xs
xsm
sm
md
lg

ประชุม กสทช. ฉายภาพเดิม 'หมอสรณ' มา กรรมการอีกฝั่งเดินออก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พลิกปมสถานะประธาน กสทช. 'หมอสรณ' งัดหนังสือมหิดลรับข้อมูลเดิม 'พิมพ์ผิด' ยันพ้นพนักงานรามาฯ ฝั่ง 3 กรรมการระบาย ลั่นไม่อยากเล่นเกม เปรียบตัวเองเหมือนหมา-กสทช.ชั้น 2

สถานการณ์การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) วันที่ 11 ส.ค.69 ยังไม่สามารถคลี่คลายความขัดแย้งเรื่องสถานะของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. หลังกรรมการ 3 คนเดินเข้าห้องประชุมก่อนประธาน แต่ลุกออกพร้อมกันในจังหวะที่ประธานเดินเข้าห้อง ขณะที่ประเด็นใหม่ที่ถูกหยิบขึ้นมากลางสถานการณ์ครั้งนี้คือหนังสือจากมหาวิทยาลัยมหิดลฉบับวันที่ 8 ส.ค.69 ซึ่งแก้ไขข้อมูลบางส่วนที่มหาวิทยาลัยเคยชี้แจงก่อนหน้านี้ และถูก ศ.คลินิก นพ.สรณ นำมาใช้ประกอบการโต้แย้งคำวินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติของตน

เหตุการณ์ช่วงเช้าเริ่มขึ้นเวลา 09.24 น. เมื่อ พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต และรองศาสตราจารย์ ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย เดินเข้าห้องประชุม ก่อนที่เวลา 09.32 น. นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. จะเดินตามเข้าไป

จากนั้นเวลา 09.34 น. ศ.คลินิก นพ.สรณ เดินเข้าห้องประชุม และในเวลาเดียวกันกรรมการทั้ง 3 คนเดินออกจากห้อง ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ลากิจ ส่วน นายต่อพงศ์ เสลานนท์ และ พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบออนไลน์

อย่างไรก็ตาม กรรมการทั้ง 3 คนยืนยันว่า ได้แจ้งจุดยืนต่อสำนักงาน กสทช. ไว้ก่อนแล้วว่า จะไม่ร่วมประชุมหาก ศ.คลินิก นพ.สรณ ทำหน้าที่ประธาน โดย พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ กล่าวว่า ได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค.69 และย้ำจุดยืนต่อนายไตรรัตน์ก่อนเริ่มประชุม ดังนั้น เมื่อ ศ.คลินิก นพ.สรณ เดินเข้าห้องเวลา 09.34 น. กรรมการทั้ง 3 คนจึงเดินออกจากห้องในเวลาเดียวกัน


ทั้งนี้ จุดยืนของกรรมการทั้ง 3 คนยังอยู่บนการตีความคำสั่งศาลปกครองและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา โดยเห็นว่า เมื่อศาลไม่รับฟ้องและไม่ทุเลาการบังคับ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหายังคงเป็นที่สุดตามความเห็นของฝ่ายตน จึงไม่สามารถร่วมประชุมโดยมี ศ.คลินิก นพ.สรณ ทำหน้าที่ประธานได้ พร้อมเสนอว่า หากประธานไม่เข้าร่วม กรรมการที่เหลือสามารถเลือกผู้หนึ่งขึ้นทำหน้าที่แทนเพื่อให้การประชุมเดินหน้าต่อ

ระหว่างการแถลง ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าวถึงแรงกดดันและบรรยากาศการทำงานภายในสำนักงาน พร้อมใช้ถ้อยคำเปรียบเทียบถึงสถานะของกรรมการกลุ่มนี้ว่า

"บางทีเราคุยกันว่า พวกเรานี่เหมือนหมาตัวนึง อยู่ในสำนักงานนี้เป็นเหมือนกับ กสทช. ชั้น 2 แต่เราก็ยังทำหน้าที่ เพราะเราได้รับโปรดเกล้าฯ มาให้ทำหน้าที่นี้ เราก็ทำหน้าที่ตรงนี้ให้เต็มที่" ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าว

กรรมการทั้ง 3 คนยังแสดงความกังวลว่า หากเข้าร่วมประชุมและมีการลงมติในช่วงที่สถานะของประธานยังเป็นข้อโต้แย้ง อาจเกิดปัญหาต่อสถานะทางกฎหมายของมติในภายหลัง โดยยกตัวอย่างวาระสำคัญทั้งเรื่องดาวเทียม โทรทัศน์ดิจิทัล และโรดแมป พร้อมตั้งคำถามว่า หากมติถูกโต้แย้งภายหลัง ใครจะรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น

