xs
xsm
sm
md
lg

หุ่นเชิดระส่ำ-"หมัก"แถลงวันนี้"เตช"สละทิ้งเรือโจร

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

"เตช บุนนาค" ไขก็อกทิ้งตำแหน่งรมว.ต่างประเทศ สุดทนกับการบริหารประเทศของรัฐบาลหุ่นเชิด พันธมิตรฯคาดเตชอาจเจอพิมพ์เขียวยกเขาวิหารเอื้อ"แม้ว" นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์เตรียมถวายฎีกาเขาพระวิหารในหลวง ด้าน"สมัคร" รูปซิปปากพูดถึง"อนุพงษ์"อาระขัดขืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ทำร้ายประชาชน จับตาแจงผ่านวิทยุประเทศไทยวันนี้ "จำลอง"นำผู้ร่วมชุมนุมยืนไว้อาลัย 1 นาที แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุปะทะ

การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยวันที่ 8 ในทำเนียบรัฐบาล วันที่ 2 ของการประกาศใช้พระราชกำหนด(พ.ร.ก.)บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครยังเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีนักศึกษาจากหลายสถาบัน ชมรมนักธุรกิจ เครือข่ายเกษตรกร ขึ้นเวทีแสดงจุดยืนร่วม ขณะที่องค์กรเครือข่ายของสหหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจหยุดงานเข้าร่วมชุมนุมเพื่อกดดันให้นายสมัคร สุนทรเวช ลาออกจากตำแหน่ง

"เตช"สุดทนสละทิ้ง รบ.ขายชาติ

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลวานนี้(3ก.ย.) รายงานข่าวแจ้งว่า ตลอดทั้งวันมีกระแสข่าวว่า นายเตช บุนนาค รมว.ต่างประเทศ ได้ลาออกจากตำแหน่งแล้ว โดยข้าราชการในกระทรวงทุกระดับต่างวิพากษ์วิจารณ์กระแสข่าวดังกล่าวอย่างมาก ทั้งนี้มีข่าวว่า นายเตช ได้ยื่นหนังสือลาออกผ่านนายสหัส บัณฑิตกุล รองนายกรัฐมนตรี โดยนายเตชจะไม่เข้าทำงาน ที่กระทรวงการต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวแจ้งว่า นายปกศักดิ์ นิลอุบล อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสวีเดน เลขานุการรมว.ต่างประเทศ ได้ยื่นหนังสือลาออกจาก ตำแหน่ง ต่อนายเตช บุนนาค เนื่องจากไม่สามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลนายสมัคร ได้อีกต่อไป สำหรับนายปกศักดิ์เคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายเสาวนิตย์ คงสิริ อดีต รมช.ต่างประเทศ สมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์

ขณะที่นายอัษฎา ชัยนาม นายกษิต ภิรมย์ อดีตนักการทูต ยืนยันเหมือนกันว่า นายเตช ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศจริง

ด้าน นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวยอมรับว่า นายปกศักดิ์ ได้ลาออกจากตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมาจริง แต่ตนเองไม่ทราบเหตุผลการลาออก ซึ่งรมว.ต่างประเทศได้ลงนามอนุมัติ ส่วนก่อนตัดสินใจลาออกได้ปรึกษารัฐมนตรีว่าการฯ หรือไม่นั้นไม่ทราบ ส่วนเรื่องการจะแต่งตั้งเลขานุการ คนใหม่ทันทีหรือไม่นั้น ตนไม่สามารถตอบได้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไม่

ส่วนที่มีกะแสข่าวว่านายเตช บุนนาค ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรมว.ต่างประเทศนั้น ตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่ในช่วงเช้า นายเตช ได้เรียกประชุมระดับอธิบดีตามปกติ

"สุขุมพันธ์"ยัน"เตช"ลาออกจริง

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ รมว.ต่างประเทศ (เงา) เปิดเผยว่า ทราบว่านายเตช ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งแล้ว แต่ยังไม่ทราบเหตุผลที่ลาออกอย่างแท้จริง แต่ถ้าให้คาดเดาก็คิดว่า นายเตชคนจะหนักใจในการที่จะต้องตอบคำถามเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น เพราะมีคิวยาวที่จะต้องให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศ

