xs
xsm
sm
md
lg

"หมอไพจิตร์"เดินหน้าเซ็นปลดล็อคไทยเข้มแข็ง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

นพ.ไพจิตร์ วราชิต
ปลัดสธ.เดินหน้าเซ็นปลดล็อกไทยเข้มแข็งวันนี้ ชมรมผอ.รพ.ศูนย์/ทั่วไปหนุนหมอไพจิตร์ทำงาน ด้าน "หมอเกรียง" ถกงบก่อสร้าง 7 มค. ชี้ราคากลางก.พาณิชย์ กำหนดเพดานสูง เปิดช่องให้โก่งราคาเต็มที่ ด้านสมาคมวิชาชีพสาธารณสุข จี้รัฐบาลตัดสินใจใช้มาตรการทางการบริหาร-ทางกฎหมายกับ “มานิต”

นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดสธ.กล่าวว่า ขณะนี้ตนต้องเป็นเสาหลักให้กับสธ.ในการดำเนินโครงการไทยเข้มแข็ง ดังนั้น ในวันนี้ (6 ม.ค.) จะลงนามในคำสั่งปลอดล็อกการชะลอการจัดซื้อจัดจ้างรายการที่พิจารณาแล้วไม่มีปัญหาตามมติของคณะกรรมการทบทวนฯ ซึ่งเห็นชอบเดินหน้าใน 4 โครงการ มูลค่า 1,572 ล้านบาท โดยงานต่างๆ ต้องคืบหน้าไป

นพ.วีระพงษ์ เพ่งวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฉะเชิงเทรา และประธานชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ในฐานะกรรมการคณะกรรมการทบทวนคามเหมาะสมและแก้ไข้ปัญหาโครงการไทยเข้มแข็ง กล่าวว่า ขอสนับสนุนให้นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดสธ.ปฎิบัติหน้าที่ ต่อไป เนื่องจากชมรมฯ เห็นว่าปลัดสธ.ซึ่งปฏิบัติหน้าที่รองปลัดสธ.ขณะนั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการไทยเข้มแข็ง และเมื่อรับตำแหน่งปลัดสธ.ก็พยายามเข้ามาบริหารจัดการโครงการไทยเข้มแข็งด้วยความยุติธรรม ประนีประนอม ในส่วนรายการครุภัณฑ์ที่ไม่มีปัญหาก็ตัดสินใจเดินหน้าต่อทันที

“ส่วนบุคลกรสาธารณสุขที่อาจยังเคลือบแคลงสงสัยในการทำงานของท่านปลัด อาจเพราะไม่ได้ทำงานใกล้ชิด ซึ่งเท่าที่ผมได้ทำงานร่วมกับนพ.ไพจิตร์ ไม่เห็นว่ามีข้อบกพร่องอะไร”นพ.วีระพงษ์กล่าว

นพ.วีระพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการที่นายมานิต ไม่ลาออกนั้น ไม่ได้ส่งผลต่อการทำงานแต่อย่างใด เพราะนายมานิตไม่ได้รับมอบหน้าที่ในการดูแลโครงการไทยเข้มแข็งอยู่แล้วตั้งแต่ต้น และหากเข้ามาก้าวกายการทำงานคงไม่รอดพ้นการจับตาของสังคม

นพ.วีระพงษ์ กล่าวด้วยว่า การพิจารณาครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้างของโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ที่มีการตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขา เพื่อพิจารณาราคาที่เหมาะสมของเครื่องมือแพทย์แต่ละชนิด ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับผู้เชี่ยวชาญว่าจะได้ข้อสรุปออกมาเช่นใด อย่างไรก็ตามเครื่องมือแพทย์ระหว่างโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องมือที่ใช้ในโรงพยาบาลใหญ่ที่มีแพทย์เฉพาะทางเป็นใช้ ย่อมมีราคาแพงกว่าเครื่องมือแพทย์ของโรงพยาบาลชุมชนหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลอยู่แล้ว

“ในงบส่วน งบจากพ.ร.ก.ของโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่ไปไม่มีรายการครุภัณฑ์เลย ส่วนการก่อสร้างยังพิจารณาไม่เสร็จแต่สามารถปรับวงราคาลงได้หลายรายการ ซึ่งเป็นการปรับราคาตามราคากลางของกองแบบแผน ที่มีการคำนวณใหม่”นพ.วีระพงษ์กล่าว

