xs
xsm
sm
md
lg

แฉบิ๊กไอซีทีงาบงบลับจัดการเว็บหมิ่น

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

นายวรพัฒน์ ทิวถนอม รองปลัดกระทรวงไอซีที
ต้นเหตุ"ไอซีที"เสื่อมสมรรถภาพจัดการเว็บหมิ่นฯ เหตุหนึ่งจากมีไอ้โม่งงาบงบลับกองทัพที่ให้ไอซีทีหาข่าวจัดการเว็บไซต์หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เดือนละ 5 หมื่นบาท 10 เดือนรวม 5 แสนบาท ปลัดไอซีทีตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงแต่คาดเอาผิดไม่ได้ เพราะพลิ้วหาการเมืองอาศัยคนโตตัวเล็กข้างกายรมต.มั่นช่วยเป่าคาถาให้รอด ส่วนบอร์ดกสทฉาวไม่เลิกรองประธานบอร์ด ส่งจดหมายฟ้องคลังพฤติกรรมประธานบอร์ด

แหล่งข่าวจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การจัดการเว็บไซต์หมิ่นสถาบันของกระทรวงไอซีทีเป็นไปอย่างเชื่องช้าไม่ทันสถานการณ์เป็นเพราะมีการนำงบลับที่ได้ไปใช้ส่วนตัว โดยงบดังกล่าวเป็นงบลับของกองทัพ รหัส 6080 ได้ส่งมอบมาให้กระทรวงไอซีทีทุกเดือนเพื่อใช้ในการสืบหาข่าวเว็บไซต์หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่ปรากฏว่านายวรพัฒน์ ทิวถนอม รองปลัด กระทรวงไอซีที ได้นำไปใช้ในกิจการส่วนตัว ตั้งแต่พฤศจิกายน 2550 จนถึงเดือนสิงหาคม 2551 รวมเป็นระยะเวลา 10 เดือนๆละ 5 หมื่นบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 5 แสนบาท

‘โชคดีที่นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงไอซีที ได้ตรวจพบโดยบังเอิญจึงแต่งตั้งนายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงไอซีทีเป็นประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง’

แต่กลายเป็นว่าไม่ทันจะได้ข้อเท็จจริง ก็เกิดปรากฏการณ์วิ่งร้อยเมตรขึ้น เพราะนายวรพัฒน์ยังสวมหมวกกรรมการบอร์ดบริษัท ทีโอที อีกใบหนึ่งโดยหมวกนี้สามารถช่วยเหลือ หรือดลบันดาลบางอย่างให้ตามที่ต้องการได้ คนโตตัวเล็กข้างกายนายมั่น พัธโนทัย รมว.ไอซีที จึงจัดการเสกให้เรื่องเงียบ โดยนายวรพัฒน์นำเงินบางส่วนประมาณ 2 แสนบาทมาคืนให้สำนักปลัด กระทรวงไอซีที ในขณะที่ประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ก็เกิดอาการน้ำท่วมปาก การเมืองบีบให้ทำตามต้องยกเลิกการสอบสวนและขอให้สรุปผลการสอบว่าไม่ผิด แต่จะปฏิเสธก็ใช่ที่เพราะตัวเองที่ได้เป็นกรรมการบอร์ดบริษัท กสท โทรคมนาคมก็เพราะการเมืองส่งไปก็จำเป็นต้องทำตาม

‘กลายเป็นเรื่องผลประโยชน์ต่างตอบแทนระหว่างข้าราชการกับการเมือง ในเมื่อคุณได้เป็นกรรมการบอร์ดหรือประธานบอร์ดก็ต้องทำตามที่การเมืองสั่ง ผิดหรือถูกไม่สำคัญ เท่ากับว่าคุณเป็นพวกใคร เรื่องนี้ถือว่ายอมไม่ได้ป.ป.ช.ควรเข้ามาสอบสวนโดยด่วนเพื่อประโยชน์ประเทศชาติ ขนาดงบมีไว้จัดการเว็บหมิ่นฯยังเล่นกันถึงขนาดนี้’

ไม่เพียงเรื่องฉาวโฉ่ในไอซีที แต่การเมืองยังลามไปสู่บอร์ด กสท ด้วยความที่ทนไม่ได้กับพฤติกรรมประธานบอร์ดกสท นายเสกสรรค์ รอยลาภเจริญพร รองประธานกรรมการกสท ได้ทำหนังสือถึงรมว.กระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยสำนักงานรัฐมนตรีลงเลขรับที่ 10032 วันที่ 26 พ.ย.เวลา 11.22 น.โดยเนื้อหาอ้างถึงเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงของคนรักษ์องค์กรที่ส่งถึงกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการกระทำของนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานบอร์ดกสทว่าเป็นเรื่องจริงและชี้แจงถึงพฤติกรรมเพิ่มเติมดังนี้ 1.ครอบงำและไม่เคยให้เกียรติกรรมการด้วยกัน รวมทั้งผู้บริหารองค์กรด้วย การนัดหมายประชุมจะเปลี่ยนแปลงวันเวลาอยู่เสมอ ไม่ตรงต่อเวลา บางครั้งผิดเวลาต้องให้กรรมการรอคอย 1-2 ชม.และระหว่างการประชุมจะใช้โทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา 2.ไม่มีจิตวิญญาณของผู้บริหาร ไม่เสียสละและทุ่มเทให้องค์กร ขาดความรู้ความสามารถในการกำหนดนโยบายและทิศทางภาคธุรกิจโทรคมนาคม

