xs
xsm
sm
md
lg

"บิ๊กอู๊ด" สรุปเหตุชุมนุม จับม็อบ 48 ราย ตำรวจเจ็บ 9 นาย ชี้ ทหารร่วมภารกิจได้ ไล่แจงปมร้อนโซเชียล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - บช.น.แถลงสรุปเหตุชุมนุม 10 ส.ค. ยึดของกลางเพียบ ดำเนินคดีหลายข้อหา โอดเหตุรุนแรงตำรวจไม่เคยใช้อาวุธปืน โร่ชี้แจงปมร้อนในโซเชียล รับรูปแบบกิจกรรมคาร์ม็อบ ส่งผลกระทบวงกว้าง

วันนี้ (11 ส.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.กล่าวถึงกรณีการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่แยกราชประสงค์ เมื่อวานนี้ (10 ส.ค.) ว่า ก่อนชุมนุมตำรวจสืบทราบว่า จะมีกลุ่มบุคคลนำอาวุธเข้ามาในพื้นที่ชุมนุม จึงมีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดโดยรอบ เพื่อรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชน สามารถตรวจยึดวัตถุหลายรายการ อาทิ หนังสติ๊ก ลูกแก้ว ลูกเหล็ก พลุ ระเบิดปิงปอง และอื่นๆ ที่ใช้ก่อความรุนแรง นำแจกจ่ายให้กับกลุ่มผู้ร่วมชุมนุม

ตำรวจจราจรและ ผกก.สน.พื้นที่ได้ประกาศให้ทราบว่า การกระทำดังกล่าวฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ระหว่างออกใบสั่งมีกลุ่มบุคคลพยายามกดดัน และคุกคามตำรวจ ต่อมาได้เดินทางโดยรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ โดยฝ่าฝืน พ.ร.บ.จราจรทางบก ไปที่บริษัท ชิโน-ไทยฯ ถนนพระราม 9 แยก อสมท.และคิง พาวเวอร์ ตำรวจเห็นว่าผู้ชุมนุมมีจำนวนมาก และอาจเกิดการกระทบกับประชาชนจึงรักษาพื้นที่ เพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมบุกรุกเข้าไปสถานที่ดังกล่าว บางส่วนมีการขว้างปาสิ่งของด้านหน้าคิง พาวเวอร์

เวลา 17.00 น. มีผู้ชุมนุมบางส่วนเดินทางไปที่สามเหลี่ยมดินแดง โดยมีวัตถุประสงค์ไปทำกิจกรรมที่ถนนวิภาวดีรังสิต ตำรวจเล็งเห็นว่าอาจสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน และอาจเกิดเหตุลุกลามบานปลาย เนื่องจากมีสถานที่สำคัญจึงตั้งแนวกั้น และประกาศให้ผู้ชุมนุมรับทราบว่า บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ควบคุม ปรากฏว่าผู้ชุมนุมเริ่มใช้หนังสติ๊ก ระเบิดปิงปอง ประทัดยักษ์ และพลุยิงใส่ ตำรวจพยายามรักษาความสงบโดยใช้แก๊สน้ำตา เพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าใกล้แนวพื้นที่ควบคุม

เวลา 19.00 น. มีกลุ่มบุคคลเผาป้อมตำรวจจราจรสามเหลี่ยมดินแดง และเผาสถานีตำรวจย่อยอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จึงตัดสินใจให้ตำรวจออกนอกแนว ก่อนดับไฟ และเข้าควบคุมสถานการณ์ ตลอดการชุมนุมตั้งแต่ เวลา 17.00-19.00 น. ตำรวจได้ประกาศแจ้งเตือนว่า การชุมนุมผิดกฎหมาย โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 48 ราย ชาย 45 ราย หญิง 3 ราย ในจำนวนนี้เป็นเยาวชน 15 ราย ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ 122 คัน อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เนื่องจากมีรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และเอกสารประจำรถ

เบื้องต้นแจ้งข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง, เมื่อตำรวจได้แจ้งให้ยุติแต่ไม่ยอมยุติ, วางเพลิงเผาทรัพย์, ร่วมกันทำร้ายตำรวจ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน หากทรัพย์สินประชาชนได้รับความเสียหายแจ้งได้ที่ สน.ดินแดง หรือ ผกก.สน.ดินแดง ขณะที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 9 นาย ในจำนวน 1 นาย ถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่ขาซ้าย ส่วนอีก 8 นาย ถูกระเบิดปิงปอง พลุ และหิน

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าสาเหตุที่ใช้แก๊สน้ำตา รถฉีดน้ำแรงดันสูง (จีโน่) และกระสุนยาง พิจารณาแล้วถ้าไม่ดำเนินการดังกล่าว อาจเกิดความเสียหายรุนแรง และผลกระทบมากกว่านี้ ตำรวจพยายามดำเนินการตามขั้นตอน วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทุกอย่างเพื่อไว้สำหรับควบคุมฝูงชน ถึงแม้ขณะนี้มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่ได้ใช้ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ โดยยึดแนวทางการปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนด ของแผนการรักษาความสงบเรียบร้อย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ปี 2558

