xs
xsm
sm
md
lg

อัยการเผย ยุติธรรมจังหวัดมุกดาหาร ให้ยื่นศาลสืบพยานล่วงหน้าคดีครูข่มขืน นร.หญิง ม.4

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



รองโฆษกอัยการ เผย ยุติธรรมจังหวัดมุกดาหาร ประสานอัยการให้ยื่นศาลสืบพยานล่วงหน้าคดีครูข่มขืน นร.หญิง ม.4 ป้องกันปัญหาวิ่งเต้น ข่มขู่พยาน

วันนี้ (14 พ.ค.) นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงข้อกฎหมายในคดีครูเเละศิษย์เก่าร่วมกันล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงนักเรียนชั้น ม.2 และ ม.4 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.มุกดาหาร เกี่ยวกับการสืบพยานล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 237 ทวิ ว่า คดีนี้ตนได้รับแจ้งจาก นายธีระศักดิ์ พลอยเพชร อัยการจังหวัดมุกดาหาร ว่า ทางสำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร ได้มอบหมายให้มีอัยการไปร่วมสอบสวนปากคำผู้เสียหาย เนื่องจากผู้เสียหายเป็นเด็กหญิงอายุไม่เกิน 18 ปี การสอบปากคำจะต้องกระทำต่อหน้าพนักงานอัยการ, นักจิตวิทยานักสังคมสงเคราะห์ และ ผู้ที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเยาวชนไว้ใจกับพนักงานสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ส่วนเรื่องการสืบพยานล่วงหน้านั้น ทางยุติธรรมจังหวัดมุกดาหารได้ประสานเบื้องต้นมายังอัยการจังหวัดมุกดาหารเรียบร้อยแล้วว่าจะมีการยื่นคำขอให้อัยการร้องต่อศาล ขอสืบพยานล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 237 ทวิ ซึ่งตามกฎหมายดังกล่าวเมื่อพนักงานอัยการได้รับคำร้องจากพนักงานสอบสวนหรือผู้เสียหายขอให้สืบพยานล่วงหน้าก่อนที่จะมีการฟ้องคดี อัยการก็จะพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายว่าเข้าเงื่อนไขที่จะยื่นขอศาลสืบพยานล่วงหน้าหรือไม่

โดยหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 237 ทวิ มีอยู่ 5 ข้อ
คือ 1. พยานจะเดินทางไปต่างประเทศ เช่น กรณีที่พยานเป็นนักท่องเที่ยวหรือชาวต่างประเทศที่จะเดินทางกลับประเทศ
2. พยานมีที่อยู่ ไม่เป็นหลักแหล่ง
3. พยานซึ่งมีที่อยู่ไกลจากศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดี ซึ่งปัจจุบันไม่เป็นปัญหาเพราะจะมีวิธีการสืบพยานผ่านจอภาพได้ เเต่กฎหมายยังเขียนไว้อยู่ 4. กรณีที่พยานที่จะนำเข้าสืบ จะเป็นการยากที่จะนำเข้าสืบภายหลัง หากมีการฟ้องคดี ยกตัวอย่างเช่นพยานที่เห็นเหตุการณ์เป็นโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง ซึ่งอาจจะไม่สามารถเบิกความได้ หรือเสียชีวิต ก่อนหากมีการฟ้องคดีในภายหลัง 5. กรณีที่หากไม่นำพยานเข้าสืบพยานอาจจะถูกยุ่งเหยิงจากผู้กระทำความผิดไม่ว่าทางตรง หรือ ทางอ้อม เช่น กรณีครู, อาจารย์ตกเป็นผู้ต้องหาข่มขืนลูกศิษย์ ได้รับการประกันตัว มีโอกาสที่จะไปข่มขู่ หรือวิ่งเต้นกับผู้เสียหาย หรือคนในชุมชน กรณีอย่างนี้จึงต้องรีบสืบพยานไว้ล่วงหน้า

โดยกรณีที่เข้าหลักเกณฑ์ 1 ใน 5 ข้อนี้ สามารถให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาล ขอสืบพยานล่วงหน้าได้

โดยในทางปฏิบัติหากอัยการได้รับคำร้องจากพนักงานสอบสวน, ผู้เสียหาย และเข้าเกณฑ์เงื่อนไขการสืบพยานล่วงหน้าทางพนักงานอัยการจะยื่นคำร้องต่อศาลในท้องที่ที่เกิดเหตุ โดยระบุรายละเอียดการกล่าวหาอย่างย่อให้ศาลได้ทราบ เเละอ้างเหตุตามกฎหมาย 1 ใน 5 ข้อ ที่กล่าวข้างต้น เมื่อศาลพิจารณาแล้วเข้าเงื่อนไข กฎหมายเขียนไว้ว่าศาลจะต้องสั่งสืบพยานล่วงหน้าทันที ซึ่งในกรณีที่มีผู้ต้องหา ศาลจะสอบถามผู้ต้องหาว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีทนายความศาลจะมีคำสั่งแต่งตั้งทนายความให้เพื่อให้มีทนายความคอยซักค้านในการสืบพยานล่วงหน้าไม่ให้มีการได้เปรียบเสียเปรียบกัน แต่ในกรณีฉุกเฉินที่ไม่สามารถตั้งทนายความได้ทันกฎหมายก็ให้อำนาจศาลในการถามพยานแทนผู้ต้องหาได้ด้วย เพื่อให้เกิดความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย ส่วนเมื่อสืบพยานล่วงหน้าเสร็จสิ้น ศาลก็จะอ่านผลการสืบพยานให้ผู้ต้องหาได้ทราบ หากมีการยื่นฟ้องภายหลังก็จะนำสิ่งที่สืบพยานไว้ล่วงหน้าก็นำมาร่วมพิจารณาได้ เเต่หากสั่งไม่ฟ้องที่สืบล่วงหน้าไว้ก็ให้ทิ้งไป
กำลังโหลดความคิดเห็น...