ที่ประชุม อ.ก.พ.เห็นพ้องเชือดปลัดคลัง ผิดวินัยร้ายแรง “ไล่ออก” ตามมติ ป.ป.ช. คำสั่งจะมีผลภายใน 3 วัน เจ้าตัวมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ ก.พ.ขอลดโทษเหลือปลดหรือให้ออก เผย “ศุภรัตน์” แสดงสปิริตลุกจากเก้าอี้บอร์ดทุกแห่ง เตรียมหันหลังให้การเมืองไปทำงานกับซีพี ส่วนปลัดใหม่ "สถิตย์" ยังต้องร้องเพลงรอ เหตุ “วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ” เพื่อน "กอร์ปศักดิ์" ได้ตำแหน่งรักษาการปลัดแบบไม่มีกำหนด
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงการคลัง ได้พิจารณาวาระสำคัญจากการชี้มูลความผิดของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ของนายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง ที่ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง เมื่อครั้งที่ได้แต่งตั้งจากกระทรวงการคลัง ให้เป็นคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญ เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักบริหารระดับ 9 กระทรวงการคลัง
ป.ป.ช.ได้แจ้งมติดังกล่าว มายัง รมว.คลังในฐานะผู้บังคับบัญชา ซึ่งมีอำนาจสั่งลงโทษตามมาตรา 92 ตาม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป.ป.ช. พุทธศักราช 2542 ให้พิจารณาโทษทางวินัย ซึ่งเมื่อมีการชี้มูลตามมาตรา 92 ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ โดย อ.ก.พ.กระทรวงคลังให้มีอำนาจพิจารณาเฉพาะระดับโทษเท่านั้น โดยใช้สำนวนการสอบสวนของ ป.ป.ช.เป็นหลักในการพิจารณา
เพราะฉะนั้น แม้ว่าปลัดคลังจะมีประวัติทำคุณประโยชน์กับทางราชการมาตลอด แต่ไม่สามารถพิจารณาให้มีมติเป็นอย่างอื่นได้ สำหรับระดับการลงโทษตามมาตรา 97 แห่งระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 กำหนดให้พิจารณาโทษให้ปลดออก หรือไล่ออก ตามความร้ายแรงของกรณี
อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.ชี้มูลนายศุภรัตน์ ฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และได้มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามหนังสือเลขาธิการรัฐมนตรี ลงวันที่ 24 ธ.ค.2536 กำหนดแนวทางให้ถือปฏิบัติไว้ว่า การลงโทษผู้กระทำผิด ฐานผิดวินัยทุจริตต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง ซึ่งควรลงโทษเป็นการไล่ออกจากราชการ การนำเงินที่ทุจริตไปแล้วมาคืนไม่เป็นเหตุลดหย่อนโทษ เป็นปลดออกจากราชการ
นายกรณ์กล่าวว่า ถึงแม้นายศุภรัตน์ จะสร้างคุณงามความดี ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะข้าราชการกระทรวงในกระทรวงการคลังมายาวนาน ทาง อ.ก.พ.ก็ไม่มีสิทธิและอำนาจที่จะพิจารณาโทษเป็นอื่นใดได้ นอกจากให้ไล่ออกจากราชการ ซึ่ง อ.ก.พ.กระทรวงการคลังต้องถือปฏิบัติตามมติ ครม. ซึ่งไม่สามารถพิจารณาโทษเป็นอย่างอื่นได้ ดังนั้น จากกรณีความผิดของนายศุภรัตน์ ตามที่ ป.ป.ช.มีมติชี้มูล อ.ก.พ.กระทรวงการคลังจึงมีมติไล่นายศุภรัตน์ ออกจากราชการ ตามมติ ครม.ดังกล่าว
“อ.ก.พ.คลังได้หารือกันถึงประวัติและคุณประโยชน์ของนายศุภรัตน์ ที่ทำไว้ในฐานะข้าราชการระดับสูง และได้จารึกไว้ให้เป็นข้อมูล เพื่อเป็นการจารึกไว้ในส่วนของประวัติ ในฐานะรัฐมนตรีคลัง ได้บอกมาก่อนหน้านี้แล้ว และอยากจะย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ได้ทำงานกับนายศุภรัตน์ ด้วยความประทับใจในการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน ซึ่งท่านได้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อหน้าที่รัฐมนตรีคลัง และเป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจของประเทศ” นายกรณ์กล่าว
นายกรณ์กล่าวว่า มติไล่ออกจะมีผลวันที่ รมว.คลัง ลงนามในคำสั่งไล่ออกตามมติที่ประชุม ซึ่งคาดว่าภายใน 3 วันจึงจะลงนามได้ เป็นไปตามกำหนดเงื่อนไขเวลาของ ป.ป.ช. ที่ให้ดำเนินการใน 30 วันที่ได้รับหนังสือ หรือภายในวันที่ 23 พ.ค. 2552 หลังจากนั้น จะต้องมีการแต่งตั้งปลัดกระทรวงการคลังคนใหม่ ซึ่งจะมีการชี้แจงให้ทราบอีกครั้งในเวลาที่เหมาะสม