ด้านนพ.เกรียงศักดิ์ วัชระนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมแพ ในฐานะคณะกรรมการทบทวนความเหมาะสมและแก้ไขปัญหาโครงการไทยเข้มแข็งของ สธ. กล่าวว่า ในวันที่ 7 มกราคมนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการชุดย่อย ที่มีนพ.สุรเชษฐ์ สถินิรามัย รักษาการผู้อำนวยการสำนักบริการสาธารณสุขภูมิภาค(สบภ.) เป็นประธาน จะพิจารณาทบทวนรายการสิ่งก่อสร้างและครุภัณฑ์ที่อยู่ในส่วนของพ.ร.ก.เงินกู้ ในส่วนที่เหลือที่ยังมีปัญหาเรื่องราคากลางยังสูงเกินไป เช่น บ้านพักข้าราชการ แฟลตพยาบาล อาคารต่าง เป็นต้น

นพ.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้น ที่ประชุมเห็นว่า ราคากลางตามที่กระทรวงพานิชย์กำหนด มีราคาสูงเกินไปจริง เพราะเป็นการกำหนดราคาสูงสุด เพื่อให้ทุกพื้นที่สามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้จริง จึงเป็นเหตุให้ในบ้างพื้นที่มีการโก่งราคาให้เต็มเพดาน ส่อให้เกิดการทุจริตได้ เช่น ในพื้นที่กรุงเทพฯ กระทรวงพาณิชย์ กำหนด ราคากลางก่อสร้างอาคาร ตารางเมตรละ 2,400 บาท แต่ในการจัดว้อจัดจ้างจริง สามารถลดราคาลงมาได้เหลือ 1,400-1,500 บาทเท่านั้น และยังมีโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการระดับ 3,4 ที่กำหนดราคากลางไว้ที่ 1 ล้านบาท แต่สามารถปรับลดเหลือ 8.8 แสนบาทได้ และที่โรงพยาบาลปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอง สามารถประจัดราคาสร้างบ้านพักลักษณะเดียวกันนี้ในปี 2552 ได้ในราคาเพียง 7.6 แสนบาทเท่านั้น ทั้งที่เป็นพื้นที่ขึ้นเขา สูงชันด้วย ดังนั้น ที่ประชุมจึงต้องพิจารณาหาแนวทางว่าโครการไทยเข้มแข็งของสธ. จะดำเนินอย่างไรต่อไป หากจะประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้างจะอ้างอิงราคากลางจากแหล่งใด เพื่อให้ดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามระเบียบ และสามารถประหยัดงบประมาณได้

ในขณะที่นายไพศาล บางชวด นายกสมาคมวิชาชีพสาธารณสุข กล่าวว่า เมื่อนายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยังยืนกรานไม่ยอมลาออก และปฏิเสธความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้อย่างชัดเจน สมาคมฯ จึงมีข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า รัฐบาลต้องกล้าตัดสินใจใช้มาตรการทางการบริหาร และมาตรการทางกฎหมายที่เป็นไปตามขั้นตอน โดยอิงกับข้อมูลการสอบสวนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการไทยเข้มแข็งของสธ.ที่มีนพ.บรรลุ ศิริพานิช เป็นประธานที่ปรากฏอย่างเปิดเผยผ่านสื่อต่างๆ โดยชัดเจน และสังคมต่างให้ความสนใจและเชื่อถือต่อผลการสอบสวนครั้งนี้ รัฐบาลต้องยึดหลักการพิจารณาที่ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

“มิเช่นนั้น อาจสร้างปัญหาและความยุ่งยากในการบริหารงานของรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน แม้จะมีการสับเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ แทนนายวิทยา แก้วภราดัย ที่แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกไปแล้ว รัฐบาลโดยการนำของนายกฯอภิสิทธิ์ ต้องเร่งสะสางปัญหานี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อที่จะต้องเร่งสานนโยบายที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ โดยเฉพาะเรื่องโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล ที่ผู้บริหารของ สธ.ยังไม่มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และยังไม่มีการทำความเข้าใจกับชาวบ้านในช่วงที่ผ่านมา”นายไพศาลกล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น