"ดูไม่ดี รมว.ต่างประเทศ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในรัฐบาลต้องลาออก และยิ่งเป็นบุคคลที่นายกรัฐมนตรี ขอตัวมาจากในวัง ก็ยิ่งดูไม่ดีแน่ๆ แต่จะสะเทือนกับรัฐบาลแค่ไหนผมไม่ทราบ และเมื่อคุณเตชลาออกแล้ว นายกฯก็ต้องรีบหา รมว.ต่างประเทศคนใหม่โดยเร็ว เพราะว่าตอนนี้จะมีคำถามจากสื่อต่างชาติมากว่ามีอะไรเกิดขึ้นในประเทศไทย นอกจากนั้น ยังมีกำหนดการที่จะประชุมเจบีซี จึงอยากให้รัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาเรียนรู้ข้อมูลและความคืบหน้าเรื่องต่างๆ รวมทั้งอย่าลืมว่า เดือนนี้จะมีการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ที่ประเทศไทยเป็นประธานอาเซี่ยน และประเทศไทยก็จะเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซี่ยนด้วย ดังนั้น คุณสมัครต้องรีบหา รมว.ต่างประเทศภายใน 24 ชั่วโมง โดยหาคนที่รู้งานมาก่อนแล้ว ไม่ต้องมาเรียนรู้ใหม่ "

เพิกถอนพาสปอร์ตแดง"แม้ว"

นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน กล่าวบนเวทีในทำเนียบฯว่า สาเหตุที่ นายเตช บุนนาค รมว.ต่างประเทศลาออก เนี่องจากรัฐบาลสร้างความแตกแยกด้วยการขน นปก.เข้ามาสร้างสถานการณ์ทุบตีพันธมิตรฯ และออกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

“นายเตช ทำดีแล้ว แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้ก่อนจะเซ็นลาออกขอให้ถอนพาสปอร์ตแดงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งตั้งแต่เข้ามาคนก็เรียกร้อง แต่ นายเตช ไม่ดำเนินการ และมีข่าวว่า นายสมัคร จะตั้งนายสหัส บัณฑิตกุล รองนายกรัฐมนตรี ขึ้นมาแทน นายเตช แล้วอย่างนี้ปัญหาเขาพระวิหารจะตกเป็นของกัมพูชาแน่นอน” นายวีระ กล่าว

ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เปิดเผยข้อมูลของข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ ว่า ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมีงบลับใช้จ่ายส่วนตัวเป็นค่ารถ และค่าน้ำมันตั้งแต่ 5 พัน-3 หมื่นบาท โดยเฉพาะปลัดกระทรวงมีงบลับใช้จ่ายที่ไม่ต้องชี้แจงถึง 2 แสนบาท ดังนั้น ขอเรียกร้องให้ทำงานสมกับเป็นข้าราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและคุ้มกับภาษีของประชาชน และที่ประเทศไม่เจริญก้าวหน้า เพราะมีข้าราชการเลวๆ อยู่จำนวนมากที่คอยเบียดบังงบประมาณ

"งบลับดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกฯ เพื่อเอาใจข้าราชการระดับสูง ซึ่งการที่ตนเปิดเผยนั้นเพียงอยากจะแฉให้ประชาชนรู้จักข้าราชการไทย ทั้งนี้ เรื่องงบลับเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมาย จึงไม่จำเป็นต้องยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช."

ด้าน นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯกล่าวถึงการลาออกของนายเตชว่า ท่านคงเห็นว่า ทำงานกับรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ เพราะคนละเจตนา รวมทั้งอาจจะไปเจอวาระซ่อนเร้นของกระทรวงการต่างประเทศที่มีการวางพิมพ์เขียวไว้ เพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ทำธุรกิจด้านพลังงาน ดังนั้น เมื่อมาเจออย่างนี้ นายเตช จึงลาออก ซึ่งหากข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องจริงก็ต้องชมเชย นายเตช ที่ไม่ยึดติดเก้าอี้

ถวายฎีกาเขาพระวิหารในหลวง

นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์ กล่าวบนเวทีพันธมิตรฯที่ทำเนียบรัฐบาลว่าภายหลังจากศึกษากรณีขัดแย้งเรื่องพื้นที่ทับซ้อนเขาพระวิหารเป็นเวลา 100 กว่าวันพบว่ามีโอกาสและความเป็นไปได้สูงที่ไทยจะต้องเสียพื้นที่ 4.6 ตร.กม.อย่างแน่นอน ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลรายละเอียดทั้งหมด เตรียมถวายฎีกาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

"หมัก"รูปซิปปากพูดถึง"อนุพงษ์"

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม วานนี้ (3 ก.ย.) ว่า เมื่อเวลา 09.30 น. นายสมัคร เดินทางไปยังศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา เพื่อปิดงานประชุมวิชาการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมปาฐกถาพิเศษ ให้ทุกคนช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม และแนะนำฝ่ายวิชาการสนับสนุนวิวัฒนาการด้านการพืชต่างๆ ภายในประเทศ เพื่อนำมาใช้เป็น พลังงานทดแทน

