xs
xsm
sm
md
lg

เผย “เจ้า หลาน” หน.แก๊งอุ้มบุญใช้ไทยทำรังส่งทารก 8 ปีเงินสะพัดกว่าสองร้อยล้าน สุดแสบเปิดธุรกิจเครื่องมือแพทย์-ค้าผักผลไม้บังหน้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



เปิดประวัติหัวหน้าแก๊งอุ้มบุญ “เจ้า หลาน”เปิดธุรกิจขายเครื่องมือแพทย์ค้าผักผลไม้ ฉากหลังหาเหยื่อทำธุรกิจบาป ใช้เมืองไทยกว่า 8 ปี ทำรังส่งออกทารก สร้างเครือข่ายจากจีนแผ่นดินใหญ่ส่งเด็กให้เศรษฐีมีลูกยาก-ค้าอวัยวะ เงินหมุนเวียนกว่าสองร้อยล้านบาท



เผยแก๊งอุ้มบุญกลุ่ม เจ้า หลาน อายุ 37 ปี เป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่ หัวหน้าแก๊งอุ้มบุญถูกตำวจ ปคม.จับกุมพร้อม นางซูยิงถิง อายุ 48 ปี ภรรยาและสมาชิกร่วมแก๊งร่วม 20 ราย เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อปี 2555 เปิดธุรกิจบังหน้าโดยประกอบธุรกิจขายเครื่องมือแพทย์ในนามบริษัทสยามเคมิคอล จำกัดและ บริษัทจีเอ็มทีที จำกัด นำเข้าผักผลไม้จากจีน แต่ฉากหลังกลับตั้งแก๊งส่งออกเด็กอุ้มบุญไปให้เศรษฐีที่เมืองจีน โดยผลิตตามออเดอร์ที่ได้รับมา

“เฉลี่ยราคา 4-6 ล้านบาทต่อทารก 1 คน จากข้อมูลตำรวจพบว่าตั้งแต่ปี 55 เจ้าหลานจัดส่งเด็กทารกไปจีนแล้วกว่า 100 คน สร้างรายได้กว่า 250 ล้านบาท และพบว่าทารกที่ผลิตได้จะถูกนำไปให้เศรษฐีที่มีบุตรยากเลี้ยงเป็นลูก และอีกส่วนเชื่อว่าเด็กถูกนำอวัยวะไปขายเปลี่ยนถ่ายกับผู้ป่วย ขณะนี้ทางการจีนได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนแล้ว”

แฉแก๊งเจ้าหลานทำเป็นขบวนการแบ่งงาน 1.เจ้า หลาน ผู้ว่าจ้างจัดหาหญิงไทยไปอุ้มบุญ ทำหน้าที่พาหญิงไทยไปฉีดเชื้อ/คลอด 2.ซู ยิงถิง ภรรยา ทำหน้าผู้ว่าจ้างจัดสรรระบบการเงิน 3.นางวิลาสินี ซู พี่สาวภรรยาผู้ว่าจ้าง 4.น.ส.หล้า ขันติโย แม่บ้าน 5.นายนิคม สิมารัตน์ คนขับรถพาหญิงไทยไปอุ้มบุญ ไปฉีดเชื้อ/ทำคลอด จากการตรวจสอบประวัติพบเคยถูกจับที่หนองคายคดีลักษณะเดียวกันเหมือนกัน 6.นายธรรมนูญ ปัญจสังคาม คนขับรถพาหญิงไทยไปโรงพยาบาล 7.น.ส.ศิญาพร(แขก) สวัสดิพันธ์ นายหน้าติดต่อหญิงไทยมารับจ้างอุ้มบุญ เคยถูกจับที่หนองคายพร้อมนายนิคมคดีอุ้มบุญ 8.น.ส.วิยะดา(หนิง) เชื้อจันทร์ นายหน้าติดต่อหญิงไทยมารับจ้างอุ้มบุญ 9.น.ส.ณัฐกมล(อ้อ/อุ๋ย)จิตรวิชัย นายหน้าติดต่อหญิงไทยมารับจ้างอุ้มบุญ(อยู่จีนประสาน ตร.จีนตามจับตัว) 10.นางสายบัว แจ่มมี นายหน้าติดต่อหญิงไทยมารับจ้างอุ้มบุญ

มีรายงานเพิ่มว่า กลุ่มแก๊งอุ้มบุญในเมืองไทยไม่ได้มีเพียง นาย เจ้า หลาน เพียงกลุ่มเดียวหากแต่ยังมี กลุ่มชาวจีนร่วมกับคนไทย ทำธุรกิจลักษณะเดียวกันอีกมาก โดยแยกตัวออกมาทำเนื่องจาก ถูกเจ้าหน้าที่ทางการจีนปราบปรามอย่างหนัก จึงย้ายแหล่งทำธุรกิจบาปเข้ามาในเมืองไทย อีกหลายกลุ่ม




กำลังโหลดความคิดเห็น...