกรรมการคนอื่น ๆ ก็ได้รับจดหมายให้ยุติการสอบสวนด้วยเช่นกัน

ขณะที่ นายประเสริฐ บุญเรือง รองเลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) กล่าวว่า ยอมรับว่าได้รับจดหมายดังกล่าวจริง ซึ่งเป็นลักษณะของบัตรสนเท่ห์ โดยมีใจความในเชิงขอให้ถอนตัวจากการเป็นกรรมการตรวจสอบฯ โดยให้เหตุผลว่ากรรมการชุดนี้ไม่มีคนนอก ศธ.ซึ่งเป็นคนกลางร่วมเป็นกรรมการเหมือนกรณีกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) จึงอยากให้มีการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ที่มีคนนอกร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าคณะกรรมการชุดนี้จะทำงานด้วยความเป็นธรรมไม่มีซูเอี๋ยหรือจับผิดใคร และจะทำงานต่อไปจนกว่าจะเสร็จภารกิจ

สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบของคณะกรรมการฯ นั้นจากการประชุมเมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่ได้ข้อยุติ เพราะยังขาดข้อมูลบางส่วนที่คณะกรรมการได้ตั้งข้อสังเกต เช่น เรื่องการซื้อเครื่องเจียรนัยพลอยของกลุ่มวิทยาลัยการอาชีพ เป็นต้น โดยทางคณะกรรมการฯ ได้ขอข้อมูลเพิ่มเติมจากวิทยาลัย เพื่อให้ได้ผลสรุปภายในวันที่ 15 ม.ค.ตามเงื่อนเวลาที่ น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศธ.ให้ไว้

ด้าน นพ. จักรกฤษณ์ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ตรวจราชการ สธ. เขต 6 หนึ่งใน 8 ของข้าราชการที่ถูกคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุขที่มีนพ. บรรลุ ศิริพานิช เป็นประธานระบุว่า มีความผิดบกพร่องต่หหน้าที่ กล่าวว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ สร้างความเสียหายให้แก่ตน ครอบครัว และสังคมแวดล้อมมาก ตนจึงได้มอบหมายให้ทนายความดำเนินการแจ้งความเอาผิดฐานหมิ่นประมาททำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงกับคณะกรรมการชุดนี้ทุกคน ยกเว้นพล.ต.อ. ประทิน สันติประภพ เพราะเป็นกรรมการคนเดียวที่ให้ความเห็นต่อสาธารณะอย่างเป็นกลางที่สุด โดยแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจนครศรีธรรมราช และยืนยันว่าบริษัทที่สั่งเครื่องยูวีแฟนซื้อมีตัวตนจริง และการสั่งซื้อเครื่องชนิดนี้ ไม่ต้องผ่านการขึ้นทะเบียนกับ อย. เพราะเป็นเหมือนเครื่องฟอกอากาศทั่วไปที่ต้องแจ้งเรื่องกับกระทรวงพาณิชย์(พณ.)

นพ. เรวัต วิศรุตเวศ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ครุภัณฑ์ทางการแพทย์และสิ่งก่อสร้างทุกรายการที่เสนอขอในโครงการไทยเข้มแข็ง เป็นไปตามแผนแม่บทยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบสาธารณสุขระดับตติยภูมิของชาติ ซึ่งมีการวางแผนระยะยาว มีคณะกรรมการกลั่นกรองเป็นลำดับชั้น ก่อนที่จะส่งเข้าสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งขั้นตอนการเสนอรายการครุภัณฑ์ในส่วนของกรมการแพทย์ยังไม่ได้นำเรื่องเข้าสภาด้วยซ้ำ และยังไม่มีการจัดซื้อแต่อย่างใด ถือว่าอยู่ห่างไกลขั้นตอนของการทุจริต