นอกจากนี้ นายสมัครยัง ยังเหน็บแนมว่า การจัดงานนี้เจ้าของงานบอกว่า เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเดี๋ยวนี้รัฐธรรมนูญจะเขียนไว้ละเอียดถี่ถ้วน โดยระบุไว้เลยจะทำอะไรต้องดูไม่ให้กระทบสิ่งแวดล้อม เวลานี้รัฐธรรมนูญสั่งทุกอย่าง อะไรที่ผู้บริหารบ้านเมืองจะทำ ต้องอยู่ในรัฐธรรมนูญหมด ต้องตรวจสอบในระยะเวลา 6 เดือน ถึง 1 ปี ฉะนั้นคณะรัฐมนตรี(ครม.)จึงจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายคอยเปิดรัฐธรรมนูญว่า เขาสั่งให้ทำอะไรบ้าง ทำอะไรหรือยัง รัฐธรรมนูญเล่นกันขนาดนี้

หลังการเป็นประธานเปิดงาน ผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงท่าทีของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตกทม. แต่นายสมัคร กล่าวว่า " ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ต้องให้สัมภาษณ์หรือตอบคำถาม"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเดินทางออกจากไบเทค บางนา นายสมัคร ซึ่งมีกำหนดการไปร่วมประชุมพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ แต่นายสมัครกลับไม่ร่วมประชุมโดยหลบไปหารือสถานการณ์การเมืองก่อนจะเดินทางเข้าไปยังกระทรวงกลาโหม

นายกฯ แจงผ่านวิทยุประเทศไทย

รายงานข่าวแจ้งว่าในเวลา 07.00 น.วันนี้ (4ก.ย.) นายสมัคร สุนทรเวช จะออกแถลงผ่านทางสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ความถี่ 92.5 เมกะเฮิรตซ์ โดยคาดว่าจะชี้แจงสถานการณ์ต่างๆภายหลังการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยเฉพาะในประเด็นการจัดการปัญหากลุ่มพันธมิตรฯที่ยังยึดพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล

"สนธิ"ลั่นนายกฯใหม่ต้องรับ 4 ข้อ พธม.

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่ตึงเครียด การนัดเพื่อแถลงของนายสมัครวันนี้คาดกันว่าอาจเป็นการตัดสินใจทางการเมือง

นายนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวว่า หากนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีลาออก ก็เป็นเรื่องดีแล้วถามว่าใครจะมาเป็นนายกฯ ตนก็บอกว่าใครก็ได้ แต่ต้องรับเงื่อนไขของกลุ่มพันธมิตรฯใน 4 ข้อที่สำคัญ ได้แก่ 1.นายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องกล้าเล่นกับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ไทยที่เขาพระวิหารให้เขมร 2.ต้องปฎิบัติตามกฎหมาย เมื่อป.ป.ช.ยื่นศาลเกี่ยวกับรัฐมนตรีที่ทุจริตในนโยบายที่ผ่านมา เช่น หวยบนดิน เป็นต้น 3.ต้องมีการตรวจสอบการฉ้อราษฎร์บังหลวง ไม่ว่าจะเป็นการอนุมัติโครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คัน และอื่นๆต้องถูกยกเลิกและ4.นายกฯคนใหม่ต้องไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และต้องจัดการกับสื่อมวลชนที่อยู่แถววิภาวดี

"ใครก็ตามที่ยอมรับเงื่อนไขเหล่านี้ ใครก็ได้ เรายอมรับ ยอมรับว่า 2-3 วันนี้ ผมเหนื่อยมากๆ ที่เหนื่อยเพราะผมต้องอธิบายให้คนต่างประเทศฟังเรื่องอธิปไตยของเมืองไทย เพราะฝรั่งไม่เข้าใจ ผมต้องเล่าเรื่องราวต่างๆที่พวกเราต่อสู้กับรัฐบาล อย่าลืมว่าประชาธิปไตยของเมืองไทยต่างกับต่างประเทศ"นายสนธิ กล่าว

ผบ.ทบ.บอก"หมัก"จะไม่ใช่ความรุนแรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.00 น. วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรองหัวหน้าผู้รับผิดชอบ ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้เดินทางมาเข้าพบและร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไข สถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง

พล.ท.ประยุทธ์ กล่าวว่าภายหลังนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรมว. กลาโหม ได้แต่งตั้งให้ ผบ.ทบ.รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ในขณะนี้ซึ่ง พล.อ.อนุพงษ์ ได้กล่าวว่าได้ทำความเข้าใจกับนายกรัฐมนตรีไปแล้วถึงการดำเนินงานที่รับผิดชอบซึ่ง ผบ.ทบ.ได้บอกไปว่า มาตรการในการแก้ไขปัญหาทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะการที่จะใช้กำลังทหารหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจกับประชาชนเป็นเรื่องลำบาก เพราะจะเกิดความสูญเสีย อย่างไรก็ตามคงต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นอย่าไปบังคับหรือคาดหวังว่าการออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯมาแล้วจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้คงต้องให้เวลา เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำงานก่อน