จากมติไล่ออกซึ่งเป็นโทษร้ายแรงสูงสุดนั้นนายศุภรัตน์สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพื่อลดหย่อนโทษได้ตามกระบวนการที่สำนักงาน ก.พ.กำหนดไว้ ซึ่งหากถูกไล่ออกจากราชการนายศุภรัตน์จะไม่ได้รับเงินบำนาญแต่อย่างใด แต่หากเป็นการปลดออกหรือให้ออกซึ่งเป็นโทษสถานเบาก็จะได้รับเงินบำนาญตามปกติ
“ตอนนี้ยังไม่มีการพิจารณาแต่งตั้งท่านศุภรัตน์มาเป็นที่ปรึกษารัฐบาล ท่านเป็นคนมีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ น่าจะนำไปใช้ประโยชน์กับองค์กรใดองค์กรหนึ่งได้ในอนาคต ขึ้นอยู่กับตัวท่านปลัดศุภรัตน์เองด้วยว่ามีความตั้งใจอย่างไร ขณะนี้ยังไม่เหมาะสมที่จะคาดการณ์ว่าจะเป็นอย่างไร” นายกรณ์กล่าว
ส่วนการโยกย้ายตำแหน่งอื่นๆ จะต้องมีการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง หากกรณีที่มีการแต่งตั้งรองปลัดคนใดคนหนึ่งไปเป็นปลัดกระทรวงการคลัง ก็อาจจะต้องแต่งตั้งคนอื่นขึ้นมาเป็นรองปลัดกระทรวงแทน ซึ่งต้องพิจารณาตามความเหมาะสม ประกอบกับสิ้นปีงบประมาณ (ก.ย. 52) จะมีตำแหน่งเกษียณหลายตำแหน่ง ก็ต้องพิจารณาว่าการปรับ รอปรับครั้งเดียวหรือปรับบางส่วนไปก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศุภรัตน์จะสิ้นสุดสภาพประธานและกรรมการ (บอร์ด) ในรัฐวิสาหกิจโดยตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวแสดงสปิริตที่จะลาออกจากบอร์ดทุกตำแหน่งโดยไม่มีเงื่อนไข ขณะเดียวกันไม่ต้องการเป็นที่ปรึกษารัฐบาลประชาธิปัตย์ เพราะอาจถูกมองว่าเป็นการเลือกข้าง เพราะการทำงานที่ผ่านมาค่อนข้างแนบแน่นกับรัฐบาลทักษิณ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะไปทำงานภาคเอกชน ซึ่งขณะนี้ค่ายซีพีส่งคนมาทาบทามแล้ว
นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แต่ยอมรับว่าผลกระทบที่ตามมามีแน่นอน เพราะปลัดกระทรวงการคลังเป็นบอร์ดบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (THAI) และตำแหน่งดังกล่าวเป็นโควต้าของกระทรวงการคลัง ส่วนการจะเปลี่ยนหรือส่งใครมาแทนนั้นต้องดูระเบียบก่อน ซึ่งกระทรวงการคลังจะต้องเป็นผู้พิจารณา
นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ถือเป็นลูกหม้อกระทรวงการคลัง ปัจจุบันอายุ 57 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์จาก London School of Economics and Political Science (LSE) และปริญญาโทด้านเดียวกันจาก Queen Mary College มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ
เคยเป็นผู้อำนวยการกองนโยบายและแผน กรมสรรพากร ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านโครงสร้างภาษีอากร กรมสรรพากร ก่อนย้ายไปเป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และกลับมาเป็นอธิบดีกรมสรรพากรในปี 2543 และขึ้นเป็นปลัดคลังที่อายุน้อยที่สุดในปี 2547
ตั้ง “วิสุทธิ์” เพื่อนกอร์ปศักดิ์รักษาการ
รมว.คลังเปิดเผยว่า ระหว่างนี้จะแต่งตั้งให้นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รองปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน และมีความอาวุโสสูงสุด ทำหน้าที่รักษาการตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง ไปจนกว่าจะแต่งตั้งปลัดคนใหม่ ส่งผลให้นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ รองปลัดคลัง ซึ่งเป็นตัวเก็งปลัดคนใหม่ ต้องรอไปก่อน
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่า การแต่งตั้งนายวิสุทธิ์เป็นรักษาการปลัดกระทรวงการคลัง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนายวิสุทธิ์เป็นเพื่อนกับนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเดิมทีมีกระแสข่าวถึงขั้นเสนอให้เป็นปลัดกระทรวงฯ แต่หลังการเจรจาต่อรองเหลือเพียงรักษาการเพราะนายวิสุทธิ์จะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย. 52นี้ ส่วนนายสถิตย์แม้จะมีความสามารถ แต่ความสัมพันธ์กับพรรคประชาธิปัตย์มีกลุ่มที่สนิทสนมและเคยมีเรื่องบาดหมางกับคนในพรรคเช่นกัน.
