xs
xsm
sm
md
lg

ยธ.จับมือสถาบันการเงิน สอบธุรกรรมเครือข่ายยาเสพติด ตั้งเป้ายึดทรัพย์ 6,000 ล้านบาทต่อปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online -สมศักดิ์” เปิดปฏิบัติการ “พาลีปราบยา” ผนึกกำลังธนาคาร ติดตามเส้นทางการเงินขบวนการค้ายาเสพติดอย่างจริงจัง ลั่นต้องยึดทรัพย์ 6,000 ล้านบาท

วันนี้ (5 ก.พ.) เวลา 13.30 น. ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยธ. เป็นประธานเปิดงาน “ยุติธรรมผลึกกำลังสถาบันการเงิน ตามติดเส้นทางการเงินผู้ค้ายาเสพติด” โดยมี ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยธ., นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัด ยธ., นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส., นายอุทัย สินมา อธิบดีอัยการ สำนักงานคดียาเสพติด, พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล รองอธิบดีดีเอสไอ, นายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย, นายฉัตรชัย ศิริไล ประธานสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม และผู้แทนจากธนาคารและสภาบันการเงินต่างๆ อาทิ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จึงได้ตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยมีตนเป็นประธานและมีหน่วยงานต่างๆ ร่วมเป็นกรรมการ มีการติดตามและสอบถามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดได้ประสานความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐเอกชนในการปฏิบัติงานตั้งคณะทำงานเพื่อยึดทรัพย์สินของเครือข่ายยาเสพติด โดยให้สืบสวนสอบสวนบุคคล หรือกลุ่มที่ค้ายาเสพติด เพื่อทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดทั้งส่วนกลางและระดับพื้นที่ ซึ่งความสำเร็จจำเป็นที่จะต้องประสานหน่วยงานรัฐและเอกชน โดยเฉพาะธนาคารและสถาบันการเงิน

“กระทรวงยุติธรรมจึงกำหนดปฏิบัติการพาลีปราบยา โดยการดำเนินการมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ 16 คณะทำงาน เพื่อทำงานในปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการนำร่องไปแล้ว โดยใช้สัญลักษณ์รูปพญาพาลีสีเขียว เหยียบเหนือตราสิงโตคู่สีแดง ซึ่งเป็นตัวแทนของฝ่ายปราบปรามที่อยู่เหนือขบวนการค้ายาเสพติด และจะมีการผนึกกำลังกับธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ ซึ่งกระทรวงยุติธรรมเข้าใจธนาคารและสถาบันการเงิน ในการรักษาความลับของลูกค้า ดังนั้น คณะกรรมการจะขอข้อมูลเท่าที่จำเป็น ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือจะทำลายเส้นทางการเงินของเครือข่าย เพื่อทำให้ประเทศชาติพ้นภัยยาเสพติด” นายสมศักดิ์ กล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด สิ่งสำคัญคือ ต้องรู้ว่าเงินอยู่ที่ไหน ใครส่งให้ใคร และต้องดูบัญชีเส้นทางและต้องตรวจสอบให้พบ ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ตำรวจ และ ดีเอสไอ จับกุมได้แค่ตัวยากับผู้ครอบครองและขนส่ง ขาดข้อมูลที่หลากหลาย ไม่รู้ว่าเจ้าของธุรกรรมรายใหญ่คือใคร ดังนั้น วันนี้เราจึงได้จัดตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงยุติธรรม กับ ธนาคาร และสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในการสืบสวนสอบสวนคดีที่เกี่ยวกับยาเสพติด ประกอบด้วย ป.ป.ส., ดีเอสไอ, บช.ปส. และ ธนาคารต่างๆ โดยเอกสารต่างๆ จะใช้เครื่องหมายพาลีปราบยา เพื่อให้การวิเคราะห์ข้อมูลการเงินและธุรกรรมต่างๆ สาวไปถึงผู้บงการ หรือผู้ค้ายารายใหญ่ จึงต้องตั้งคณะทำงานนี้เพื่อทำงานร่วมกันและใช้เทคโนโลยีติดตาม เพื่อให้เป้าหมายในการยึดทรัพย์จากเดิมปีละ 600 ล้านบาท เป็นไปตามเป้าหมาย คือ 6,000 ล้านบาท ส่วนสกุลเงินดิจิทัลที่เริ่มมีการใช้ในเครือข่ายยาเสพติดบ้างแล้วนั้น เราได้มีการศึกษาข้อมูลไว้บ้างแล้ว

ด้าน นายฉัตรชัย กล่าวว่า ตนในฐานะตัวแทนสถาบันการเงินของรัฐ ยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับภาครัฐ สนับสนุนติดตามเส้นทางการเงินของขบวนการยาเสพติดอย่างเต็มที่ ซึ่งคงจะมีการยกระดับใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบ รวมถึงการแก้กฎหมายในอนาคตเพื่อสามารถอายัดเงินผู้ต้องหาได้ดียิ่งขึ้น

ส่วนทาง นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า สมาคมธนาคารไทย พร้อมให้ข้อมูลทางการเงินด้วยความรวดเร็ว ซึ่งที่ผ่านมา ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่ดีเสมอมา ปัจจุบันการรับส่งข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยี สถาบันการเงินทุกแห่งมีการติดตามธุรกรรมของลูกค้า คัดกรองเบื้องต้นถึงความผิดปกติในการป้องกันเครือข่ายยาเสพติด และเมื่อมีคำสั่งจากภาครัฐเราพร้อมร่วมมือ ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญเพื่อความยั่งยืนแต่ก็ต้องอยู่ในกรอบของธรรมาภิบาลด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น...