วางกำลังตำรวจ 22 กองร้อยคุมม็อบ

สำหรับความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น เมื่อเวลา 13.00 น.ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พ.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาล รองผบ.พล.1 รอ.พร้อมคณะเดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.วิบูลย์ บางท่าไม้ รอง ผบช.น.เพื่อหารือเกี่ยวกับการประสานงานระหว่างตำรวจและกองทัพ ภายหลังมีประกาศพระราชกำหนด( พ.ร.ก.)สถานการณ์ฉุกเฉิน โดย พ.อ.พิสิทธิ์ ใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นจึงเดินทางกลับ พร้อมกล่าวเพียงสั้นๆว่า " มาพูดคุยหารือกับ พล.ต.ต.วิบูลย์ เพื่อวางแนงทางในการทำงานร่วมกันระหว่างทหารและตำรวจ"

มีรายงานว่า ภายหลังจากที่มีการประกาศ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินออกมา ตำรวจมีแนวทางในการทำงานเพียงแค่การป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุม 2 กลุ่มไม่ให้ปะทะกัน และรักษาความเรียบร้อย โดยเน้นทำเนียบรัฐบาลเป็นหลัก ส่วนมาตรการต่างๆที่จะเป็นข้อปฏิบัตินั้น ต้องรอการกำหนดข้อปฏิบัติจากพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมสถานการร์ฉุกเฉิน ส่วนการจัดกำลังก็ยังคงกำลังตำรวจประมาณ 22 กองร้อยในการรักษาความเรียบร้อยรอบบริเวณที่กลุ่มผู้ชุมนุมปักหลักอยู่ในทำเนียบรัฐบาล

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า พล.ต.ต.สุชาติ เหมือนแก้ว รอง ผบช.น.ในฐานะ ผบ.เหตุการณ์ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.วิบูลย์ บางท่าไม้ รอง ผบช.น.เป็นผู้ประสานงานการทำงานระหว่างตำรวจกับกองทัพ

“วีระ”ปูด นปก.เตรียมป่วนเวที พธม.

นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีนายตำรวจยศ “พ.ต.ท.” จาก สภ.อ.เมืองบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นคนสนิทของ นายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการพรรคไทยรักไทย(ทรท.) เข้ามาอยู่ในที่ชุมนุม เข้ามาดูเราชุมนุม และนอกจากนี้ ในที่ชุมนุมของเรามี นปก.เข้ามาทุกวัน

"มีนายตำรวจที่เป็นพันธมิตรฯข้างเราเขาได้โทร.รายงานว่า นปก.ได้เช่ารถเมล์สาย 12 จำนวน 3 คัน จาก จ.สมุทรปราการเข้ามาแทรกในที่ชุมนุมเราคืนนี้ ดังนั้น จึงขอให้รอต้อนรับอย่างดีด้วย"

ผู้ชุมนุมแน่น-นศ.แต่งเครื่องแบบร่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการชุมนุมของพันธมิตรฯที่ทำเนียบรัฐบาลเข้าสู่วันที่ 9 (26 ส.ค.- 3ก.ย.) ยังคงมีประชาชนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลมาร่วมชุมนุม อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า มีนักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัยก็สวมชุดนักศึกษาชุมนุมมากกว่าทุกครั้ง โดยในส่วนของประชาชนทั่วไปต่างพากันสวมเสื้อเหลือง โพกผ้ากู้ชาติ และถืออุปกรณ์การฟังปราศัยมาพร้อมสรรพ เช่น กล้องดิจิตอล ร่ม เสื้อกันฝน ผ้าใบและเสื่อปูนั่ง ร่วมทั้งอุปกรณ์ช่วยปรบมือของเล่นที่มีจำหน่ายโดยรอบทำเนียบในราคา 20-25 บาท

อย่างไรก็ตาม แม้นายสมัคร จะมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อสลายการชุมนุม แต่ไม่ได้ทำให้จำนวนของผู้ชุมนุมลดลง แต่ยังเป็นสิ่งกระตุ้นให้ผู้คนออกมาร่วมชุมนุมอย่างหนาตาตั้งแต่ช่วงกลางวัน

ขณะที่ในช่วงค่ำ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ได้กล่าวนำให้ผู้ร่วมชุมนุมยืนไว้อาลัยเป็นเวลา 1 นาที ให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่นปก.ได้เคลื่อนคนเข้ามาปะทะกับกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา จนมีผู้เสียชีวิต 1 คน

