xs
xsm
sm
md
lg

ตร.โฟนอิน “ผอ.กอล์ฟ” ตอบสื่อปมชิงทองยิงสามศพ เรื่องส่วนตัว-ปัญหาการเงิน ฝากขอโทษญาติเหยื่อ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ผบ.ตร.นำทีมสืบสวนแถลงข่าวคดีปล้นทองลพบุรี “ผอ.กอล์ฟ” โฟนอินรับมูลเหตุจูงใจมาจากปัญหาส่วนตัว-เรื่องการเงิน อ้างไม่ได้ตั้งใจยิงเด็ก ตั้งใจยิงเปิดทาง แต่กระสุนพลาดเป้า ฝากขอโทษครอบครัวเหยื่อ





เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 มกราคม ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.อ.สุชาติ ธีรสวัสดิ์, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผช.ผบ.ตร., พล.ต.ท.วิเชียร ตันตะวิริยะ ผบช.สพฐ.ตร., พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิตรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ณัฐพล ศุกระศร ผบก.ภ.จว.ลพบุรี และ พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น. ร่วมแถลงผลการจับกุม นายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือกอล์ฟ ผู้อำนวยการโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งใน จ.สิงห์บุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในคดีใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ทองคำน้ำหนักกว่า 28 บาท เป็นเงินมูลค่า 6.8 แสนบาท ไปจากร้านทองออโรร่า สาขาห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บสาหัส 4 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เดิมทีได้มีการควบคุมตัวนายประสิทธิชัยจากกองบังคับการปราบปรามมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน แต่ผู้บังคับบัญชาพิจารณาแล้วเกรงว่าจะเป็นการกระทบสิทธิผู้ต้องหา จึงใช้วิธีให้ผู้ต้องหาโฟนอินตอบคำถามสื่อมวลชนแทน

นายประสิทธิชัย กล่าวว่า มูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุมาจากปัญหาส่วนตัวและปัญหาเรื่องการเงินของตัวเอง ส่วนที่มีการก่อเหตุยิงพนักงานร้านทอง ลูกค้าที่มาซื้อทอง และน้องไทตัล จนมีผู้เสียชีวิตถึง 3 รายนั้น เป็นการยิงเพื่อเปิดทางและทำให้กลัว ตนวางแผนล่วงหน้ามาแล้ว 2-3 วัน ยืนยันว่าไม่รู้จักและมีความขัดแย้งกับ น.ส.ธิดารัตน์ หรือกวาง ทองทิพย์ พนักงานร้านทองที่เสียชีวิตตามที่มีกระแสข่าว ส่วนที่มีการยิงซ้ำนั้นตอนตนปีนขึ้นไปบนตู้กระจกขณะที่ได้หันปลายกระบอกปืนไปที่ น.ส.ธิดารัตน์ เนื่องจากถุงมือที่ใส่อยู่ไปขัดในไกปืน ตนพยายามดึงถุงมือให้ขยับออกทำให้ปืนยิงออกไป 2 นัด ลักษณะเหมือนกระตุกมือเข้าไปพันในไกปืน ส่วนกรณียิง ด.ช.ภาณุวิชญ์ วงศ์อยู่ อายุ 2 ขวบ หรือน้องไทตัล ยืนยันว่าตนไม่เห็น ตนตั้งใจยิง รปภ.ของห้างเพื่อเปิดทาง คิดว่าลูกกระสุนน่าจะแฉลบไปโดนน้องไทตัล ไม่ได้ตั้งใจยิงเด็ก หลังก่อเหตุรู้สึกสำนึกผิด และเสียใจในการกระทำ ทั้งนี้ หลังก่อเหตุตนมีความคิดที่จะมอบตัว แต่ไม่ได้ปรึกษากับใคร เพราะตนก่อเหตุเพียงคนเดียว ไม่ได้ร่วมวางแผนกับใคร โดยตนเองตั้งใจจะมอบตัวในวันที่ 24 มกราคม นี้ เนื่องจากตนติดภารกิจที่โรงเรียนที่ต้องทำให้นักเรียน