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงการคลัง ได้พิจารณาวาระสำคัญจากการชี้มูลความผิดของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ของนายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง ที่ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง เมื่อครั้งที่ได้แต่งตั้งจากกระทรวงการคลัง ให้เป็นคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญ เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักบริหารระดับ 9 กระทรวงการคลัง
ป.ป.ช.ได้แจ้งมติดังกล่าว มายัง รมว.คลังในฐานะผู้บังคับบัญชา ซึ่งมีอำนาจสั่งลงโทษตามมาตรา 92 ตาม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป.ป.ช. พุทธศักราช 2542 ให้พิจารณาโทษทางวินัย ซึ่งเมื่อมีการชี้มูลตามมาตรา 92 ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ โดย อ.ก.พ.กระทรวงคลังให้มีอำนาจพิจารณาเฉพาะระดับโทษเท่านั้น โดยใช้สำนวนการสอบสวนของ ป.ป.ช.เป็นหลักในการพิจารณา
เพราะฉะนั้น แม้ว่าปลัดคลังจะมีประวัติทำคุณประโยชน์กับทางราชการมาตลอด แต่ไม่สามารถพิจารณาให้มีมติเป็นอย่างอื่นได้ สำหรับระดับการลงโทษตามมาตรา 97 แห่งระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 กำหนดให้พิจารณาโทษให้ปลดออก หรือไล่ออก ตามความร้ายแรงของกรณี
อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.ชี้มูลนายศุภรัตน์ ฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และได้มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามหนังสือเลขาธิการรัฐมนตรี ลงวันที่ 24 ธ.ค.2536 กำหนดแนวทางให้ถือปฏิบัติไว้ว่า การลงโทษผู้กระทำผิด ฐานผิดวินัยทุจริตต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง ซึ่งควรลงโทษเป็นการไล่ออกจากราชการ การนำเงินที่ทุจริตไปแล้วมาคืนไม่เป็นเหตุลดหย่อนโทษ เป็นปลดออกจากราชการ
นายกรณ์กล่าวว่า ถึงแม้นายศุภรัตน์ จะสร้างคุณงามความดี ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะข้าราชการกระทรวงในกระทรวงการคลังมายาวนาน ทาง อ.ก.พ.ก็ไม่มีสิทธิและอำนาจที่จะพิจารณาโทษเป็นอื่นใดได้ นอกจากให้ไล่ออกจากราชการ ซึ่ง อ.ก.พ.กระทรวงการคลังต้องถือปฏิบัติตามมติ ครม. ซึ่งไม่สามารถพิจารณาโทษเป็นอย่างอื่นได้ ดังนั้น จากกรณีความผิดของนายศุภรัตน์ ตามที่ ป.ป.ช.มีมติชี้มูล อ.ก.พ.กระทรวงการคลังจึงมีมติไล่นายศุภรัตน์ ออกจากราชการ ตามมติ ครม.ดังกล่าว
“อ.ก.พ.คลังได้หารือกันถึงประวัติและคุณประโยชน์ของนายศุภรัตน์ ที่ทำไว้ในฐานะข้าราชการระดับสูง และได้จารึกไว้ให้เป็นข้อมูล เพื่อเป็นการจารึกไว้ในส่วนของประวัติ ในฐานะรัฐมนตรีคลัง ได้บอกมาก่อนหน้านี้แล้ว และอยากจะย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ได้ทำงานกับนายศุภรัตน์ ด้วยความประทับใจในการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน ซึ่งท่านได้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อหน้าที่รัฐมนตรีคลัง และเป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจของประเทศ” นายกรณ์กล่าว
นายกรณ์กล่าวว่า มติไล่ออกจะมีผลวันที่ รมว.คลัง ลงนามในคำสั่งไล่ออกตามมติที่ประชุม ซึ่งคาดว่าภายใน 3 วันจึงจะลงนามได้ เป็นไปตามกำหนดเงื่อนไขเวลาของ ป.ป.ช. ที่ให้ดำเนินการใน 30 วันที่ได้รับหนังสือ หรือภายในวันที่ 23 พ.ค. 2552 หลังจากนั้น จะต้องมีการแต่งตั้งปลัดกระทรวงการคลังคนใหม่ ซึ่งจะมีการชี้แจงให้ทราบอีกครั้งในเวลาที่เหมาะสม
จากมติไล่ออกซึ่งเป็นโทษร้ายแรงสูงสุดนั้นนายศุภรัตน์สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพื่อลดหย่อนโทษได้ตามกระบวนการที่สำนักงาน ก.พ.กำหนดไว้ ซึ่งหากถูกไล่ออกจากราชการนายศุภรัตน์จะไม่ได้รับเงินบำนาญแต่อย่างใด แต่หากเป็นการปลดออกหรือให้ออกซึ่งเป็นโทษสถานเบาก็จะได้รับเงินบำนาญตามปกติ