ศาล ปค.ส่งศาล รธน.ตีความ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

วานนี้ ( 3 ก.ย.) ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งในคดีที่นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความสิทธิมนุษยชน จากสภาทนายความ ยื่นฟ้อง นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กรณี ลงนามประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยขอให้ศาล ยกเลิกเพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังกล่าว และหากคดีนี้ไม่อยู่ในเขตอำนาจ ศาลปกครองสูงสุดขอให้ส่งคำฟ้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ

โดยคำสั่งศาลฯระบุว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่า พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฯ มีบทบัญญัติมาตรา 16 ที่อาจเข้าใจได้ว่าไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง ซึ่งเป็นการจำกัดสิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชนจึงมีปัญหาว่า บทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 223 และมาตรา 40 ศาลปกครองสูงสุดจึงส่งเรื่องพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยต่อไปตามนัยมาตรา 211 วรรคหนึ่ง

ทั้งนี้ สำหรับรัฐธรรมนูญมาตรา 211 ระบุว่า ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับคดีใดถ้าศาลเห็นเองหรือคู่ความโต้แย้งนั้นต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา 6 และยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้นให้ศาลส่งความเห็นนั้นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยระหว่างนั้นให้ศาลดำเนินการพิจารณาคดีต่อไปได้แต่ให้รอการพิพากษาคดีไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

อุทธรณ์เพิกถอนหมายจับ

วันเดียวกันที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายณฐพร โตประยูร ทนายพันธมิตรฯทนายความ 9 ผู้ต้องหาแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯกับพวก ประกอบด้วย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ,นายสนธิ ลิ้มทองกุล ,นายพิภพ ธงไชย ,นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ,นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ ,นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน ,นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ,นายอมร อมรรัตนานนท์ และนายเทิดภูมิ ใจดี แนวร่วมพันธมิตรฯ ผู้ต้องหาที่ 1-9 ที่ศาลอาญาอนุมัติหมายจับในข้อหา ใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ ผู้นั้นกระทำผิดฐานเป็นกบฏต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113

สะสมกำลังพลหรืออาวุธ ตระเตรียมการหรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี มาตรา 114, ผู้ใดกระทำการเพื่อให้เกิดการปั่นป่วนกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี มาตรา 116, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองและเมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมให้เลิกแล้วไม่เลิก ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 216 และ 215 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและยื่นคำร้องขอระงับหมายจับไว้ชั่วคราว

เข้ายื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์การขอเพิกถอนหมายจับ 9 แกนนำพันธมิตรฯ และยื่นคำขอเปลี่ยนองค์คณะผู้พิพากษาที่จะพิจารณาคำร้องเพิกถอนหมายจับดังกล่าว นอกจากนี้ ยังได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์เพื่อให้ระงับหมายจับไว้ชั่วคราวจนกว่าจะมีการพิจารณาไต่สวนให้เสร็จสิ้น

นายณฐพร เปิดเผยว่า เนื่องจากข้อกล่าวหาฐานกบฏมีอัตราโทษสูงถึงขั้นประหารชีวิต และเป็นคดีการเมือง อีกทั้งยังเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน การพิจารณาออกหมายจับจะต้องมีความรอบคอบ แต่หากศาลอุทธรณ์ยกคำร้องก็ต้องต่อสู้คดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป อย่างไรก็ตาม เห็นว่าไม่มีกฎหมายใดที่ห้ามไม่ให้ประชาชนสามารถยื่นคำร้องเพื่อต่อสู้คดีได้ ทั้งนี้ ได้เตรียมหลักฐาน พยานเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ซึ่งเป็นพยานเดิม หากศาลรับคำร้องและมีคำสั่งให้ไต่สวนคำร้องดังกล่าว โดยเชื่อว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งภายในสัปดาห์นี้

นายณฐพร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังได้เตรียมทำคำร้องยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบการดำเนินการออกหมายจับของพนักงานสอบสวนที่เห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 157 โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ในวันนี้(4 ส.ค.)

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ทนายความได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์ต่อศาล พนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ชุดที่ดูแลคดีนี้ก็ได้ยื่นคำร้องคัดค้านคำร้องอุทธรณ์ของผู้ต้องหาทันทีเช่นกัน พร้อมกันนี้ศาลได้นัดฟังคำสั่งอุทธรณ์อีกครั้งภายใน 2 - 3 วันนี้

เชื่อ"ลิ้วล้อแม้ว"ปลุก นปก. ชน พธม.