ฝ่ายกรรมการยังปฏิเสธว่าการไม่เข้าร่วมประชุมในช่วงนี้เป็นต้นเหตุของวาระสะสม พร้อมนำข้อมูลมาอ้างว่าเคยทำหนังสือติดตามวาระค้างมาตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งขณะนั้นมี 40 เรื่อง ก่อนเพิ่มเป็น 42 เรื่องในปี 2568, 44 เรื่องช่วงต้นปี 2569 และ 45 เรื่องในช่วงกลางปีเดียวกัน


ต่อมาเวลา 10.05 น. ศ.คลินิก นพ.สรณ ร่วมแถลงข่าวและอธิบายในอีกทิศทางหนึ่ง โดยเห็นว่าคำสั่งศาลปกครองที่ไม่รับฟ้องไม่ได้ทำให้ตนสิ้นสุดอำนาจหน้าที่ และตนยังต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีกระบวนการให้พ้นจากตำแหน่งตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นจุดยืนที่ต่างจากกรรมการอีก 3 คน

ประเด็นสำคัญที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ นำขึ้นมาในการแถลงครั้งนี้ คือหนังสือของสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ลงวันที่ 8 ส.ค.69 เรื่อง "ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์" ซึ่งจัดทำขึ้นหลังเจ้าตัวมีหนังสือขอให้มหาวิทยาลัยตรวจสอบและยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย รวมถึงการทำหน้าที่ตรวจรักษาผู้ป่วยของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

สาระสำคัญของหนังสือฉบับนี้ย้อนถึงข้อมูลที่มหาวิทยาลัยมหิดลเคยส่งให้คณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา เมื่อปี 2567 ซึ่งขณะนั้นมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประกอบอาชีพและวิชาชีพของ ศ.คลินิก นพ.สรณ รวมถึงสถานะที่เกี่ยวข้องกับการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.

หนังสือมหิดลฉบับล่าสุดอ้างถึงข้อมูลจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีว่า ในช่วงวันที่ 20 ธ.ค.64 ถึง 7 ม.ค.65 ศ.คลินิก นพ.สรณ ยังมีสถานะเป็น "พนักงานมหาวิทยาลัย" และทำหน้าที่ตรวจรักษาผู้ป่วย แต่ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. ถึง 12 เม.ย.65 สถานะเปลี่ยนเป็น "แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง"

จุดสำคัญอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดลชี้แจงว่า ข้อความในหนังสือเดิมที่ทำให้เข้าใจว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ มีสถานะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยในช่วงตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.64 จนถึงวันที่ 12 เม.ย.65 นั้น "ไม่ถูกต้อง เป็นการพิมพ์ผิดพลาดของเจ้าหน้าที่" และข้อมูลที่ถูกต้องให้เป็นไปตามคำชี้แจงและหลักฐานของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีที่ส่งมาในภายหลัง

เอกสารจากรามาธิบดียังอธิบายสถานะ "แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง" ในระบบพรีเมียม หรือ Premium Clinic ว่า ไม่ถือเป็นบุคลากรหรือพนักงานของรัฐในสังกัดคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และไม่ใช่ลูกจ้าง เนื่องจากไม่มีสัญญาจ้างและคำสั่งจ้าง

ลักษณะการให้บริการดังกล่าวเป็นการที่แพทย์ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะทำสัญญาหรือข้อตกลงกับโรงพยาบาล เพื่อใช้สถานที่ เครื่องมือ และอุปกรณ์ในการตรวจรักษาผู้ป่วยในนามของแพทย์ โดยโรงพยาบาลทำหน้าที่เรียกเก็บค่าตรวจรักษาจากผู้ป่วยแทน ก่อนนำมาจ่ายให้แพทย์ตามข้อตกลงและแบ่งส่วนหนึ่งเป็นค่าใช้สถานที่ เครื่องมือและอุปกรณ์แก่โรงพยาบาล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
เกมต่อเวลา 'หมอสรณ' สะดุด! ศาลไม่รับฟ้องปมคุณสมบัติประธาน กสทช.
ประชุม กสทช. ไม่ล่ม เพราะยังไม่เริ่ม ประธานหันพึ่งนายกฯ ช่วยจบปัญหา
สรุปม้วนเดียวจบ กสทช. วงแตกซ้ำ ปมประธานค้าง-ไทยคม 4 กลายเป็นวาระร้อน


