xs
xsm
sm
md
lg

ตำรวจ ปส.ฝากขัง-ค้านประกัน หนุ่มไต้หวัน เอเยนต์เคนมผงรายใหญ่ กับเมียคนไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ตำรวจ ปส.ฝากขัง-ค้านประกัน หนุ่มไต้หวัน เอเยนต์เคนมผงรายใหญ่ กับเมียคนไทย ของกลางเพียบเฉียด 60 รายการ ศาลพิจารณาแล้วให้ฝากขังได้

วันนี้ (27 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 ได้ควบคุมตัว นายโช วาย เชิน (Mr. CHOU Y SHEN) อายุ 38 ปี ชาวไต้หวัน และ น.ส.อารียา หรือ กิ๊ฟ ขนอม อายุ 26 ปี ชาว จ.พัทลุง ผู้ต้องหาที่ 1-2 คดียาเสพติดเคนมผงรายใหญ่และเป็นเจ้าของสูตรผสมยาเค มาขออำนาจศาลอาญารัชดา ฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์ว่า ก่อนการจับกุมคดีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดนานา กก.1 บก.ปส.1 ได้ร่วมกันสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาที่ 1 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 56/2564 ลงวันที่ 19 ม.ค. 2564 ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่คอนโดมีเนียมหรู ถ.อโศกมนตรี แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม.จึงได้เฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งวันที่ 21 ม.ค. 2564 เวลาประมาณ 03.20 น. ได้พบผู้ต้องหาที่ 1 ออกจากลิฟต์มาที่ล็อบบี้ของคอนโดมิเนียม จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมแสดงหมายจับ ข้อหาพยายามส่งออกยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (3-4 เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน) เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต, พยายามส่งวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) เพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต, มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (3-4 เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน, ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต,มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 โคคาอีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอตรวจค้นตัวผู้ต้องหาที่ 1 ผลการตรวจค้นภายในกระเป้าสะพายสีดำ ที่ผู้ต้องหาที่ 1 สะพายอยู่พบ เครื่องชั่งดิจิทัล จำนวน 1 เครื่อง, ยาอี จำนวน 21 เม็ด อยู่ในถุงจำนวน 2 ถุง, พบคีย์การ์ดห้องพัก ชุกซ่อนอยู่ในกระเป้าสะพายของกลาง ด้วยเหตุจำเป็นเร่งด่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ใช้อำนาจเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตามมาตรา 14(1) เข้าทำการตรวจค้นห้องพักเลขที่ 295/ 18 ชั้น 8 คอนโดมิเนียมดังกล่าว ซึ่งผู้ต้องหาที่ 1 พักอาศัยอยู่ ผลการตรวจค้น พบไอซ์ชนิดเกล็ดใส น้ำหนัก 11 กรัม บรรจุในถุงพลาสติก 3 ช่อง, ไอซ์ชนิดเกล็ดใส