ชมรมศิษย์เศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 กรณีเหตุการณ์ปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างประชาชน 2 กลุ่ม จนนำไปสู่การประกาศพ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยแถลงการดังกล่าวระบุว่า รัฐบาลต้องการใช้ความเด็ดขาดทางกฎหมาย จัดการปัญหาการชุมนุมที่ยืดเยื้อของกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ แต่การจัดการเด็ดขาดต้องใช้กำลังทหาร รัฐบาลจึงโอนอำนาจไปให้ ผบ.ทบ. แต่ ผบ.ทบ. เห็นว่า ภาวะยังไม่ฉุกเฉินจริง ไม่อยากใช้อำนาจทหารเข้าจัดการ และต้องการแก้ปัญหาโดยการเจรจาพันธมิตรฯ จึงยังคงชุมนุมต่อไป เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำให้ผู้ที่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนมากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ และไม่สามารถบอกได้ว่า ผลแห่งการแพ้ชนะจะเกิดความสูญเสียหรือไม่อย่างไร และเท่าไร

ชมรมศิษย์เศรษฐศาสตร์การเมืองฯ จึงเสนอว่า รัฐบาลจะต้องไม่ให้เกิดความรุนแรงเช่นนี้ขึ้นมาอีก สถานการณ์เช่นนี้ต้องไม่ยืดเยื้อ เพราะความยืดเยื้อของสถานการณ์จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ และแนวทางที่สามารถระงับความรุนแรงได้คือ การยกเลิกพ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ผู้กุมอำนาจรัฐจะต้องไม่ใช้อำนาจรัฐ ทำการปราบปรามประชาชนผู้ชุมนุมอย่างสงบด้วยความรุนแรง และ รัฐบาลจะต้องพิสูจน์ให้ได้อย่างรวดเร็วว่า ใครคือผู้ก่อให้เกิดความรุนแรง และจะต้องใช้มาตรการทางกฎหมายลงโทษผู้ก่อความรุนแรงนั้นอย่างเด็ดขาด

"การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ยืดหยัดการประท้วงได้กว่า 100 วัน โดยมีประชาชนจำนวนมากเห็นด้วยกับการประท้วงดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าอดีตผู้นำรัฐบาลและพรรคพวกได้สร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติมากมาย ทั้งการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส การโกงภาษีและการคอร์รัปชัน ซึ่งการประท้วงครั้งนี้ ถือเป็นการประท้วงต่อเนื่องยาวนานมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของการประท้วงของการเมืองไทย และภายใต้ความขัดแย้งนี้ อดีตผู้นำรัฐบาลและพรรคพวกพยายามดิ้นรนต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดในทุกวิถีทาง ทางหนึ่งคือ การสร้างสงครามตัวแทน โดยให้รัฐบาลปัจจุบันเป็นตัวแทนการต่อสู้ อดีตผู้นำรัฐบาลกับพวกจึงใช้กลยุทธ์ทุกชนิด เพื่อยกระดับความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลปัจจุบันกับกลุ่มพันธมิตรฯ ให้สูงเด่น และลดกระแสกดดันต่ออดีตผู้นำรัฐบาล เปลี่ยนกระแสกดดันไปยังรัฐบาลปัจจุบันแทน”

5 เครือข่ายฯจี้"นายก"ลาออก

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ อดีต ส.ว.กทม.ในฐานะเลขาธิการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก เปิดเผยว่า กลุ่มองค์กร 5 เครือข่ายสังคม ด้านเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ ครอบครัว และคนพิการ ซึ่งมีสมาชิกกว่า 96 องค์กร ได้เฝ้าดูสถานการณ์การเมืองอย่าใกล้ชิด จนกระทั่งนายกรัฐมนตรี(นายสมัคร สุนทรเวช) ออกประกาศพ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ทางองค์กร 5 เครือข่ายขอเรียกร้องให้รัฐยุติความรุนแรงไม่ให้ประชาชนเกิดความกระทบกระทั่งจนนำไปสู่การปะทะกัน และขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี รับผิดชอบด้วยการ"ลาออก" หรือ"ยุบสภา" เพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน ซึ่งข้อเรียกร้องขององค์กร หากรัฐบาลหรือ นายกฯไม่ดำเนินการการ ทางองค์กรเครือข่ายจะเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯต่อไป

"สถานการณ์ขณะนี้ นายกฯ ต้องลาออก หรือไม่ก็ยุบสภา แต่ก็เชื่อว่า นายกฯที่ชื่อ"สมัคร" คงไม่เลือกตายเดี่ยว ถ้าจะตายนายกฯ ก็คงเลือกยุบสภามากกว่า คือให้ตายกันทั้งหมด"