“นัดแรกตั้งใจยิงเพื่อเปิดทาง ไม่ให้ใครเข้ามาใกล้ แต่ลูกกระสุนน่าจะโดน รปภ.แล้วพลาดไปโดนน้องไทตัล อยากฝากไปถึงครอบครัวผู้เสียชีวิต ผมอยากกล่าวคำว่าเสียใจและขอโทษ โดยเฉพาะน้องไทตัล และพนักงานผู้หญิง รวมถึงทุกคนที่ผมได้ยิง” นายประสิทธิชัยกล่าว และว่าส่วนที่มีการตั้งคำถามว่าเหตุใดหลังก่อเหตุตนเองกลับไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบายนั้น ตนพยายามทำตัวให้ปกติ และไม่ได้คิดหนี ในใจทุกครั้งที่เห็นข่าวก็เสียใจกับการกระทำ

นายประสิทธิชัยกล่าวต่อไปว่า สาเหตุที่ใช้ปืนที่ติดท่อเก็บเสียง เพราะต้องการไม่ให้เกิดเสียงดัง ไม่ต้องการให้ผู้คนตื่นตระหนก ซึ่งท่อเก็บเสียงสั่งมาจากเพื่อนรุ่นน้องทางอินเทอร์เน็ต

เมื่อถามถึงเหตุผลที่มีการยิงซ้ำ ทั้งที่ตอนแรกตั้งใจยิงเพื่อเปิดทาง นายประสิทธิชัยกล่าวว่า ตอนแรกตนได้ยิงตู้กระจกไปสองนัด ไม่คิดว่ากระสุนจะไปโดนพนักงานผู้หญิง แล้วพอไปเจอลูกค้าผู้ชายและผู้หญิง เหมือนกระทำไปแล้ว และอารมณ์ก็หลุดไปแล้ว ตนก็เสียใจ และอยากขอโทษด้วย

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าอยากตาย อยากดัง ตามที่มีสื่อมวลชนนำเสนอนั้น นายประสิทธิชัยกล่าวว่า ยืนยันว่า สาเหตุที่ตนก่อเหตุมาจากปัญหาเรื่องส่วนตัว และเรื่องการเงิน ไม่ได้เป็นไปตามที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวแต่อย่างใด

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ที่สังคมตั้งคำถามว่าเป็นการจับแพะหรือไม่ ขอเรียนว่าตนไม่ใช่เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ถึงจะไปจับแพะจับแกะ ตนเป็นตำรวจ จับแต่โจรผู้ร้าย และดูแลประชาชน ที่ผ่านมาคดีใหญ่ๆ ก็จับแต่ของจริง วันนี้คดีเสร็จสิ้นแล้วทีผ่านมาได้รับกำลังใจจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ท่านถามตลอด ตนก็รายงานตลอด คดีนี้ทุ่มสรรพกำลังทุกอย่างเพื่อให้ได้ตัวคน้รายเร็วที่สุด เรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน สำหรับตัวผู้ต้องหาที่เป็นถึงผู้อำนวยการก็ไม่เหนือความคาดหมายมาก เราไม่ได้ตัดประเด็นทิ้งตั้งแต่แรก แต่เชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่าตำรวจ ทหารไม่น่าจะยิง ที่ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมไม่ค้นปืนบ้านพ่อผู้ต้องหาด้วย เราไม่อยากให้ของกลางเคลื่อนที่ ซึ่งหลังก่อเหตุคนร้ายก็ทิ้งซิกเนเจอร์ไว้จำนวนมากเช่นกัน

