xs
sm
md
lg

หาพนักงานยาก-Influencer ปลอม? สตาร์ทอัปสิงคโปร์ “AnyMind” ดึง AI จัดการให้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

โคสุเกะ โซโก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอนี่มายด์กรุ้ป ระบุว่าหาก Influencer รายใดซื้อผู้ติดตามหรือจัดทำสถิตินั้นขึ้นมาเอง AI จะสามารถตรวจจับได้
บริษัทดาวรุ่งสิงคโปร์ “เอนี่มายด์กรุ้ป” ต้นสังกัด “แอดเอเชีย” (AdAsia) เปิดตัวแพลตฟอร์มให้บริการวิเคราะห์จากปัญญาประดิษฐ์ “AI” สู่ตลาดไทย จุดพลุ AI เพิ่มความคล่องตัวให้องค์กร บริษัท สามารถสรรหาบุคลากร และจ้างงานได้ตรงใจ เสริมแกร่ง 2 บริการ AI ดั้งเดิมที่เน้นติดตามแคมเปญการตลาด และงานวิเคราะห์ Influencer มั่นใจปีนี้โกยเงินในไทยมากขึ้น หลังจากที่ไทยเป็น 1 ในประเทศท็อป 3 ที่ทำรายได้ให้บริษัทมากที่สุดในปีที่ผ่านมา

โคสุเกะ โซโก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอนี่มายด์กรุ้ป ให้สัมภาษณ์ระหว่างงานเปิดตัวแพลตฟอร์มทาเลนท์มายด์ (TalentMind) ว่า เทคโนโลยี AI นั้นมีจุดเด่นเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากในทันที ทำให้ AI เหมาะกับการจับคู่ผู้ที่ต้องการหางานเข้ากับบริษัทหางาน

“บริษัทจะสามารถค้นพบบุคคลที่ตรงกับความต้องการ ทั้งด้านพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดีย รวมถึงบุคลิกภาพ โดยฝ่ายไม่ต้องอ่านแต่ประวัติการทำงาน หรือเรซูเม่อย่างเดียว”

ระบบ TalentMind จะวิเคราะห์ทั้งข้อมูลบนโซเชียล และประวัติการทำงานเชิงลึก เป็นบริการ AI ใหม่ที่ AnyMind เพิ่งเริ่มให้บริการเมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ AnyMind ให้บริการ 2 แพลตฟอร์มหลักในช่วงการก่อตั้งบริษัทช่วงปี 2016-2017 โดย 2 แพลตฟอร์มดั้งเดิม คือ แอดเอเชีย (AdAsia) และแคสติงเอเชีย (CastingAsia) ซึ่ง 2 แพลตฟอร์มนี้เองที่ส่งให้ AnyMind ขยายบริษัทบนจำนวนพนักงานที่้ติบโตเร็ว 250 คนใน 21 เดือน บนหลักการของบริษัทเรื่องการให้บริการซอฟต์แวร์ที่ปฏิวัติอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI

ช่วงปี 2016-2017 บริษัทสามารถเปิดสำนักงาน 10 แห่งใน 9 ประเทศ ปีนี้มีแผนเปิดสำนักงานเพิ่มที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รัสเซีย และอินเดีย ในปีนี้ รายได้รวมปีที่แล้ว คือ 26 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มจากรายได้ปี 2016 ทั้งปี คือ 12.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

แพลตฟอร์ม AdAsia นั้น เน้นให้บริการอุตสาหกรรมโฆษณาด้วย AI บริษัทเน้นให้บริการทั้งฝั่งเจ้าของเนื้อหา และฝั่งเอเยนซีโฆษณาในชื่อ AdAsia Digital Platform for Advertiser/Publisher ตัวซอฟต์แวร์จะสร้างรายงานให้ผู้ใช้ได้รับทราบข้อมูลเชิงลึกจากแคมเปญ สามารถดึงข้อมูลจากแพลตฟอร์มโซเชียลหลักหลายแห่งทั้งยูทูป ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม ให้ดูง่าย และเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทั้งหมดนี้นักโฆษณาจะสามารถใช้ AI ในการทำความเข้าใจ วิเคราะห์ และรับคำแนะนำสำหรับการทำแคมเปญให้สำเร็จได้ดี ขณะที่เจ้าของเนื้อหา ก็จะสามารถทำรายได้จากโฆษณาได้มากขึ้น