นพ.เรวัต กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการไทยเข้มแข็งชุด นพ. บรรลุ ศิริพานิช เป็นประธาน ออกมาระบุว่า ข้อมูลของกรมการแพทย์ที่ส่งให้คณะกรรมการฯ 3 ครั้ง ไม่ตรงกันนั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจากการส่งเอกสารมีแบบฟอร์มของกองแบบแผนที่นำมาใช้ และเอกสารมีจำนวนมาก ไม่สามารถเปลี่ยนข้อมูลได้ ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบไม่ครบถ้วน ผลการสรุปของคณะกรรมกาที่ชี้ว่ามีการทุจริตส่งผลกระทบต่อจิตใจของแพทย์และข้าราชการที่ถูกกล่าวหาอย่างยิ่ง ซึ่งตนจะรวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมดให้กับนายกรัฐมนตีภายใน 1-2 วันนี้

นพ. ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า ตนเป็นหนึ่งในผู้ที่ชี้แจงกับคณะกรรมการฯ ซึ่งสถาบันมะเร็งฯ รู้สึกติดใจกับผลสอบที่ระบุว่า สถาบันมะเร็งกำหนดราคาเครื่องมือแพทย์แพงกว่าปกติส่อทุจริต เปิดช่องให้มีการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ซึ่งการเสนอเครื่องมือแพทย์ในโครงการไทยเข้มแข็งสามารถชี้แจงได้ว่าสถาบันมะเร็งต้องการเครื่องมือแพทย์ที่มีเทคโนโลยีชั้นสูงมีความทันสมัยที่สุดในการรักษาโรคมะเร็งต่างๆ เมื่อมีโครงการไทยเข้มแข็งก็จัดทำคำของบประมาณไปเต็มที่และเป็นเครื่องมือที่สถาบันมะเร็งฯ ไม่เคยมีใช้มาก่อนทั้งสิ้น โดยไม่ได้คำนึงว่ามีราคาแพงหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ตนได้ชี้แจงกับคณะกรรมการฯ แล้ว

นพ.ธีรวุฒิ กล่าวต่อว่า ยอมรับว่าสถานบันมะเร็งฯ เสนอคำของบประมาณเพียงแค่ชื่อครุภัณฑ์และวงเงินงบประมาณเท่านั้น ไม่ได้ระบุคุลักษณะของเครื่องมือไปด้วยเพราะเป็นการจัดทำงบประมาณขาขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติเพราะยังไม่มีความชัดเจนว่าจะได้การจัดสรรงบประมาณจริงหรือไม่ แต่ได้รับการอนุมัติ สถาบันฯ จะมีการตั้งคณะกรรมการกำหนดคุณลักษณะที่เหมาะสมเพื่อเตรียมพร้อมในการจัดประกวดราคา หากรัฐบาลจะไม่ให้งบฯตามคำขอก็สามารภตัดทอนงบประมาณลงมาได้

"ในการชี้แจงข้อมูลกับคณะกรรมการฯ ได้ซักถามเพียงเหตุผลในการซื้อเครื่องมือแพทย์แต่ละชิ้นเพราะอะไร และสอบถามราคาเท่านั้น แต่ไม่ได้ถามสเปกหรือรายละเอียด จึงไม่ได้ชี้แจงเพิ่มเติม แต่หลังจากนั้นได้กลับมาทำรายละเอียดเครื่องมือแพทย์ทั้งหมดเพื่อแจ้งให้คณะกรรมการฯ ทราบ แต่เสร็จไม่ทัน ซึ่งหากไม่เหมาะสมก็ให้ทบทวนก็พอ แต่ไม่ใช่บอกว่าเป็นการทุจริต”นพ.ธีรวุฒิกล่าว

ด้าน พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ รองประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการไทยเข้มแข็งของ สธ.ที่มี นพ.บรรลุ ศิริพานิช เป็นประธาน กล่าวว่า ยินดีที่จะชี้แจงทุกเรื่อง ส่วนกรณีที่มีผู้แจ้งความเพราะไม่พอใจผลการตัดสินของคณะกรรมการฯ ก็เป็นสิทธิที่สามารถจะฟ้องร้องได้ ในฐานะที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการฯ ตนไม่ได้เห็นด้วยกับข้อสรุปของคณะกรรมการฯ ทุกเรื่อง แต่ยืนยันว่า คณะกรรมการฯ ไม่ได้ชี้ผิดหรือถูก ซึ่งในส่วนของผู้เกี่ยวข้องก็มีสิทธิที่จะออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสังคมได้
กำลังโหลดความคิดเห็น