ส่วนกรณีที่มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยมอบให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด เป็นการโยนเผือกร้อนให้พล.อ.อนุงพษ์ไปเต็มๆ ซึ่การกระทำของนายกฯเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว คือ ปัดการแก้ปัญหาให้ พล.อ.อนุพงษ์ และยืมมือทหารในการปราบปรามประชาชน ยังดีที่ พล.อ.อนุพงษ์ก็แถลงข่าวว่าจะไม่ใช่ความรุนแรง เป็นลักษณะประคองตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม การกระทำของนายกฯ ครั้งนี้ กลับทำให้ประชาชนเข้ามาร่วมชุมนุมกันมากขึ้น

สหภาพฯ ทอท.ยันทำงานตามปกติ

สำหรับความเคลื่อนไหวของสหภาพรัฐวิสาหกิจต่างๆ นั้น สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ออกแถลงการณ์ว่า สมาชิกของสหภาพฯ ที่ปฏิบัติงานอยู่ท่าอากาศยานระหว่างประเทศทั้ง 6 แห่ง คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานเชียงราย จะยึดถือหลักปฏิบัติบนความถูกต้อง และเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติโดยส่วนรวม

ซึ่งสมาชิกสหภาพฯ ทอท. จะปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบด้านการอำนวยความสะดวก และการรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง อย่างเต็มความสามารถ ภายใต้ดุลยพินิจของสหภาพฯ ทอท. และมติของสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.)

ขณะที่ น.ท.ณัฏฐ์ โหมาศวิน ผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ กล่าวว่า ล่าสุดตนได้เจรจากับกลุ่มพันธมิตรฯและได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า หากไม่มีสถานการณ์ความรุนแรงต่อกลุ่มพันธมิตรฯในทำเนียบรัฐบาล ในวันนี้ (4 ก.ย.) จะยุติการชุมนุมและจะสามารถเปิดให้สายการบินขึ้นลงได้ตามปกติ

ผู้โดยสารแห่คืนตั๋ว

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (3ก.ย.) เวลา 8.00 เศษ เที่ยวบิน TG 1161 ของการบินไทย กำหนดออกจาก พิษณุโลก เวลา 7.45 ได้ล่าช้ากว่ากำหนด โดยเจ้าหน้าที่การบินไทย ต้องประกาศหยุดบินอย่างไม่มีกำหนด ทำให้ผู้โดยสารกังวลว่าจะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การประท้วงของสหภาพฯ ซึ่งทำให้มีผู้โดยสารส่วนหนึ่งขอคืนตั๋ว เพราะไม่มั่นใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเวลาประมาณ 10.10 น. เที่ยวบินดังกล่าวก็สามารถทำการบินได้

โดยนายถนิต พรหมสถิต กัปตันเครื่องบินดังกล่าว กล่าวว่า ได้นำเครื่องบิน TG1160 ที่ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 6 โมงเช้า เมื่อมาถึงท่าอากาศยานพิษณุโลก ปรากฏว่า ไม่มีช่างเครื่องเพื่อตรวจเช็กทำการบิน ตนจึงไม่ยินยอมนำเครื่องบินขึ้น เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัยของผู้โดยสาร

“นโยบายการบินไทย ที่กรมการขนส่งอนุมัติให้ช่างเครื่องและนักบิน ลดค่าใช้จ่าย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 51 จึงให้นักการบินในประเทศทำการเช็กเครื่องบินก่อนขึ้น แต่ตนไม่เห็นด้วยมาตลอดจึงคัดค้านต่อต้าน แต่นักบินคนอื่นยินยอม แต่มามาถึงเที่ยวบินนี้ ตนไม่เซ็นการตรวจเครื่อง และก็ไม่มีฝ่ายช่างเครื่องเซ็นจึงไม่บิน เพราะเราต้องการความปลอดภัยของผู้โดยสาร ไม่ควรเอาผู้โดยสารเป็นตัวประกันความปลอดภัย และมัดมือชกให้กับนักบินรับผิดชอบ ขณะที่สายการบินต่างประเทศยังคงให้ฝ่ายช่างเช็คทำการบิน ซึ่งถือว่าสองมาตรฐาน”

สหภาพ กทท.ประชุมหยุดงาน 3 วัน

นายสมเกียรติ รอดเจริญ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) กล่าวว่า ได้เรียกประชุมวิสามัญของสหภาพแรงงาน กทท. วันนี้เป็นการประชุมต่อเนื่องครั้งที่ 3 โดยพนักงานที่เป็นสมาชิกจะไม่ปฏิบัติงานที่ท่าเรือคลองเตยและแหลมฉบังระหว่างที่เข้าร่วมประชุมดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประชุมประมาณ 3 วัน โดยยอมรับว่า วิธีการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของอารยะขัดขืนเพื่อกดดันรัฐบาลให้ลาออก แต่ยืนยันว่า การหยุดให้บริการดังกล่าวน่าจะไม่เกิน 3 วัน (3-5 ก.ย.) แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุมวิสามัญในครั้งนี้ด้วย โดยทันทีที่ นายสมัคร สุนทรเวช ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็จะยุติการหยุดงานในส่วนของการท่าเรือฯ ทันที