3.เปลี่ยนและถอนวาระการประชุมอยู่เสมอ โดยขาดเหตุผลอย่างมีเงื่อนงำ สนใจแต่เฉพาะวาระที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง เมื่อมีการทักท้วงจากกรรมการก็จะไม่พอใจ 4.ก้าวก่ายและล้วงลูกจากฝ่ายบริหารเกือบทุกเรื่องเช่นการจัดทำสเปกเพื่อการจัดซื้อจัดจ้าง การโยกย้ายแต่งตั้งพนักงาน การกำหนด KPIs เพื่อพิจารณาความดีความชอบพนักงาน

ในหนังสือยังระบุต่อไปว่า ‘ท่านครับจากสาเหตุความจริงที่กล่าวมานี้ จึงเป็นเหตุให้ท่านสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ดิ้นรนต้องการเปลี่ยนกรรมการบางท่านออก เนื่องจากท้วงติงหรือเห็นว่าเป็นการขัดขวางผลประโยชน์ ทั้งนี้กรรมการบอร์ดชุดนี้ทุกท่าน ทุ่มเททำงาน รักษาผลประโยชน์ขององค์กรทั้งสหภาพฯและพนักงานกสท พอใจการทำงาน แต่ปัญหาอยู่ที่ท่านสถิตย์เพียงคนเดียวทำให้องค์กรเสียหาย ขณะนี้ไม่มีการเรียกประชุมกว่า 2 เดือนครึ่งแล้ว อ้างแต่จะรวมบอร์ด กสท และ ทีโอที

คิดแต่เรื่องผลประโยชน์มหาศาลจากทั้ง 2 องค์กรแต่ไม่คิดถึงความเสียหายใหญ่หลวงที่จะตามมากระทบทั้งรัฐ องค์กรและพนักงาน การเรียกประชุมผู้ถือหุ้นของกสทและทีโอทีทำอย่างมีเงื่อนงำและฉุกละหุกโดยเฉพาะหนังสือจากกระทรวงการคลังส่งโดยแฟกซ์อย่างเร่งด่วน มีการลงเลขที่ออก ด้วยลายมือ ส่วนตัวจริงไม่มีการลงเลขที่ออกและให้เจ้าหน้าที่มาเติมภายหลัง หนังสือลงนามโดยนางเบญจา หลุยเจริญ รองปลัดกระทรวงการคลังซึ่งไม่น่าจะมีอำนาจลงนาม เรื่องนี้เป็นเรื่องทางนิติกรรมท่านสามารถตรวจสอบได้ คนเช่นนี้ไม่สมควรจะมากำกับ หรือเป็นประธานบอร์ดองค์กรของรัฐเช่นกสทและ TMB รังแต่จะทำให้เกิดความหายนะแก่องค์กรและพนักงาน

ท้ายนี้กระผมใคร่ขอกราบเรียนว่าเห็นควรระงับการเปลี่ยนกรรมการบอร์ดขอทั้งกสทและทีโอที เนื่องจากนโยบายและการดำเนินการจะไม่ต่อเนื่องและท่านสถิตย์ต้องการเปลี่ยนและรวมบอร์ดเพราะผลประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงความหายนะขององค์กรและรัฐ คนที่ท่านสถิตย์จะเปลี่ยนออกคือคนที่รักษาผลประโยชน์ขององค์กร ทั้งหมดนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ท่านสามารถส่งคนมาตรวจสอบได้’

สำหรับข้อมูลของคนรักษ์องค์กรที่กล่าวถึงพฤติกรรมประธานบอร์ดกสทในเรื่องการจัดซื้อจัดหาโครงการต่างๆ และการบริหารงาน อาทิ การปรับโครงสร้างองค์กรทั้งที่เคยปรับไปแล้วไม่ถึง 6 เดือนหรือการมอบหมายให้นายทศพร ซิมตระการ มาดูแลโครงการ Real-Time Charging โดยซื้อวิธีพิเศษ 300 กว่าล้านบาท ก็มีการเรียกซัปพลายเออร์ทุกรายมาคุยกันล่วงหน้า

โครงการ NGN หรือ Next Generation Network ก็มีแก้ไขสเปกให้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งทั่วโลกกำลังจะเลิกใช้งาน โครงการ ERP งบประมาณ 350 ล้านบาทก็ถูกดึงเรื่องไม่ให้เข้าวาระประชุมเพราะตกลงกันไม่เรียบร้อยรวมทั้งเรื่องการซื้ออุปกรณ์ DWDM เพื่อให้บริการลูกค้าในกรุงเทพฯงบประมาณ 100 ล้านบาท ก็มีการจัดหาบริษัทมายื่นเสนอราคาวิธีพิเศษ ผิดเงื่อนไข มีการลดจำนวนอุปกรณ์เพราะบริษัทมีค่าใช้ จ่ายไม่มีใบเสร็จ 40 ล้านบาทซึ่งกรณีนี้ความผิดสำเร็จแล้วสหภาพฯกสทกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อยื่นป.ป.ช. รวมทั้งความไม่ชอบมาพากลโครงการรีแบรนดิ้งภาพลักษณ์องค์กร การรับมอบโครงการโทรศัพท์มือถือซีดีเอ็มเอ เรื่องค่าปรับหัวเหว่ยหมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ยังโจมตีว่าใช้วิธีบริหารแบบแบ่งแยกแล้วปกครอง ก้าวก่ายการทำงานของกรรมการผู้จัดการใหญ่ และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ในแต่ละสายงาน โดยมีการดึงเรื่องประเมินผลกรรมการผู้จัดการใหญ่ 2 ครั้งคือในเดือนก.ค.และธ.ค.ไว้เพื่อต่อรอง ก้าวก่ายการประเมินค่า KPIs และพิจารณาความดีความชอบระดับผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กับ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ประเภทใครสนองก็ได้ดิบได้ดี รวมทั้งมีความพยายามในการเปลี่ยนแปลงกรรมการบอร์ดกสท

Company Related Links :
MICT