xs
xsm
sm
md
lg

'ไชยชนก' ไม่หวั่นยื่น ป.ป.ช. เดินหน้า TH-AI Passport ล็อกคิว 1 ก.ย.69 จ่ายตามใช้จริง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



'ไชยชนก' ไม่ไปแจง กมธ. TH-AI Passport อัยการสูงสุดส่งสัญญาแนบท้ายกลับแล้ว ลุ้นข้อสรุปสัปดาห์หน้า ย้ำเริ่มช้าที่สุด 1 ก.ย.69 จ่ายตามใช้จริง 5 ล้านคน ไม่หวั่นฝ่ายค้านขู่ยื่น ป.ป.ช. ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดี

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ยืนยันไม่เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน หลังถูกเชิญหลายครั้งเพื่อติดตามตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport โดยให้เหตุผลว่า ไม่ได้อยู่ในกระบวนการโดยตรง จึงมอบหมาย นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงแทน ซึ่งกำชับให้สนับสนุนข้อมูลและเอกสารแก่ กมธ. อย่างเต็มที่

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด นายไชยชนก กล่าวว่า สำนักงานอัยการสูงสุดได้ส่งหนังสือเกี่ยวกับการปรับสัญญาแนบท้ายกลับมาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียด และคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า พร้อมยืนยันว่า ตามกรอบสัญญา โครงการจะต้องเริ่มดำเนินการช้าที่สุดภายในวันที่ 1 ก.ย.69 และไม่ควรล่าช้าไปกว่านี้

ทั้งนี้ สาระสำคัญของการปรับสัญญา คือ การเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินเป็น Pay per active user หรือจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง โดยยังคงกำหนดเพดานไว้ที่ 5 ล้านคน หากมีผู้ลงทะเบียนครบ 5 ล้านคน แต่เดือนใดมีผู้ใช้งานจริงเพียง 4 ล้านคน รัฐบาลจะจ่ายเงินเฉพาะผู้ใช้งาน 4 ล้านคนในเดือนนั้น จึงไม่ได้หมายความว่างบประมาณกว่า 1,500-1,600 ล้านบาทจะถูกใช้ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
TH-AI Passport คาดเริ่มลงทะเบียนกลาง ส.ค.69 รอสัญญาแนบท้ายเรียบร้อย
กูรูเทคล่าชื่อค้าน TH-AI Passport จ่ายแพงแต่ได้ AI ไม่ฉลาดเท่าของฟรี
'การดี' ยื่น 'ไชยชนก' เบรก TH-AI Passport ชำแหละ 5 ปม ไม่คุ้ม-ข้อมูลไหลนอก
TH-AI Passport รออัยการสูงสุดเคาะแก้สัญญาแนบท้าย 31 ก.ค.69 แค่ทดสอบ UAT ยังไม่เปิดใช้จริง

นอกจากนี้ ยังมีการปรับเงื่อนไขด้าน Concurrent users จากข้อกำหนดเดิมเกี่ยวกับจำนวนการเข้าใช้งานพร้อมกัน ให้สามารถรองรับผู้ใช้งานทั้งหมดพร้อมกันได้ตลอดเวลา ขณะที่ นายไชยชนก กล่าวว่า ยังไม่ได้สอบถามตัวเลขประมาณการผู้ใช้งานจริงจากภาคเอกชน แต่รัฐบาลต้องการผลักดันให้มีผู้ใช้งานเข้าใกล้เพดาน 5 ล้านคนมากที่สุด เพราะจำนวนผู้ใช้งานจริงจะเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดว่าโครงการสามารถสร้างประโยชน์ได้ตามเป้าหมายหรือไม่

ขณะเดียวกัน จากการลงพื้นที่หลายแห่ง โดยเฉพาะต่างจังหวัด พบว่าประชาชนมีความต้องการใช้ AI แต่หลายคนยังติดข้อจำกัดของบริการฟรี พร้อมยกตัวอย่างครูที่สามารถใช้งานได้เพียง 4 Prompt ก่อนต้องรอวันถัดไป รวมถึงนักศึกษา ครู และประชาชนอีกจำนวนมากที่อาจนำ AI ไปใช้ในการเรียน การทำงาน และพัฒนาตัวเองได้มากขึ้น หากสามารถเข้าถึงเครื่องมือได้โดยไม่มีข้อจำกัดดังกล่าว

ทั้งนี้ เข้าใจมุมมองของฝ่ายค้านและกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่เห็นว่าโครงการสามารถพัฒนาให้มีศักยภาพมากกว่านี้ได้ แต่การดำเนินการในระดับดังกล่าวจำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี จึงมองว่าการทำให้คนทั่วไปเข้าถึง AI ได้มากขึ้นเป็นเป้าหมายสำคัญของโครงการ

"แอบรู้สึกผิดด้วยซ้ำพอได้ไปเห็น ว่าเราไปจมอยู่กับประเด็นทางการเมืองเยอะเกินไป จนโครงการดีๆ ที่มันควรจะถึงมือประชาชนได้แล้วนี้ ล่าช้า" นายไชยชนก กล่าว

นอกจากนี้ นายไชยชนก ยังกล่าวถึงแนวคิด Inclusivity หรือการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี โดยปัจจุบันผู้ที่ต้องการใช้ AI อย่างเต็มรูปแบบอาจต้องเสียค่าบริการ ขณะที่บริการฟรีมีข้อจำกัด ดังนั้น การเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือ AI ได้มากขึ้น จึงเป็นเหตุผลที่รัฐบาลต้องการเร่งขับเคลื่อนโครงการ

ส่วนกรณีฝ่ายค้านเดินหน้ารวบรวมรายชื่อคัดค้าน TH-AI Passport นายไชยชนก มองว่าไม่น่าจะส่งผลต่อการดำเนินโครงการ พร้อมระบุว่า หากให้รวบรวมรายชื่อผู้ที่ไม่คัดค้านก็น่าจะมีจำนวนมากเช่นกัน และเห็นว่าไม่จำเป็นต้องแข่งขันกันรวบรวมรายชื่อ

ขณะที่ ฝ่ายค้านประกาศว่า หากมีการเดินหน้าโครงการจะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายไชยชนก กล่าวติดตลกว่า ถือว่าได้ประสบการณ์ชีวิตที่ดี แต่มั่นใจในกระบวนการดำเนินงานว่าเป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงเจตนารมณ์ของนโยบาย โดยหลังมอบนโยบายแล้ว กระทรวงยังเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและนำข้อเสนอไปปรับเงื่อนไขสัญญาเพื่อเพิ่มประโยชน์ให้ประชาชน

"ผมคิดว่าในฐานะรัฐมนตรีผมทำเต็มที่แล้ว เพราะฉะนั้นผมก็มั่นใจแล้วก็พร้อมจะเดินต่อ" นายไชยชนก กล่าว