"การที่พนักงานเข้าประชุมดังกล่าวไม่น่าจะส่งผลกระทบมากนัก เนื่องจากได้แจ้งล่วงหน้าให้กับผู้ประกอบการรับทราบ และแนะนำให้ไปใช้ท่าเรือของเอกชนอีก 4 ท่าแล้ว และกทท.ได้เคลียร์สินค้าที่ท่าเรือหมดเรียบร้อยแล้ว"

ผอ.การท่าเรือฯแก้ปัญหาให้เอกชนทำงานแทน

นางสุนิดา สกุลรัตนะ ผู้อำนวยการกทท. กล่าวว่า ได้แจ้งล่วงหน้าให้เอกชนทราบถึงปัญหาดังกล่าว และขอให้ไปใช่ท่าเรืออื่นๆแทน ซึ่งเดิมวันนี้จะมีเรือเข้าท่าคลองเตย 4 ลำ แต่จากการแจ้งดังกล่าวก็ทำให้เข้าขนส่งสินค้าเพียง 1 ลำเท่านั้น และสามารถขนถ่ายได้ตามปกติ ส่วนอีก 3 ลำลอยเรือกลางทะเล และอาจจะไปขึ้นที่ท่าเรือพาณิชย์แหลมฉบัง อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ (4ก.ย.) จะมีเรือบรรทุกสินค้าเข้ามาที่ท่าเรือคลองเตย 4-5 ลำ ทางผู้บริหารฯ จึงจะเจรจาให้ตัวแทนสหภาพฯ แบ่งสัดส่วนพนักงานมาช่วยขนถ่ายสินค้าตามปกติ หรืออาจจะดึงเอกชนมาร่วมให้บริการ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อการบริการ โดยปัจจุบันการท่าเรือฯ มีพนักงานประมาณ 3,000 คน เป็นสมาชิกสหภาพประมาณ 1,000 คน

ร.ร.สพฐ.ส่วนใหญ่เปิดเรียนวันนี้

คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า ขณะนี้โรงเรียนหลายแห่งแจ้งว่า ไม่มีผลกระทบต่อการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหยุดเรียน ดังนั้นจึงจะเปิดการเรียนการสอนตามปกติในวันนี้ (4 ก.ย.)

ด้านฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) แจ้งการเปิดเรียนของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1,2 และ 3 เพิ่มเติมว่า ส่วนใหญ่เปิดเรียนในวันนี้ ยกเว้นโรงเรียนวัดราชบพิธ โรงเรียนวัดโสมนัส และโรงเรียนราชวินิตที่จะเปิดวันศุกร์ที่ 5 ก.ย.นี้ ทั้งนี้ ถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงวันเปิดเรียนจะแจ้งผ่านเว็บไซต์ของโรงเรียน กับ จส. 100

กทม.เตรียมสุขาน็อคดาวน์ 100 หลัง

ร.ท.อิราวัสส์ ปัทมุสุคนธ์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงมาตรการเตรียมพร้อมหากมีการตัดน้ำในสถานที่ราชการในพื้นที่กทม.ว่า หน่วยงานหลักในการแก้ปัญหาหรือบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชนคือ การประปานครหลวง(กปน.) แต่ในส่วนของกทม. ก็ได้เตรียมความพร้อมไว้เช่นกัน โดยได้จัดเตรียมห้องสุขาน็อคดาวน์ไว้จำนวน 100 หลัง หากหน่วยงานราชการใด ถูกตัดน้ำ ก็สามารถนำห้องสุขาน็อคดาวน์ไปติดตั้งไว้ทันทีตามที่รัฐบาลขอมา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ซึ่งไม่มีความยุ่งยาก ในการติดตั้ง แต่จะยุ่งยากในเรื่องของการให้บริการภายหลังการติดตั้ง

ส่วนรถสุขาเคลื่อนที่ของ กทม.นั้น ได้นำออกให้บริการกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ปักหลักใน และรอบทำเนียบรัฐบาลหมดแล้ว เหลือเพียงที่สำรองไว้ไม่กี่คัน สำหรับเหตุฉุกเฉิน จึงไม่สามารถนำออกให้บริการตามหน่วยงานใดได้อีก
กำลังโหลดความคิดเห็น