xs
xsm
sm
md
lg

'เหมือนหมาตัวหนึ่ง' พิรงรองเล่าชีวิตในบอร์ด กสทช. ไม่ได้รู้สึกอยู่คนเดียว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จาก 'เหมือนหมาตัวหนึ่ง' ถึงปมอำนาจใน กสทช. 'พิรงรอง' เผยกรรมการคนอื่นเจอคล้ายกัน ตั้งข้อสังเกตคำว่าทดลอง ปรับโครงสร้างอาจเลี่ยงบาลี ชี้บอร์ดมีช่องเดินหน้าประชุม

ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ถึงคำเปรียบเทียบที่เคยพูดถึงการทำงานใน กสทช. ว่า "เหมือนหมาตัวหนึ่ง" ว่า มีที่มาจากสถานการณ์ภายในห้องประชุม ทั้งการผลักดันวาระที่บางเรื่องไม่ได้รับการบรรจุ หรือแม้บรรจุแล้วก็อาจต้องรอนานหลายเดือนถึงหลายปี รวมถึงกรณีที่คำอภิปรายบางส่วนไม่ปรากฏในรายงานการประชุม แม้จะมีการทักท้วงว่ามีการกล่าวจริง ขณะที่อำนาจควบคุมและจัดลำดับวาระตามข้อบังคับการประชุมอยู่ที่ประธาน กสทช.

ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าวว่า มีวาระบางเรื่องที่ถูกบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการเรียกขึ้นมาพิจารณานานถึง 3 ปี และวาระค้างจำนวนหนึ่งที่ปรากฏเป็นข่าว เป็นเรื่องที่อยู่ในลักษณะดังกล่าว ส่วนการนำวาระใดขึ้นมาพิจารณาและการจัดลำดับวาระ เป็นอำนาจของประธานตามข้อบังคับการประชุม

"คำนี้จริงๆ เป็นสิ่งที่เราคุยกันในวงเล็ก คุยกันขำๆ แต่ไม่ใช่ความรู้สึกของดิฉันคนเดียวนะคะ ท่านกรรมการท่านอื่นก็รู้สึกคล้ายๆ กัน บางท่านก็เคยเจอมาก่อนดิฉัน มีวาระบางอย่างที่เสนอเข้าไป แล้วสุดท้ายตอนนี้หายไปเลย ไม่ปรากฏ ไม่รู้อยู่ที่ไหน" ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าว

หนึ่งในตัวอย่างที่ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าวถึง คือ แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ รวมถึง Roadmap การเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัล ซึ่งต้องทวงถามความคืบหน้าหลายครั้ง โดยแผนแม่บทถูกบรรจุเป็นวาระตั้งแต่ปลายปีก่อน แต่กว่าจะได้หารือจริงก็ล่วงเลยไปเกินครึ่งปี ส่วน Roadmap มีการขอให้สำนักงานจัดทำข้อมูลเพิ่มเติม และครบกำหนดตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.69 แล้ว ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่กระทบทั้งอุตสาหกรรมโทรทัศน์ ผู้ประกอบวิชาชีพ และบทบาทของโทรทัศน์ในฐานะสื่อมวลชน

สำหรับทางออกหากประธานไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าวถึงข้อบังคับการประชุม กสทช. ข้อ 26 ซึ่งกำหนดกลไกกรณีประธานไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถทำหน้าที่ โดยหากไม่มีรองประธาน ที่ประชุมสามารถเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่แทนประธานในที่ประชุมได้ และเคยมีการใช้แนวทางลักษณะนี้มาแล้วในอดีต ทำให้การประชุมและการพิจารณาวาระดำเนินต่อไปได้ตามปกติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
'หมอสรณ' สู้ต่อ! ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฟ้อง ปมคุณสมบัติประธาน กสทช.
'อนุทิน' ลงนามทูลเกล้าฯ ให้ 'หมอสรณ' พ้นประธาน กสทช.
ประชุม กสทช. ฉายภาพเดิม 'หมอสรณ' มา กรรมการอีกฝั่งเดินออก
เกมต่อเวลา 'หมอสรณ' สะดุด! ศาลไม่รับฟ้องปมคุณสมบัติประธาน กสทช.

ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง มองว่า หากมีการถอยออกจากการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ก็จะทำให้กลไกตามข้อบังคับสามารถทำงานได้ แต่หากประธานเข้ามาในที่ประชุมและทำหน้าที่ประธาน สถานการณ์ก็ทำให้กรรมการบางส่วน ไม่สามารถเดินหน้าการประชุมตามแนวทางดังกล่าวได้ ซึ่งเป็นอีกบริบทหนึ่งของคำเปรียบเทียบว่า "เหมือนหมาตัวหนึ่ง"

ส่วนกรณีที่บอร์ดเหลือกรรมการ 6 คน ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง เห็นว่า ในทางการประชุมยังสามารถเดินหน้าทำงานได้ แต่จะขึ้นอยู่กับกรรมการอีก 3 คนว่าจะเข้าร่วมประชุมหรือไม่ โดยกรรมการกลุ่มของเธอยืนยันว่าพร้อมเข้าประชุม และหากมีกรรมการเข้าร่วมรวม 5 คน ก็มีจำนวนมากกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด สามารถเริ่มประชุมได้

อีกประเด็นหนึ่งคือการปรับโครงสร้างสำนักงาน กสทช. และการโยกย้ายบุคลากรภายใต้แนวทาง "ทดลองใช้โครงสร้างองค์กรที่ปรับใหม่" ซึ่ง ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าวว่า ในทางกฎหมาย การปรับโครงสร้างต้องผ่านมติบอร์ด กสทช. ขณะที่วาระปรับโครงสร้างสำนักงานมีอยู่ในวาระการประชุมแล้ว แต่ค้างการพิจารณามาประมาณ 3 ปี หลังจากเคยมีการหารือครั้งหนึ่ง ก่อนที่การประชุมจะยุติและวาระดังกล่าวไม่ได้ถูกนำกลับขึ้นมาพิจารณาอีก

"ในเชิงกฎหมาย การปรับโครงสร้างใดๆ ต้องเป็นมติบอร์ด จริงๆ มีวาระการปรับโครงสร้างสำนักงาน กสทช. ค้างอยู่ในวาระการประชุม และค้างมา 3 ปีแล้ว ส่วนการที่ท่านรักษาการเลขาฯ ใช้คำว่าทดลอง อันนี้ก็อาจจะเรียกว่าเลี่ยงบาลี หรืออะไรก็แล้วแต่" ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าว

หากบอร์ดสามารถกลับมาประชุมได้ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง เห็นว่า งานลำดับแรกควรเป็นวาระเร่งด่วนที่มีเส้นตายชัดเจนและส่งผลกระทบต่อบุคคลภายนอกหรือภาคอุตสาหกรรม ส่วนประเด็นอื่น รวมถึงเรื่องโครงสร้างสำนักงาน จะต้องรอให้กรรมการ 4-6 คนเข้าประชุมและพิจารณาร่วมกัน โดยสิ่งสำคัญในขณะนี้คือทำให้บอร์ดกลับมาประชุมได้ก่อน