คนไทยใช้ AI โตเร็วอันดับ 2 ของโลก แต่คนที่ใช้จริงยังมีไม่มาก หวัง TH-AI Passport ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงง่ายขึ้น ใช้เป็น และนำไปช่วยทำงานได้จริง
การใช้งาน AI ของคนไทยกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจาก Microsoft ระบุว่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ไทยมีอัตราการเติบโตของการนำ AI มาใช้ถึง 36.4% สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก อย่างไรก็ตาม ฐานผู้ใช้งานในกลุ่มวัยทำงานยังอยู่ที่ประมาณ 12.4% สะท้อนว่าแม้คนไทยเริ่มตื่นตัวต่อเทคโนโลยีมากขึ้น แต่การเข้าถึงยังจำกัดอยู่ในคนบางกลุ่ม และยังมีช่องว่างอีกมากหากต้องการผลักดัน AI ให้กลายเป็นเครื่องมือเพิ่มผลิตภาพในวงกว้าง
ประเด็นดังกล่าวถูกสะท้อนบนเวทีเสวนา "AI: พลังขับเคลื่อนแห่งชาติสู่การปฏิรูปกำลังคนไทย" ซึ่งมีทั้งภาครัฐ ผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก และผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม TH-AI Passport ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองถึงความพร้อมของแรงงานไทย รวมถึงโจทย์ที่ประเทศต้องเดินต่อจากการมี "ผู้ใช้ AI" ไปสู่การสร้างคนที่ "ใช้ AI เป็น"
พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ตัวเลขการใช้ AI สะท้อนถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องมีนโยบายหรือมาตรการระดับชาติ เพื่อผลักดันเป้าหมายตามแผน AI ของประเทศให้เกิดผลจริง พร้อมยกเกาหลีใต้เป็นตัวอย่างของประเทศที่สามารถลดช่องว่างการใช้งานผ่านนโยบายภาครัฐ การทำให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยี และการมี AI ที่รองรับภาษาของประเทศ
"ตัวชี้วัดของเราตกหมด แทบจะไม่ผ่านเลย เพราะฉะนั้นมันก็เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องทำนโยบาย หรือมาตรการอะไรสักอย่างหนึ่ง เพื่ออย่างน้อย ผลักดันให้แผนตัวนี้ใกล้ความจริงที่สุด" พชร กล่าว
ด้าน เชาวลิต รัตนกรไกรศรี ผู้อำนวยการประจำภูมิภาค ด้านโซลูชันคลาวด์และ AI ไมโครซอฟท์ อาเซียน อ้างอิงรายงาน Global AI Diffusion Report ซึ่งสำรวจการใช้ AI ของประชากรวัยทำงานทั่วโลก พบว่า แม้ไทยมีสัดส่วนผู้ใช้ประมาณ 12.4% แต่การเติบโตในช่วง 6 เดือนอยู่ที่ 36.4% สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก สะท้อนการตื่นตัวของคนไทยในการนำ AI ไปใช้ทั้งในชีวิตประจำวัน การทำงาน และการเรียนรู้
อย่างไรก็ดี การเติบโตดังกล่าวยังมีลักษณะกระจุกตัว ขณะที่ค่าเฉลี่ยการใช้งานที่ Microsoft อ้างในเวทีอยู่ที่ 17.4% จึงมองว่าโจทย์สำคัญไม่ใช่เพียงเพิ่มจำนวนผู้ใช้ แต่ต้องขยายการเข้าถึงแพลตฟอร์ม ควบคู่กับการเพิ่มองค์ความรู้และทักษะ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถนำ AI ไปสร้างประสิทธิภาพในการทำงานได้จริง
"เรามีการเติบโตที่ดี มีการตื่นตัวแล้ว สิ่งที่เราควรต้องทำต่อไปคือต่อยอดจาก 12.4% ของวัยทำงาน ให้ก้าวข้ามค่าเฉลี่ย เราจะต้องทำให้คนเข้าถึงแพลตฟอร์ม AI ให้มากขึ้น" เชาวลิต กล่าว
นอกจากนี้ Microsoft ยังอ้างข้อมูลจาก Work Trend Index ว่า 32% ของกลุ่มวัยทำงานที่ใช้ AI อยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า Frontier Professional ซึ่งสามารถนำ AI ไปช่วยสร้างระบบอัตโนมัติและยกระดับกระบวนการทำงาน โดยมนุษย์ยังคงอยู่ในกระบวนการตัดสินใจ ขณะที่ 75% ของผู้ใช้งาน AI ที่สำรวจระบุว่า สามารถสร้างสรรค์งานบางอย่างที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำได้ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันสามารถทำได้ด้วย AI