กรณีพบชิ้นส่วนวัตถุระเบิด ลูกแก้ว ลูกเหล็ก หรือวัตถุที่ก่อเหตุให้เกิดเหตุระเบิด ตำรวจมีพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุจำนวนมาก ส่วนคนเผาป้อมตำรวจอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบตัวบุคคล มั่นใจว่าจะสามารถติดตามตัวมาดำเนินคดีได้ มีหลายจุดที่ถูกผู้ชุมนุมล้อม แล้วพยายามเข้ามาทำอันตราย ก่อนที่กำลัง คฝ.จะเข้าระงับเหตุได้ทันท้วงที ส่วนที่มีแก๊สน้ำตาเข้าไปยังบ้านเรือนประชาชน ยืนยันว่าตำรวจไม่มีเจตนาจะเข้าไปทำร้ายประชาชนแต่อย่างใด อาจเป็นจังหวะที่ตำรวจพยายาม เข้ารักษาความสงบเรียบร้อยของผู้ก่อเหตุ

รวมถึงกรณีปรากฏคลิปทางโซเชียลมีเดีย ที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ให้นักข่าวไปอยู่แนวหลัง ขณะที่เหตุการณ์เริ่มบานปลาย โดยบอกว่า "ขอพวกพี่สนุกหน่อย มันเต็มที่แล้ว" ตนยังไม่เห็นคลิปดังกล่าว แต่ปกติตำรวจแล้วมีเจตนา เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย พยายามกันสื่อมวลชน หรือประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้อง ออกจากพื้นที่ชุมนุม เนื่องจากมีการก่อเหตุความรุนแรง ตนจะไปตรวจสอบอีกครั้ง เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าเป็นใคร และยังไม่เห็นคนพูด

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวถึงการชุมนุมในวันนี้ (11 ส.ค.) ว่า ได้จัดเตรียมกำลังและเตรียมความพร้อม เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ตามสถานการณ์และการข่าว ที่ผ่านมาตำรวจไม่มีเจตนาทำร้ายผู้ชุมนุม เพียงแต่พยายามรักษาความสงบ และบังคับใช้กฎหมายให้ปฏิบัติตาม การกระทำอะไรก็แล้วแต่เมื่อพิจารณาแล้ว อาจกระทบกับประชาชนก็พยายามหลีกเลี่ยง สิ่งที่เราตัดสินใจเนื่องจากมีความรุนแรงเกิดขึ้น และสร้างความเสียหายว่าประชาชน หรือตำรวจอาจได้รับอันตราย

ตนมั่นใจว่าตำรวจมีขวัญกำลังใจพร้อมปฏิบัติหน้าที่ การชุมนุมที่ผ่านมามีการใช้ความรุงแรงหลายครั้ง ตำรวจก็ยังไม่เคยใช้อาวุธปืน ใช้เฉพาะอาวุธในการควบคุมฝูงชน หากเหตุการณ์ลุกลามบานปลาย ก่อเหตุจราจล หรือเหตุร้าย การปฏิบัติของตำรวจก็จะปรับยุทธวิธีตาม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสูงสุด ก็คาดหวังว่าจะไม่เกิดเหตุรุนแรงทุกครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าเกิดเหตุได้อย่างไร นอกจากนี้

กรณีตำรวจขอกำลังทหารนั้น ช่วงนี้เป็นการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทหารเป็นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ปัจจุบันทหารได้ออกมาปฏิบัติหน้าที่ เรื่องการควบคุมโรค เพียงแต่ตอนนี้ยังอยู่ในขีดที่ ตร.ดูแลได้ ตนเชื่อมั่นในความรัก ความสามัคคี ของคนในชาติส่วนใหญ่ คงไม่ถึงขึ้นที่ทหารจะออกมาปฏิบัติหน้าที่แทนตำรวจ ตอนนี้ขอให้ตำรวจรักษาความสงบไปก่อน ทหารคอยสนับสนุนการปฏิบัติ

พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.ในฐานะโฆษก บช.น.กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (10 ส.ค.) มีการเผยแพร่ข้อมูลตามโซเชียลว่า เด็กช่างกลโดนยิงหัวเสียชีวิต 1 ราย โดยนำรูปผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจร ใช้ประกอบเพื่อให้หลงเชื่อว่า มีผู้ชุมนุมถูกตำรวจยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบทราบว่า เป็นอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ชนรถกวาดขยะ กทม.ที่เชิงสะพานพระปกเกล้า ใกล้แยกบ้านแขกจนเสียชิวิต ไม่ได้ถูกยิงด้วยอาวุธปืน ยืนยันว่ากรณีดังกล่าวเป็นเฟกนิวส์ และมีความผิดตามกฎหมาย

