xs
xsm
sm
md
lg

ตำรวจคุมตัว “อานนท์” แกนนำประชาชนปลดแอก ฝากขังศาลอาญา ทนายยื่นไต่สวนคัดค้านฝากขัง

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


ภาพจากแฟ้ม
ตำรวจคุมตัว “อานนท์ นำภา” แกนนำม็อบปลดแอก กับพวกอีก 3 ราย ชุมนุมก่อความวุ่นวาย จัดกิจกรรมเสกคาถาผู้พิทักษ์ ที่อนุสาวรีย์ฯ เมื่อ 3 ส.ค.ฝากขังศาลอาญา ทนายความยื่นไต่สวนคัดค้านฝากขัง-ขอประกันตัว  

เมื่อเวลา 11.10 น.วันนี้ (20 ส.ค.) พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ได้ควบคุมตัว นายอานนท์ นำภา ทนายความและแกนนำม็อบปลดแอก ผู้ต้องหากรณีชุมนุมกิจกรรมเสกคาถาผู้พิทักษ์ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2563 มาขออำนาจศาลอาญาฝากขังครั้งแรก ในความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหนังสือหรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริตเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิด, ร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากในลักษณะมั่วสุมหรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันง่ายชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัดหรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคกระทำการหรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาดออกไปฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ, ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจรโดยวางหรือทอดทิ้งสิ่งของหรือโดยกระทำด้วยประการอื่นใด, ร่วมกันวางตั้งยื่นหรือแขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร, ร่วมกันตั้งวางหรือกองวัตถุใดๆ บนถนน, ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และ ความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (3) 

นอกจากนี้ เมื่อเวลา 08.30 น. พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ได้นำตัว นายบารมี ชัยรัตน์ อายุ 53 ปี เลขาธิการสมัชชาคนจน, น.ส.สุวรรณนา ตาลเล็ก อายุ 48 ปี แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, นายกรกช แสงเย็น พันธ์ อายุ 27 ปี แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย 3 ผู้ต้องหา ในความผิดเดียวกันกับนายอานนท์มาขออำนาจศาลฝากขังต่อศาลอาญาเช่นเดียวกัน

โดยคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.00 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ กับพวก ได้จัดกิจกรรม “ใครไม่ทนให้ไปกันที่อนุสาวรีย์ประธิปไตย” โดยมีกลุ่มผู้ชุมนุมได้ทยอยรวมตัวกันบนทางเท้าหน้าร้านแมคโดนัลด์อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในระหว่างชุมนุมผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานและปฏิบัติหน้าที่ได้เข้าไปชี้แจงกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย แต่กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมไม่ปฏิบัติตาม โดย นายบารมี ชัยรัตน์ ผู้ต้องหาที่ 1 ได้มีการโพสต์ชักชวนประชาชนให้มาร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และขึ้นเวลาปราศรัยเมื่อเวลา 20.56 น., น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก ผู้ต้องหาที่ 2 ได้มีการโพสต์ชักชวนประชาชนให้มาร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขึ้นเวทีปราศรัย เมื่อเวลา 20.00 น. ชักชวนให้ผู้ที่มาชุมนุมที่มีโทรศัพท์มือถือยกขึ้นมาพิมพ์ข้อความไปถึงญาติพี่น้องเราว่าใครมีเสบียงให้นำมาให้พวกเรากินด้วย”

มีการแชร์โพสต์ขอสนับสนุนเครื่องดื่มของ นางสาวจุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ และโพสต์ขอสนับสนุนอาหารและเครื่องดื่มในการชุมนุมและปราศรัยเรียกร้อง 3 ข้อ และชักชวนให้ผู้ชุมนุมค้างคืน นายกรกช แสงเย็นพันธ์ ผู้ต้องหาที่ 3 ได้มีการโพสต์ชักชวนประชาชนให้มาร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย DRG เป็นผู้คอยช่วยเหลือในการชุมนุมและเข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองและสวมใส่ชุดคณะราษฎร์ เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2563 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและในวันเกิดเหตุตั้งแต่เวลาประมาณ 17.00 น. เป็นต้นไป นายกรกช ผู้ต้องหาที่ 3 ได้เข้าร่วมกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยด้วย พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานอำนาจศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนระบุว่า ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา จะครบกำหนด 48 ชั่วโมง หากแต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากต้องทำการสอบสวนพยานอีก 6 ปาก รอผลตรวจตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากรและผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา ซึ่งหากผู้ต้องหายื่นขอประกันตัว ทางพนักงานสอบสวนไม่ประสงค์จะคัดค้านการประกัน จึงขออนุญาตฝากขังผู้ต้องหา ครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 20-31 ส.ค. 2563
ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความผู้ต้องหา กล่าวว่า ในวันนี้เตรียมที่จะยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขังผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวนโดยได้ยื่นคัดค้านทั้ง 4 ราย ที่ถูกนำฝากขังในวันนี้ และจะยื่นประกันตัวระหว่างการสอบสวนด้วย
















กำลังโหลดความคิดเห็น...