ขณะเดียวกัน จิรเดช จาตุรวิทย์ หัวหน้าฝ่ายกิจการภาครัฐและนโยบายสาธารณะ Google Cloud ประเทศไทย กล่าวถึงผลสำรวจ Gemini Southeast Asia Report ว่า รูปแบบการใช้เทคโนโลยีของคนไทยมีพื้นฐานที่เอื้อต่อการเข้าสู่ยุค AI โดยผู้ใช้ Gemini 3 ใน 4 ใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ ขณะที่การใช้งานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการแชต แต่ขยายไปสู่รูปแบบ Multimodal ทั้งภาพ เสียง วิดีโอ เพลง และการเขียนโค้ด นอกจากนี้ยังพบแนวโน้มการ Prompt เป็นภาษาไทย ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดด้านภาษาในการเข้าถึงเทคโนโลยี
อย่างไรก็ตาม Google พบว่าการใช้เครื่องมือ AI ในไทยยังคงกระจุกตัวในกรุงเทพฯ และกลุ่มวัยทำงาน จึงเห็นว่าการขยาย AI ออกไปนอกเมืองใหญ่ รวมถึงเพิ่มความหลากหลายของกลุ่มผู้ใช้ เป็นเงื่อนไขสำคัญหากต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี โดย AI สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ตั้งแต่ผู้ค้ารายย่อย คนเริ่มทำงาน เกษตรกร ไปจนถึง SME ที่ต้องการวิจัยตลาดต่างประเทศ
"ปัจจุบันยังมีการกระจุกตัวของการใช้ AI อยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งเน้นไปที่วัยทำงาน แต่สิ่งที่อยากเห็นคือการกระจายออกไปนอกกรุงเทพฯ นอกเมือง นอกหัวเมืองหลัก กระจายไปทั่วประเทศ" จิรเดช กล่าว
ขณะที่ พาขวัญ วงศ์พลทวี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด ระบุว่า หากอ้างอิงสัดส่วนการใช้ AI ของไทยที่ 12.4% เทียบกับประชากรวัยทำงานที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตราว 45 ล้านคน จะเท่ากับมีผู้ใช้ AI ในชีวิตประจำวันและการทำงานประมาณ 5.7 ล้านคน จึงยังเหลือประชากรอีกจำนวนมากที่ไม่ได้เข้าสู่การใช้งาน AI อย่างจริงจัง
ทั้งนี้ แบ่งกลุ่มผู้ใช้ออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ใช้งานระดับกลาง และกลุ่มผู้เริ่มต้น โดยมองว่ากลุ่มหลังเป็นเป้าหมายที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุด ครอบคลุมตั้งแต่เกษตรกร SME นักเรียน นักศึกษา ไปจนถึงประชาชนที่ยังไม่เคยใช้ AI หรือเคยทดลองใช้แต่ยังไม่รู้ว่าจะนำไปประยุกต์ใช้อย่างไร จึงออกแบบ TH-AI Passport ให้เน้นความง่ายในการเข้าถึง การเรียนรู้ และการเริ่มใช้งาน ผ่านแนวคิด "เข้าถึง เข้าใจ และใช้เป็น"
"กลุ่มที่เราต้องให้ความสำคัญมากที่สุดคือกลุ่มที่เป็นคนเริ่มต้น หรืออาจจะยังไม่เคยเข้าใจเรื่อง AI เลย จะเป็นเกษตรกร SME นักเรียนนักศึกษาที่ยังเข้าไม่ถึง หรือใครก็ตามที่วันนี้อาจจะยังมีความกล้าๆ กลัวๆ อยู่" พาขวัญ กล่าว
แพลตฟอร์มจึงเตรียมฟีเจอร์ช่วยแนะนำการเขียน Prompt และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ทดลอง AI แบบ Pro มากกว่า 30 โมเดล เพื่อให้คนที่ยังไม่พร้อมจ่ายค่าบริการรายเดือนสามารถเข้าถึงและทดลองความสามารถของโมเดลที่หลากหลาย ก่อนเลือกใช้งานให้เหมาะกับความต้องการของตนเอง
พาขวัญประเมินด้วยว่า หากโครงการสามารถสร้างผู้ใช้ใหม่ได้ครบตามเป้าหมาย 5 ล้านสิทธิ์ สัดส่วนการใช้ AI ของไทยอาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 22% และก้าวข้ามค่าเฉลี่ยโลกตามตัวเลขที่เธออ้างไว้ที่ 17.8%
ภาพรวมจากวงเสวนาจึงสะท้อนตรงกันว่า ไทยไม่ได้ขาดความสนใจต่อ AI และกำลังมีอัตราการใช้งานที่เติบโตสูง แต่โจทย์ถัดไปคือการทำให้การเติบโตดังกล่าวไม่จำกัดอยู่เพียงคนบางกลุ่มหรือเมืองใหญ่ พร้อมสร้างทักษะให้ผู้ใช้สามารถเลือกเครื่องมือได้เหมาะสม และเปลี่ยนการเข้าถึง AI ไปสู่ผลิตภาพที่เกิดขึ้นจริงในภาคประชาชน แรงงาน และธุรกิจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
◉ 'ไชยชนก' เตือนโพสต์ภาพ AI ชวนเข้าใจผิด บางเคสอาจเข้าข่าย พ.ร.บ.คอมฯ
◉ คนไทยใช้ GenAI ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก หวัง TH-AI Passport เร่งทักษะ
◉ TH-AI Passport เคลียร์ TOR ข้อมูลหลักอยู่ไทย Prompt ส่งนอกได้
◉ ก่อนลงทะเบียน TH-AI Passport ต้องรู้อะไรบ้าง
◉ TH-AI Passport แบ่งจ่าย 5 งวด 1,621 ล้าน งวดแรก 27.86 ล้าน จ่ายหลังตรวจรับ
◉ TH-AI Passport ถึง ป.ป.ช.แล้ว 'ดีอี' ทยอยส่งข้อมูล ปัดจ้าง IO อวยโครงการ