น้ำหนัก 80 กรัม บรรจุในถุงขนมอพอลโล, ไอซ์ชนิดเกล็ดใส น้ำหนัก 210 กรัม บรรจุในกล่องขนม, เฮโรอีน น้ำหนัก 760 กรัม บรรจุในกล่องขนมบานานา สีแดง, เฮโรอีน น้ำหนัก 760 กรัม บรรจุในกล่องขนมบานานา สีน้ำตาล, กล่องกระดาษสีน้ำตาล จำนวน 1 กล่อง ภายในบรรจุเฮโรอีน ชนิดแท่ง จำนวน 16 แท่ง น้ำหนักแท่งละ 370 กรัม รวมน้ำหนัก 5,920 กรัม, ถุงพลาสติกซีลถุงเรียบร้อย จำนวน 1 ถุง ภายในบรรจุไอซ์ ชนิดเกล็ดใส น้ำหนัก 610 กรัม, ถุงพลาสติกซีลถุงเรียบร้อย จำนวน 1 ถุง ภายในบรรจุไอซ์ ชนิดเกล็ดใส น้ำหนัก 580 กรัม, ถุงพลาสติกซีลถุงเรียบร้อย จำนวน 1 ถุง ภายในบรรจุคีตามีน ชนิดเกล็ดใส น้ำหนัก 232 กรัม, ถุงพลาสติดซีลถุงเรียบร้อย จำนวน 1 ถุง ภายในบรรจุคีตามีน ชนิดเกล็ดใส น้ำหนัก 118 กรัม, คีตามีน น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม บรรจุในห่อชาเขียว จำนวน 1 ห่อ, ยาไฟว์ไฟว์ จำนวน 2 เม็ด, ยาอี จำนวน 11 ถุง รวม 203 เม็ด, ยาอี 1 ตลับ รวม 25 เม็ด, เฮโรอีน จำนวน 1 ก้อน น้ำหนักประมาณ 365 กรัม,คีตามีน จำนวน 5 ถุง ถุงที่ 1 ชนิดผงสีขาว น้ำหนัก 88.2 กรัม, ถุงที่ 2 ชนิดผงสีชมพู น้ำหนัก 12.6 กรัม, ถุงที่ 3 ชนิดผงสีขาวเข้มน้ำหนัก 3.6 กรัม, ชนิดผงสีน้ำตาล น้ำหนัก 0.7 กรัม ชนิดผงสีเหลืองอ่อน น้ำหนัก 2.6 กรัม น้ำหนักรวม 107.9 กรัมไอซ์ชนิดเกล็ดใส จำนวน 1 ถุง น้ำหนัก 1.2 กรัม, ยาไฟว์ไฟว์ จำนวน 263 เม็ด, ยาโดมิคุม แบบน้ำสีเหลือง จำนวน 1 ขวด แบบสีขาวขุ่น จำนวน 1 ขวด, ถุงพลาสติกใสซีลถุงเรียบร้อย จำนวน 1 ถุง ภายในบรรจุไอซ์ ชนิดเกล็ดใส น้ำหนัก 99 กรัม, ถุงพลาสติกซีลถุงเรียบร้อย จำนวน 1 ถุง ภายในบรรจุไอซ์ ชนิดเกล็ดใส น้ำหนัก 59.5 กรัม กล่องพลาสติกใส จำนวน 1 กล่อง ภายในบรรจุไอซ์ ชนิดเกล็ดใส น้ำหนักประมาณ 19 กรัม และ ยาอี จำนวน 2 เม็ด, กล่องพลาสติกใส ภายในบรรจุไอซ์ ชนิดเกล็ดใส น้ำหนักประมาณ 15 กรัม, กล่องพลาสติกใส ภายในบรรจุไอซ์ ชนิดเกล็ดใส น้ำหนักประมาณ 21 กรัม, ไอซ์ชนิดเกล็ดใส จำนวน 2 ซอง น้ำหนักรวม 1.9 กรัม บรรจุในกล่องพลาสติกสี่เหลี่ยม จำนวน 1 กล่อง, ถ้วยใส น้ำหนักประมาณ 106 กรัม มีไอซ์ชนิดเกล็ดใสอยู่, กล่องพลาสติกฝาสีฟ้า ภายในบรรจุยาอี 3 เม็ด, ไอซ์ชนิดเกล็ดใสน้ำหนัก 6.2 กรัม, คีตามีน ชนิดผง น้ำหนัก 1.5 กรัม, เศษผสมไอซ์และยาบ้าในกล่องสีดำน้ำหนัก 2.3 กรัม เครื่องชั่งดิจิทัล จำนวน 6 เครื่อง, แก้วบีกเกอร์พลาสติกขนาด 1 ลิตร มีคราบสีขาวอยู่ภายใน จำนวน 1 อัน, แก้วบีกเกอร์พลาสติกขนา 500 มิลลิลิตร มีคราบสีส้มอยู่ภายใน จำนวน 1 อัน, ถุงพลาสติกใสชนิดกดรูดปิด-เปิดได้ จำนวน 1 แพ็ก, กระดาษฟอยล์ จำนวน 1 กล่อง, อาวุธปืน ยี่ห้อ Sig Sauer ขนาด 9 มม. พร้อมแม็กกาซีน และ กระสุนปืนจำนวน 8 นัด และอุปกรณ์การเสพ ของกลางอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 57 รายการ