ด้านแพลตฟอร์ม CastingAsia จะเน้นให้บริการแพลตฟอร์มการตลาดด้วยผู้มีอิทธิพล หรือ Influencer ผ่านเทคโนโลยี AI ระบบของ CastingAsia ทำให้ผู้ลงโฆษณาสามารถเสิร์ชหา Influencer ตามประเทศ ตามกลุ่มประเภทเนื้อหา เพศ และตามข้อมูลเฉพาะเจาะจงของ Influencer ที่ต้องการ ขณะที่ Influencer ก็จะได้รับข้อมูลเชิงลึกของผู้ติดตามตัวเอง ทำให้สามารถปรับตัวเพิ่มกลุ่มผู้ติดตามได้

“ทุกวันนี้มี Influencer บนแพลตฟอร์มของ CastingAsia ราว 10,000 ราย คาดว่าจะเพิ่มเป็น 50,000 รายในปีนี้ CastingAsia เชื่อว่าไม่มีแพลตฟอร์มไหนที่ทำให้นักโฆษณาสามารถเข้าถึง Micro-Influencer จำนวนมากเช่นนี้ นักโฆษณาสามารถเลือกทำแคมเปญด้วย Influencer บนงบประมาณที่ตั้งไว้ได้”

***Influencer ปลอม AI รู้นะ

โซโก ระบุว่า เทคโนโลยี AI จะช่วยให้แบรนด์ทราบได้ว่า Influencer คนใดที่มีจำนวนผู้ติดตาม หรือ Follower ตามที่แบรนด์ต้องการจริง โดยย้ำว่า ประเด็นนี้ AI ทำได้ดีกว่าคน เพราะ AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ดีกว่า โดยเน็ตไอดอลรายไหนที่ต้องการเป็น Influencer ก็สามารถใช้แพลตฟอร์มนี้พัฒนาตัวเอง ให้เข้ากับแบรนด์ได้

“หาก Influencer รายใดซื้อผู้ติดตาม หรือจัดทำสถิตินั้นขึ้นมาเอง AI จะสามารถตรวจจับได้เพราะ AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังในช่วง 3 ปี ทำให้สามารถตรวจจับได้ว่า Influencer รายใดซื้อผู้ติดตามในระยะเวลาสั้น”

นอกจากนี้ AI ของ CastingAsia ยังสามารถวิเคราะห์สถานที่อยู่ของผู้ติดตาม Influencer ทำให้สามารถจับผิดกรณีน่าสงสัย หากพบว่า ผู้ติดตามมีเชื้อชาติ หรือที่อยู่ที่หลากหลายเกินไป

สำหรับเทรนด์ AI ปีนี้ โซโก คาดว่าจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การขยายตัวสู่หลายอุตสาหกรรมมากขึ้น และการปรับใช้ AI ในระดับที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ความคาดหวังในตลาดไทย คือหวังให้บริการของบริษัทเป็นประโยชน์กับอุตสาหกรรมไทย

“เราหวังให้ AI ช่วยให้แบรนด์สามารถตัดสินใจและทำแคมเปญได้ดีขึ้น เพราะ AI คือ ตัวช่วยให้ตัดสินใจได้ถูกต้อง ขณะเดียวกัน บริษัทจะพยายามสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพให้ประเทศไทย”

3 ประเทศที่ทำรายได้ให้ AnyMind มากที่สุดในช่วง 2 ปีที่เพิ่งก่อตั้งคือสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และไทย แนวโน้มในอนาคต คือ คาดว่าจะเติบโตทุกตลาด.
กำลังโหลดความคิดเห็น...