หนังสือฉบับนี้ยังอธิบายเรื่องรายได้ว่า เงินที่แพทย์ผู้ได้รับอนุญาตเรียกเก็บจากผู้ป่วยทั้งจำนวนถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(6) แห่งประมวลรัษฎากรของผู้ประกอบโรคศิลปะ และจากลักษณะดังกล่าว มหิดลมีข้อสรุปในหนังสือว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ ไม่ได้เป็นทั้งพนักงานและลูกจ้างของรัฐในสังกัดคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีในช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง

เอกสารดังกล่าวลงนามโดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และมีเอกสารประกอบ ทั้งข้อมูลจากอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลและหนังสือจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีลงวันที่ 7 ส.ค.69

ข้อมูลชุดนี้สอดคล้องกับสิ่งที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ นำมาแถลงในวันที่ 11 ส.ค.69 โดยเจ้าตัวกล่าวว่าเพิ่งได้รับหนังสือตอบจากมหาวิทยาลัย และใช้เป็นพยานหลักฐานโต้แย้งประเด็นสถานะการเป็นพนักงานหรือลูกจ้างในช่วงก่อนเข้ารับตำแหน่ง กสทช.

"ผมเองก็เพิ่งได้รับหนังสือตอบจากมหาวิทยาลัยมหิดลเมื่อวาน ยืนยันว่า ผมได้ลาออกจากความเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยและคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เรียบร้อยสมบูรณ์ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.65 ผมไม่ได้รับเงินโดยตรงจากมหาวิทยาลัยหรือคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี" ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าว

ศ.คลินิก นพ.สรณ ยังกล่าวว่า รายได้ตั้งแต่เดือน ม.ค.ถึง มิ.ย.65 มีหลักฐานการเสียภาษีรองรับในฐานะรายได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระตามมาตรา 40(6) และตั้งคำถามกลับไปยังประธานคณะกรรมการสรรหาว่า เหตุใดจึงไม่รอคำตอบจากมหาวิทยาลัยมหิดลก่อนสรุปผล ทั้งยังตั้งข้อสังเกตถึงการพิจารณาที่มีการประชุม 4 ครั้งภายใน 37 วัน รวมถึงการใช้ข้อมูลภาษีประกอบการวินิจฉัยลักษณะรายได้ของตน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงที่มาของปัญหา ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า หนังสือจากมหาวิทยาลัยมหิดลก่อนหน้านี้มีความผิดพลาดที่ทำให้เกิดความเข้าใจเรื่องตัวเลขวันที่ และเห็นว่ามหาวิทยาลัยควรเป็นผู้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวเอง ขณะที่เมื่อถูกถามว่าหนังสือฉบับใหม่จะถูกส่งให้คณะกรรมการสรรหาหรือไม่ เจ้าตัวตอบว่า "หวังว่าอย่างนั้น"

แม้หนังสือมหิดลฉบับล่าสุดจะเพิ่มข้อมูลอีกด้านเข้าสู่ข้อพิพาทเรื่องคุณสมบัติ แต่กรรมการ 3 คนยังคงยืนตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาและการตีความคำสั่งศาลปกครองของฝ่ายตน ขณะที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ เห็นว่า หนังสือฉบับนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงว่าข้อเท็จจริงซึ่งถูกใช้พิจารณาก่อนหน้านี้มีส่วนที่คลาดเคลื่อน

ความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องว่าใครจะเข้าหรือออกจากห้องประชุม แต่ขยับมาสู่ข้อเท็จจริงที่ใช้ประกอบการพิจารณาคุณสมบัติของประธาน กสทช. โดยเฉพาะสถานะหลังวันที่ 8 ม.ค.65 และความหมายของการเป็น "แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง" ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดลยืนยันในเอกสารล่าสุดว่า ไม่ใช่สถานะพนักงานหรือลูกจ้างของรัฐ

ศ.คลินิก นพ.สรณ ยังยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่ต่อ เพราะมองว่าหน้าที่ประธานไม่ได้มีเฉพาะการประชุม แต่รวมถึงการลงนามและภารกิจตามอำนาจที่กฎหมายกำหนด ส่วนการดำเนินคดีหลังศาลไม่รับฟ้อง เจ้าตัวกล่าวว่า อยู่ระหว่างกระบวนการอุทธรณ์

ส่วนกระแสข่าวที่เชื่อมโยงการเรียกประชุมกับโครงการ USO ศ.คลินิก นพ.สรณ ปฏิเสธว่า "มันไม่ได้เกี่ยวกับยูโซ่เลย" โดยนายไตรรัตน์อธิบายว่า โครงการ USO ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประธานเพียงคนเดียว แต่ต้องผ่านการพิจารณาของบอร์ด กสทช. ก่อนที่สำนักงานจะดำเนินขั้นตอนประกวดราคาและทำสัญญาต่อไป