xs
xsm
sm
md
lg

รวบสองผัวเมียขายพวงมาลัยลอบขนเคบริสุทธิ์ อ้างโควิดระบาดทำขาดรายได้

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - ตำรวจตามรวบสองผัวเมียอาชีพขายพวงมาลัย คาหน้าปั้ม ปตท. ย่านทวีวัฒนา ผันตัวมาลักลอบขนเคตามีนบริสุทธิ์ อ้างช่วงโควิด-19 ระบาดทำรายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัว

วันนี้ (15 ม.ค.) เมื่อเวลา 20.00 น. พล.ต.ท.ภัครพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ได้สั่งการพ.ต.อ.ภิญโญ ป้อมสถิตย์ ผกก.ดส. พ.ต.ท.ชยุต ยอดยิ่งนาทกุล พ.ต.ท.นราธิป คงเพ็ชร์ พ.ต.ท.ปิยรัช เวสสะโกศล รอง ผกก.ดส. และพ.ต.ท.ปฐมพงศ์ วชิรโชติกุล สว.กก.ดส. ร่วมกันนำกำลังตำรวจ กก.ดส.จับกุมตัวนาย ภาณุวัฒน์ หรือปลั๊ก บุญถนัด อายุ 27 ปี และนางสาวพรพิมล หรือเกตุ แก้วชิงดวง อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติด พร้อมของกลางยาเค น้ำหนักทั้งหมดรวมถุงบรรจุประมาณ 2.058 กิโลกรัม รถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 ฒพ 9576 กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อ วีโว้ สีม่วง โทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อ ไอโฟน รุ่น 7 พลัส สีดำ โดยจับกุม บริเวณริมถนนหน้าปั๊ม ปตท.กาญจนาภิเษก-ตลิ่งชัน ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันตก แขวงศาลาธรรมศพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากตำรวจ กก.ดส.บช.น.ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่ามีชายไทย ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับบุคคลทั่วไป ย่านถนนเพชรเกษม ถนนพุทธมณฑลสายสี่ ตำบลศาลายา และพื้นที่ใกล้เคียง โดยยังมีข้อมูลอีกว่า ชายไม่ทราบชื่อดังกล่าวจะใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 ฒพ 9576 กรุงเทพมหานคร นำยาเสพติดมาส่งให้ลูกค้า ทางตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนพบว่ารถยนต์กระบะคันนี้ เป็นของ นาย ภาณุวัฒน์ ชาวจังหวัดนครปฐม จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาให้ทราบ และทำการลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวจนกระทั้งทราบว่า นายภาณุวัฒน์ พักอาศัยอยู่กับแม่ และภรรยาที่บ้านเช่าไม่ทราบเลขที่ หลังตลาดใหม่ศาลายา จึงได้ทำการวางแผนสะกดรอยติดตามดูพฤติกรรมของนาย ภาณุวัฒน์ เรื่อยมา

จนกระทั่ง ตำรวจพบว่ารถยนต์กระบะคันดังกล่าวได้ขับออกมาจากบ้านเช่าไม่มีเลขที่ดังกล่าว โดยมีนายภาณุวัฒน์ เป็นคนขับ และ นางสาวพรพิมล นั่งโดยสารออกมาด้วย โดยมุ่งหน้าไปทางถนนกาญจนาภิเษก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสะกดรอยติดตามไป จนกระทั้งรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ขับมาถึงถนนบางขุนเทียน-เทียนทะเล และขับเข้าไปในซอยเทียนทะเล 23 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนหนึ่งจึงได้ติดตามเข้าไปภายในซอยดังกล่าว และอีกส่วนหนึ่งรออยู่บริเวณหน้าปากซอย เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดตามเข้าไปภายในซอยเทียนทะเล 23 พบว่ารถยนต์กระบะคันนี้ จอดติดเครื่องอยู่ริมถนนภายในซอย และพบว่านายภาณุวัฒน์คนขับ ได้เปิดประตูรถลงมา และเดินไปหยิบถุงพลาสติกสีดำที่วางไว้ริมถนน นำกลับขึ้นรถ แล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว

ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดที่รออยู่ปากซอยจึงได้ทำการติดตามไปจนกระทั่งมาถึง บริเวณริมถนนหน้าปั๊ม ปตท. กาญจนาภิเษก-ตลิ่งชัน ถนนวงแหวนรอบนอกกุรงเทพมหานครฝั่งตะวันตก แขวงศาลาธรรมศพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ รถยนต์คันดังกล่าวได้ขับไปจอดชิดขอบทางด้านซ้าย แล้วนายภาณุวัฒน์ คนขับ ได้เปิดประตูรถกำลังจะเดินลงจากรถ โดยมีนางสาวพรพิมล นั่งรออยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า ภายในรถยนต์คันดังกล่าวมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอตรวจค้น ปรากฎว่าผลการตรวจค้น พบยาเคของกลางดังกล่าวทั้งหมดอยู่ในถุงพลาสติกสีดำวางอยู่ที่พื้นด้านหน้าฝั่งผู้โดยสารข้างคนขับที่นางสาวพรพิมล นั่งอยู่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางสอบสวนที่ กก.ดส.บช.น.

จากการสอบสวน นายภาณุวัฒน์ และ นางสาวพรพิมล ยอมรับว่ายาเสพติดจำนวนดังกล่าว ตนเองไปรับมาจากริมถนน ภายในซอยเทียนทะเล 23 ถนนบางขุนเทียน-เทียนทะเล แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม. แล้วจะนำยาเสพติดดังกล่าวมาเก็บรักษาไว้เพื่อรอจำหน่ายให้กับลูกค้าต่อไป

ทั้งนี้ผู้ต้องหายังรับอีกว่า มีอาชีพเป็นพ่อค้าขายพวงมาลัยอยู่ย่านศาลายา แต่พอช่วงพิษการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 จนทำให้รายได้ไม่เพียงพอ เพราะต้องแบกรับภาระลูกอีก 2 คน ซึ่งการทำลักษณะนี้จะมีผู้สั่งการให้ไปรับยาเค ตามสถานที่ต่างๆเพื่อไปส่งลูกค้าในจุดที่นัดไว้ โดยจะได้รับค่าจ้างครั้งละ 5,000-7,000 บาท และทำมาแล้ว 5-6 ครั้ง ในระยะเวลาเพียง 1 ปี

สำหรับยาเค ชนิดนี้ถือเป็นคีตามีนบริสุทธิ์ ที่บรรดากลุ่มวัยรุ่นนำไปเสพ หนำซ้ำมีพ่อค้าหัวใสบางรายนำไปผสมสารเคมี หรือยาเสพติดชนิดอื่น จนกลายทาเป็น “ยาเคนมผง” ที่ส่งผลถึงแก่ชีวิตสำหรับผู้ที่เสพเข้าไปอีกด้วย

เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 คีตามีนหรือยาเค ไว้ในความครอบครองเพื่อขาย”ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




กำลังโหลดความคิดเห็น...