ทิม คุก ลงจากตำแหน่งซีอีโอ Apple หลังนำพาบริษัทเติบโตพันเปอร์เซ็นต์ มูลค่าทะลุ 4 ล้านล้านดอลลาร์ ด้าน "จอห์น เทอร์นัส" ผู้เชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์คนสำคัญ พร้อมรับไม้ต่อ ขึ้นแท่นผู้นำคนใหม่ พาบริษัทฉลองครบรอบ 50 ปีท่ามกลางยุค AI
แอปเปิล อิงค์ (Apple Inc.) ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ทิม คุก (Tim Cook) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารวัย 65 ปี จะก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอในเดือนกันยายน 2026 หลังจากนำพาบริษัทไอทีที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่งมานานเกือบ 15 ปี โดยทิมจะเปลี่ยนมาเป็นประธานบริหาร (Executive Chairman) แทน ขณะที่ จอห์น เทอร์นัส (John Ternus) รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ ซึ่งเป็นคนในองค์กรมานาน จะขึ้นเป็นซีอีโอคนใหม่
การเปลี่ยนผ่านผู้นำครั้งนี้มีผลกับมูลค่าหุ้น Apple น้อยมากอย่างคาดไม่ถึง แม้จะมีกระแสข่าวลือเรื่องผู้สืบทอดตำแหน่ง CEO Apple มานาน แต่หุ้น Apple ปรับตัวลดลงน้อยกว่า 1% ในช่วงเทรดหลังเวลาทำการ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อทิศทางบริษัทและการสนับสนุนทิม คุกในฐานะประธานบริหารต่อไป
***จากผู้ช่วยสตีฟ จ็อบส์ สู่ผู้สร้างมูลค่าบริษัทกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์
ทิม คุก เข้าร่วมงานกับ Apple ตั้งแต่ปี 1998 ในฐานะผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการทั่วโลก ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (COO) และรับช่วงต่อจากสตีฟ จ็อบส์ ผู้ก่อตั้งในปี 2011 เมื่อจ็อบส์ต้องลาออกเพราะปัญหาสุขภาพ
ภายใต้การนำของทิม คุก Apple เติบโตอย่างก้าวกระโดด มูลค่าตลาด (Market Capitalization) พุ่งจากประมาณ 350,000 ล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 4 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นกว่า 1,000% รายได้ประจำปีเกือบสี่เท่า จาก 108,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2011 เป็นกว่า 416,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 จำนวนร้านแอปเปิลสโตร์ทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 500 แห่ง และขยายไปยังประเทศต่าง ๆ เกือบสองเท่า ขณะที่ฐานผู้ใช้ active installed base พุ่งทะลุ 2.5 พันล้านเครื่อง และบริษัทจ้างพนักงานเพิ่มกว่า 100,000 คน
นักวิเคราะห์และนักลงทุนหลายรายยกย่องคุกว่าทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการรักษาฟอร์มที่มั่นคงได้ท่ามกลางความผันผวนหลายระลอก ทั้งปัญหาห่วงโซ่อุปทาน การแข่งขันด้าน AI และความไม่แน่นอนจากภาษีนำเข้า
การที่ ทิม คุก ประสบความสำเร็จอย่างเหลือเชื่อ และเข้ามาในสถานการณ์ที่หลายคนคิดว่าจะแทนที่สตีฟ จ็อบส์ได้ยากมาก ทำให้หลายคนเสียดายที่ทิมจะไม่นั่งเก้าอี้ซีอีโออีกต่อไป อย่างไรก็ตาม การที่ทิมยังคงมีชื่อเป็นประธานบริหาร ก็เรียกความเชื่อมั่นว่าทิม คุกจะยังมีบทบาทสำคัญในกลยุทธ์ใหญ่ของบริษัทต่อไป
***จอห์น เทอร์นัส วิศวกรผู้อยู่เบื้องหลังไอโฟน ไอแพด และแอปเปิล วอทช์
สำหรับ จอห์น เทอร์นัส นั้นเข้าร่วมงานกับ Apple ตั้งแต่ปี 2001 ในทีมออกแบบผลิตภัณฑ์ และไต่เต้าขึ้นมาเป็นรองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ จอห์นมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นไอโฟน ไอแพด แอปเปิล วอทช์ และคอมพิวเตอร์แมค
ในแถลงการณ์ ทิม คุกกล่าวว่าการได้เป็นซีอีโอของ Apple คือเกียรติยศสูงสุดในชีวิต ขณะที่ จอห์น เทอร์นัส กล่าวว่ารู้สึกซาบซึ้งอย่างยิ่งที่มีโอกาสสานต่อภารกิจของ Apple และโชคดีที่ได้ทำงานภายใต้สตีฟ จ็อบส์ และมีทิม คุกเป็น mentor
สำหรับ อาร์เธอร์ เลวินสัน ประธานบอร์ดที่กำลังจะพ้นตำแหน่ง กล่าวชื่นชมว่าความเป็นผู้นำที่โดดเด่นและไม่มีใครเทียบได้ของทิม ได้เปลี่ยน Apple ให้กลายเป็นบริษัทที่ดีที่สุดในโลก ความซื่อสัตย์และคุณค่าของทิมถูกถ่ายทอดไปสู่ทุกสิ่งที่ Apple ทำ
การเปลี่ยนม้าศึกครั้งนี้ของ Apple ยังถูกมองเป็นบททดสอบครั้งใหม่ในวาระครบรอบ 50 ปีของบริษัท โดยปี 2569 คือปีที่มีการฉลองครบรอบ 50 ปีการก่อตั้งจากวันก่อตั้งเมื่อ 1 เมษายน 2519 ในโรงรถของสตีฟ จ็อบส์ ที่คูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย ท่ามกลางความท้าทายครั้งใหญ่จากยุคปัญญาประดิษฐ์ บริษัทต้องพิสูจน์ตัวเองว่าสามารถสร้างนวัตกรรมที่เปลี่ยนวัฒนธรรมได้อีกครั้ง หลังจากที่สตีฟ จ็อบส์และสตีฟ วอซเนียก เคยปฏิวัติวงการคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และการฟังเพลงด้วยไอโพดและไอโฟน
นักวิเคราะห์จาก eMarketer มองว่า การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่น่าจะสร้างความช็อกมากนัก เพราะเทอร์นัสถูกมองว่าเป็นผู้สืบทอดมานาน และคุกยังคงอยู่เป็นประธานบริหารจนถึงเดือนกันยายน ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุน
อย่างไรก็ตาม การที่เทอร์นัสมีพื้นฐานด้านวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ชัดเจน ส่งสัญญาณว่า Apple ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์คุณภาพสูง แม้จะต้องเร่งเครื่องในด้าน AI เพื่อแข่งกับคู่แข่งรายอื่น ๆ
สำหรับคนไทยที่ชื่นชอบเทคโนโลยีและสินค้าแบรนด์พรีเมียม การเปลี่ยนผ่านผู้นำของ Apple ครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามอง เนื่องจากแอปเปิลยังคงเป็นแบรนด์ยอดนิยมในประเทศไทย ทั้งในกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์ คุณภาพ และระบบนิเวศของผลิตภัณฑ์
รายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของ Apple ในวันที่ 30 เมษายนนี้ คาดว่าจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากจะเป็นการรายงานตัวเลขครั้งสุดท้ายภายใต้การนำของทิม คุกในฐานะซีอีโอเต็มตัว.


