xs
xsm
sm
md
lg

"บนฝ่ามือข้างซ้ายของศพนิรนามที่สะพานคลองอินทนิน มีตัวเลข '132' เขียนทิ้งไว้ มันคือรหัสบอกตัวคนร้าย หรือคำสั่งลาสุดท้ายที่ไม่มีใครแปลออก?"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



คืนที่ลมฝนพัดผ่าน ค่ำคืนวันที่ 12 มิถุนายน 2559 นายเอกราช ราโรส ชายวัย 46 ปี ผู้ยึดอาชีพขับรถแท็กซี่มานานกว่า 20 ปี ตรวจเช็กความเรียบร้อยของรถคู่ใจก่อนออกจากบ้าน สำหรับเขา แท็กซี่ไม่ใช่แค่เครื่องมือหากิน แต่คือความภูมิใจที่ได้ส่งผู้คนให้ถึงจุดหมาย และเป็นเสาหลักที่เลี้ยงดูแม่ ลูก และหลานอย่างซื่อสัตย์ “ไปทำงานก่อนนะ” เขาบอกลาครอบครัวโดยไม่รู้เลยว่านั่นจะเป็นประโยคสุดท้าย

ที่หน้าโรงพยาบาลบางนา 2 ชายหนุ่มท่าทางลนลานคนหนึ่งก้าวขึ้นมาบนรถ เขาคือ นายเทพพนม อาคม ชายผู้มีอดีตสีดำมืดมิด เขาบอกจุดหมายคือเขตนิคมอุตสาหกรรมเวลโก้ อ้างว่าจะไปง้อแฟนสาว แต่ในกระเป๋าของเขากลับซุกซ่อนปืนกึ่งออโตเมติก ขนาด 7.62 มม. และเครื่องช็อตไฟฟ้าเอาไว้

ระหว่างทาง ความตึงเครียดเริ่มก่อตัว เมื่อมิเตอร์แสดงราคา 150 บาท ซึ่งสูงกว่าที่เทพพนมเคยจ่าย เสียงโต้เถียงดังขึ้นในห้องโดยสารแคบๆ ความโกรธแค้นและประวัติอาชญากรรมที่โชกโชนทำให้เทพพนมขาดสติเขาชักอาวุธปืนขึ้นมาเพื่อข่มขู่

ปัง! เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด กระสุนเจาะเข้าที่ท้ายทอยด้านซ้ายทะลุหนกแก้มขวาของเอกราช ร่างของคนขับผู้ซื่อสัตย์ทรุดลงทันที เทพพนมบังคับรถไปที่สะพานข้ามคลองอินทนิน อ.บางปะกง จุดที่เขารู้ดีว่าเปลี่ยวพอจะทิ้งร่างไร้วิญญาณ เขาจัดวางศพให้พิงราวสะพานในลักษณะที่ดูเหมือนคนนั่งพัก ก่อนจะเชิดรถแท็กซี่หนีไปพร้อมกับโทรศัพท์และทรัพย์สิน


รุ่งเช้าของวันที่ 13 มิถุนายน ชาวบ้านพบร่างของเอกราช สิ่งที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและนิติวิทยาศาสตร์ต้องขมวดคิ้วคือ "ตัวเลข 132" ที่ถูกเขียนด้วยปากกาเคมีบนฝ่ามือซ้ายของศพ มันชัดเจนราวกับความตั้งใจสุดท้ายของผู้ตายที่ต้องการจะบอกใบ้อะไรบางอย่าง

ในขณะเดียวกัน ชลทิชา ราโรส ลูกสาวของเอกราช กำลังกระวนกระวายใจ เธอโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กตามหาพ่อที่หายไป จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อมา "พี่เจอศพ... มึงดูใน Inbox นะ ว่าใช่พ่อมึงไหม" วินาทีที่เห็นรอยสักรูปหัวสิงโตที่แขนขวาในรูป โลกทั้งใบของเธอก็พังทลายลง

ตำรวจสืบสวนเริ่มแกะรอยจากกล้องวงจรปิด พบรถแท็กซี่ขับผ่านตลาดลาวและถนนท่าข้ามในเวลาใกล้เคียงกับเหตุฆาตกรรม จนกระทั่งพบรถจอดทิ้งไว้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.บางบ่อ ตำรวจซุ่มรออย่างอดทนจนถึงตี 5 ของวันที่ 15 มิถุนายน จึงสามารถรวบตัวนายเทพพนมได้พร้อมของกลาง แม้คนร้ายจะถูกจับ แต่คำถามใหญ่ยังคงอยู่... 132 คืออะไร?

ชลทิชานึกทบทวนจนจำได้ว่า มันคือเลขทะเบียนรถที่เธอเคยใช้ แต่มันไปอยู่บนมือของพ่อในนาทีสุดท้ายได้อย่างไร? พ่อพยายามบอกว่าใครคือคนร้าย หรือเป็นการทิ้งรหัสสัญญะถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการตายกันแน่?

ร่างของเอกราชถูกฌาปนกิจไปตามพิธีกรรม เหลือเพียงเถ้ากระดูกและความทรงจำถึงชายผู้รักครอบครัวศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต แม้เทพพนมจะถูกส่งตัวเข้าคุกเพื่อชดใช้กรรม แต่ปริศนาหมายเลข 132 บนฝ่ามือยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามที่ค้างคาใจครอบครัวราโรสและสังคมสืบสวนไทยมาจนถึงทุกวันนี้... ในฐานะ "ข้อความสุดท้าย" จากชายผู้ล่วงลับที่ไม่มีใครตีความได้แตกฉาน


กำลังโหลดความคิดเห็น