กรณีเผยแพร่ข้อมูลว่าตำรวจทุบรถประชาชน ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมแล้วติด #ม็อบ10สิงหาคม เพื่อให้หลงเชื่อว่าตำรวจมีพฤติกรรมเช่นนี้ ขอชี้แจงว่าภาพดังกล่าวเป็นเหตุการณ์เมื่อปี 2556 โดยทั้ง 2 กรณีเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ปี 2560 มาตรา 14 อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับผู้นำข้อมูลอันเป็นเท็จ บิดเบือน หรือปลอม เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จนเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และผู้แชร์ เผยแพร่ หรือเป็นผู้ร่วมกระทำผิดต้องรับโทษเท่ากัน จึงฝากเตือนให้หยุดการกระทำที่ผิดกฎหมายดังกล่าว

ส่วนกรณีมีคนถ่ายคลิปวีดีโอผ่านกระจกคอนโด แล้วพูดว่าตำรวจทำร้ายประชาชน ชี้แจงว่าเป็นการปฏิบัติการทางยุทธวิธีตามปกติ ภาพที่ปรากฎตำรวจกำลังควบคุมตัวผู้กระทำผิด โดยไม่มีการทำร้ายแต่อย่างใด ผู้โพสต์จงใจเพื่อให้หลงเชื่อว่าตำรวจใช้มาตรการรุนแรงกับผู้ชุมนุม ยืนยันว่าการปฏิบัติทุกครั้งเรายึดหลักนิติธรรม และนิติรัฐ ไม่ว่าผู้ชุมนุมจะใช้ความรุนแรงอย่างใด เราจะไม่ทำเกินกว่ากรอบของกฎหมาย และการปฏิบัติการทุกครั้ง ผบช.น.ได้ควบคุมการปฏิบัติ และดูแลสถานการณ์ด้วยตัวเองทุกครั้ง โดยมี พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รอง ผบช.น. ผบก.น.พื้นที่ และ ผกก.พื้นที่ดูแลปฏิบัติตามมาตรฐานสากล

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น.(จราจร) ในฐานะรองโฆษก ตร.กล่าวว่า กรณีเปลี่ยนรูปแบบการชุมนุมเป็นคาร์ม็อบนั้น ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เพราะฉะนั้นประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนค่อนข้างเยอะ ตนขอประชาสัมพันธ์ว่า ประการที่ 1 ขณะนี้ผู้ชุมนุมค่อนข้างกำหนดที่หมาย และกำหนดเส้นทางไม่แน่นอน จึงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ทำให้เกิดผลกระทบด้านการจราจรมากกว่าปกติ เนื่องจากตำรวจได้ประชาสัมพันธ์ไปใช้อีกเส้นทางหนึ่ง ผู้ชุมนุมก็เปลี่ยนที่หมายและอีกเส้นทางหนึ่ง

ประการที่ 2 ขณะนี้เมื่อเป็นคาร์ม็อบ ตำรวจจะทำการปิดการจราจรก่อนถึงที่ชุมนุม 1 ทางแยก แต่เมื่อเกิดผลกระทบเป็นวงกว้างอาจปิดก่อน 2-3 ทางแยก เนื่องจากผู้ชุมนุมค่อนข้างมาก ฉะนั้นวงก็จะกว้างมากขึ้น และประการที่ 3 ขณะนี้ตำรวจจราจรปฏิบัติจุดที่ควบคุมสัญญาณไฟ เป็นสาเหตุให้ผู้ชุมนุมไปเผาป้อมจราจร ทำให้ไม่สามารถควบคุมสัญญาไฟได้ จึงเกิดผลกระทบต่อประชาชน

พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวต่อว่า กรณีการชุมนุมในวันนี้ (11 ส.ค.) ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และเคลื่อนขบวนไปยัง กรม ทม.ที่ 1 มหด.รอ.ตั้งแต่เวลา 15.00 น.เป็นต้นไปนั้น เส้นทางที่อาจได้รับผลกระทบและควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ถนนพญาไท (แยกพญาไท - อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ), พหลโยธิน (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ - แยกสะพานควาย), ถนนดินแดง (แยกดินแดง - อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ), ถนนราชวิถี (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ - แยกตึกชัย), ถนนวิภาวดีรังสิต (แยกดินแดง - สโมสร ทบ.), ซอนพหลโยธิน 2, ทางลงด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

เส้นทางที่แนะนำให้ไปใช้เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบ ได้แก่ ถนนศรีอยุธยา, ถนนเพชรบุรี, ถนนจตุรทิศ, ถนนพระราม 6, ถนนวิภาวดีรังสิต (ช่องทางด่วน), ถนนสุทธิสารวินิจฉัย, ถนนประดิพัทธ์, ถนนแพงเพชร, ถนนแพงเพชร 2, ทางยกระดับอุตราภิมุข, ทางพิเศษศรีรัช, ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทั้งนี้ สามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) หมายเลข 1197 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทางเว็บไซต์ WWW.TRAFFICPOLICE.GO.TH และสามารถดาวน์โหลดแผนที่จราจรเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางได้ที่ไลน์ "Police Traffic News"


กำลังโหลดความคิดเห็น