จึงแจ้งข้อกล่าวหากับ นายโช วาย เชิน ว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน, ยาอี, ไอซ์ หรือ เมทแอมเฟตามีน, แอลเอสดี) ไว้ในครอบครองโดยเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต, มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน, ไฟว์ไฟว์, โดมิคุม) ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต “อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7(1) (2), 15 วรรคหนึ่ง, 15 วรรคสาม (2), 17 วรรคแรก, 66 วรรคหนึ่ง, วรรคสาม, 69 วรรคแรก, 102 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 มาตรา 8, 19 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2560 มาตรา 3 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับการระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 พ.ศ. 2561 ลงวันที่ 31 ก.ค. 2561 ข้อ 1, 2 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติด ให้โทษในประเภท 1 พ.ศ. 2561 ลงวันที่ 31 ก.ค. 2561 ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ลำดับที่ 28, 34, 38, พ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2559 มาตรา 4, 7(1) (ข), 88 วรรคแรก, 140 วรรคแรก, ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 พ.ศ. 2561 ลงวันที่ 31 ก.ค. 2561 ลำดับที่ 16, พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2590

ต่อมาเวลาประมาณ 16.30 น. ได้นำตัวผู้ต้องหาที่ 1 ไปตรวจค้นห้องพักที่คอนโดลุมพินีปาร์ค พระราม 9 ชั้น 15 ถนนจตุทิศ แขวงบางกะปี เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นห้องของ น.ส.อารียา ผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งเกี่ยวข้องเป็นผู้เช่าห้องพักและเกี่ยวข้องเป็นแฟน นายโช วาย เชิน ผู้ต้องหาที่ 1 ผลการตรวจค้น พบยาอีชนิดต่างๆ บรรจุอยู่ในถุงชนิดรูดเปิด-ปิด จำนวน 18 ถุง รวมจำนวนประมาณ 126 เม็ด, พบแอลเอสดี จำนวน 1 ถุง จำนวน 48 แผ่น, พบโคเคน ชนิดผงสีขาว น้ำหนักรวม 11.6 กรัม จำนวน 2 ถุง, พบคีตามีนชนิดเกล็ดใส จำนวน 2 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 8.8 กรัม, คีตามีน ชนิดผงสีขาว จำนวน 1 ถุง น้ำหนักประมาณ 1.8 กรัม, ถุงกระดาษสีน้ำตาลสำหรับใส่ยาเสพติด จำนวน 1 ถุง โดยพบอยู่ที่บริเวณลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง ภายในห้องดังกล่าว ซึ่งขณะที่ตำรวจเข้าทำการตรวจค้นห้องพักดังกล่าว น.ส.อารียา ผู้ต้องหาที่ 2 ได้พบเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนหนึ่งจึงได้ติดตามไปจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าร้านอาหาร ภายในซอยเอกมัย 21 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ จากนั้น จึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 ฐาน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี, ไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน, แอลอสดี) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต, มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต”

กระทั่งวันที่ 22 ม.ค. 2564 เวลาประมาณ 16.00 น. ได้นำต้องผู้ต้องหาทั้งสองคนไปค้นห้องพักที่คอนโดมิเนียมอีกแห่ง ในซอยสุขุมวิท 50 ชั้น 8 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม. โดยใช้อำนาจเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตามมาตรา 14(1) พบคีตามีน ชนิดเกล็ดและผง จำนวน 15 ถุง น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม ประมาณ 673.97 กรัม , กล่องใส่อาวุธปืน ยี่ห้อซิกซาวเออร์ จำนวน 1 กล่อง, กระเป๋าเดินทาง ยี่ห้อริโมวา สีแดง จำนวน 1 ใบ จึงแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับ นายโช วาย เชิน ผู้ต้องหาที่ 1 ว่า “มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต” จากนั้นควบคุมตัว พร้อมจดบันทึกของกลางไว้ตามกฎหมาย

จากนั้นเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2564 ได้นำผู้ต้องหาที่ 1 ไปตรวจสารเสพที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ผลตรวจพบเมทแอมเฟตามีน จึงแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม
ว่า “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต” ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีในวันที่ 23 ม.ค. 2564 เวลา 22.30 น.

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนระบุว่า ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสอง จะครบกำหนด 48 ชั่วโมงแล้ว แต่ยังสอบสวนไม่เสร็จสิ้น จะต้องรอสอบปากคำพยานอีก 10 ปาก รอผลตรวจพิสูจน์ยาเสพติดของกลางและอาวุธปืน ตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติอาชญากรรม รอผลการตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือ และรวบรวมเอกสารหลักฐานอื่นๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก มีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.- 5 ก.พ. 2564 และคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับลักษณะการกระทำผิดเป็นเครือข่ายยาเสพติดและเป็นภัยต่อสังคม หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เกรงผู้ต้องหาจะหลบหนีและยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดี

ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ ภายหลังเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายไปแยกขังยังทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางต่อไป
กำลังโหลดความคิดเห็น...