“ผมบอกในที่ประชุมทุกครั้งวันที่เราจับได้เป็นวันที่เราประสบความสำเร็จ โดยเมื่อวานนี้จากการสอบปากคำผู้ต้องหามีบางส่วนที่จริงใจบ้าง ทีมงานเรามีประสบการณ์ในการรับฟัง หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งฟ้องผู้ต้องหาต่อไป” ผบ.ตร.ระบุ

ด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจได้พยานหลักฐานเกือบครบถ้วนแล้ว ทั้งอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ และทองรูปพรรณของกลางที่ค้นได้จากบ้านพ่อผู้ต้องหา ที่ขาดอยู่คือลำกล้องและท่อเก็บเสียง อยู่ระหว่างงมหาในแม่น้ำ จากการสอบสวนจนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ามีคนอื่นเกี่ยวข้องช่วยเหลือ แต่ก็ยังสืบสวนต่อ ส่วนหลักฐานที่นำมาสู่การออกหมายจับคนร้าย ได้มากองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ยืนยันเรื่องวัตถุพยาน และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สนับสนุน แต่ไม่มีหลักฐานที่เป็นดีเอ็นเอของเหงื่ออย่างที่เป็นข่าว โดยรายละเอียดต่างๆ รวมถึงข้อมูลผู้ชี้เบาะแสเป็นความลับอยู่ในสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้ สำหรับอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ก่อเหตุแม้จะมีชื่อบิดาของผู้ต้องหาเป็นผู้ครอบครอง แต่ยังไม่พบว่าบิดาของผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งข้อมูลปืน cz p-01 เข้ามาในเมืองไทย 1 แสนกว่ากระบอก รุ่นนี้มีเป็นพันกระบอก การจะตรวจสอบต้องมีเหตุพอสมควร อยู่ดีๆ จะไปตรวจสอบไม่ได้

“คำให้การของผู้ต้องหานั้น ต้องแยกคำให้การกับหลักฐานออกจากกัน คำพูดเรื่องเหตุจูงใจจะเกิดจากอะไรจริงเท็จยังไม่ทราบ คำพูดเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ เป็นสิทธิของผู้ต้องหา แต่ตำรวจยืนยันตามกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา การที่เขาเดินเข้าไปเอาปืนยิงคนตาย เอาทองไปเก็บไปซุกซ่อน แล้วถูกจับ เราก็ฟันธงเลยว่าเขาเจตนาฆ่า เจตนาชิงทรัพย์ ส่วนคำกล่าวอ้างก็เป็นเรื่องของเขา เพราะฉะนั้นขอให้ชัดเจนว่าเราตั้งข้อหาตามการกระทำ ไม่ได้ตั้งข้อหาเพราะเขาพูดว่าอะไร ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหารับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่น, ชิงทรัพย์, ครอบครองอาวุธปืน แต่ถ้าวันหลังมีข่าวมาบอกว่าอยากฆ่าตัวตาย เราไม่ได้ไปฟังตรงนั้น เราก็ต้องฟันธงสาเหตุที่เขาลงมือทำว่าประสงค์ต่อทรัพย์ ไม่มีเรื่องอื่น” พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวและว่า ส่วนตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานถึงคนอื่น หากมีเพิ่มก็ต้องเอาด้วย โดยวันนี้ภายหลังการแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวนายประสิทธิชัย ไปฝากขังครั้งแรกที่ศาลอาญาต่อไป

ขณะที่ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป.กล่าวว่า การสืบสวนครั้งนี้ได้รับการประสานงานกับทุกหน่วยอย่างใกล้ชิดทั้งตำรวจภูธรภาค 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน บช.น. จนได้ข้อมูลที่ไปถึงตัวผู้ต้องหาได้ ตำรวจมีฐานข้อมูลเก่า เลยทำให้ได้ตัวเป้าหมายมาระยะเวลาหนึ่ง จากการเฝ้าสังเกตุการณ์น่าเชื่อว่าผู้ต้องหารายนี้จะเป็นคนร้าย จึงรวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลออกหมายจับ














กำลังโหลดความคิดเห็น...