“ตอนนี้ยังไม่มีการพิจารณาแต่งตั้งท่านศุภรัตน์มาเป็นที่ปรึกษารัฐบาล ท่านเป็นคนมีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ น่าจะนำไปใช้ประโยชน์กับองค์กรใดองค์กรหนึ่งได้ในอนาคต ขึ้นอยู่กับตัวท่านปลัดศุภรัตน์เองด้วยว่ามีความตั้งใจอย่างไร ขณะนี้ยังไม่เหมาะสมที่จะคาดการณ์ว่าจะเป็นอย่างไร” นายกรณ์กล่าว
ส่วนการโยกย้ายตำแหน่งอื่นๆ จะต้องมีการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง หากกรณีที่มีการแต่งตั้งรองปลัดคนใดคนหนึ่งไปเป็นปลัดกระทรวงการคลัง ก็อาจจะต้องแต่งตั้งคนอื่นขึ้นมาเป็นรองปลัดกระทรวงแทน ซึ่งต้องพิจารณาตามความเหมาะสม ประกอบกับสิ้นปีงบประมาณ (ก.ย. 52) จะมีตำแหน่งเกษียณหลายตำแหน่ง ก็ต้องพิจารณาว่าการปรับ รอปรับครั้งเดียวหรือปรับบางส่วนไปก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศุภรัตน์จะสิ้นสุดสภาพประธานและกรรมการ (บอร์ด) ในรัฐวิสาหกิจโดยตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวแสดงสปิริตที่จะลาออกจากบอร์ดทุกตำแหน่งโดยไม่มีเงื่อนไข ขณะเดียวกันไม่ต้องการเป็นที่ปรึกษารัฐบาลประชาธิปัตย์ เพราะอาจถูกมองว่าเป็นการเลือกข้าง เพราะการทำงานที่ผ่านมาค่อนข้างแนบแน่นกับรัฐบาลทักษิณ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะไปทำงานภาคเอกชน ซึ่งขณะนี้ค่ายซีพีส่งคนมาทาบทามแล้ว
นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แต่ยอมรับว่าผลกระทบที่ตามมามีแน่นอน เพราะปลัดกระทรวงการคลังเป็นบอร์ดบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (THAI) และตำแหน่งดังกล่าวเป็นโควต้าของกระทรวงการคลัง ส่วนการจะเปลี่ยนหรือส่งใครมาแทนนั้นต้องดูระเบียบก่อน ซึ่งกระทรวงการคลังจะต้องเป็นผู้พิจารณา
นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ถือเป็นลูกหม้อกระทรวงการคลัง ปัจจุบันอายุ 57 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์จาก London School of Economics and Political Science (LSE) และปริญญาโทด้านเดียวกันจาก Queen Mary College มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ
เคยเป็นผู้อำนวยการกองนโยบายและแผน กรมสรรพากร ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านโครงสร้างภาษีอากร กรมสรรพากร ก่อนย้ายไปเป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และกลับมาเป็นอธิบดีกรมสรรพากรในปี 2543 และขึ้นเป็นปลัดคลังที่อายุน้อยที่สุดในปี 2547
ตั้ง “วิสุทธิ์” เพื่อนกอร์ปศักดิ์รักษาการ
รมว.คลังเปิดเผยว่า ระหว่างนี้จะแต่งตั้งให้นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รองปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน และมีความอาวุโสสูงสุด ทำหน้าที่รักษาการตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง ไปจนกว่าจะแต่งตั้งปลัดคนใหม่ ส่งผลให้นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ รองปลัดคลัง ซึ่งเป็นตัวเก็งปลัดคนใหม่ ต้องรอไปก่อน
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่า การแต่งตั้งนายวิสุทธิ์เป็นรักษาการปลัดกระทรวงการคลัง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนายวิสุทธิ์เป็นเพื่อนกับนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเดิมทีมีกระแสข่าวถึงขั้นเสนอให้เป็นปลัดกระทรวงฯ แต่หลังการเจรจาต่อรองเหลือเพียงรักษาการเพราะนายวิสุทธิ์จะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย. 52นี้ ส่วนนายสถิตย์แม้จะมีความสามารถ แต่ความสัมพันธ์กับพรรคประชาธิปัตย์มีกลุ่มที่สนิทสนมและเคยมีเรื่องบาดหมางกับคนในพรรคเช่นกัน.




