xs
xsm
sm
md
lg

ที่แท้ที่ดินเลือด 3,800 ไร่เมืองจันทบุรี เป็นที่ของมูลนิธิอภิธรรมฯ ไม่ใช่ของคู่กรณีทั้งสอง กองปราบฯ ลุยทวงคืน พร้อมดำเนินคดีผู้อ้างสิทธิ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - ผู้การกองปราบฯ สั่งยึดคืนที่ดินเลือด 3,800 ไร่ เมืองจันทบุรี หลังตรวจสอบพบเป็นที่ดินของมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย ที่ซื้อมาเพื่อกิจการของสงฆ์ ไม่ใช่ของคู่กรณีทั้งสองฝ่ายตามที่อ้างสิทธิ ระบุเข้าทำคดีมาปีเศษหลังมูลนิธิฯ เข้าร้องเรียน ล่าสุดคดีคืบหน้าไปกว่า 80% เตรียมหารือในข้อกฎหมายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีต่อผู้อ้างสิทธิอย่างเด็ดขาด

วันนี้ (16 พ.ย.) ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. กล่าวถึงคดีข้อพิพาทที่ดินจำนวน 3,800 ไร่ ในจังหวัดจันทบุรีว่า คดีนี้มูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุวิทยาลัยซึ่งน่าจะเป็นเจ้าของที่ดินที่แท้จริงได้มาแจ้งความดำเนินคดีต่อนายบุญช่วย เจริญสถาพร อายุ 78 ปี ฐานยักยอกทรัพย์ตั้งแต่ปี 2561 หลังจากนั้นกองปราบปรามได้รับคดีไว้เป็นคดีอาญาที่ 21/2561 และได้มีการสืบสวนสอบสวนเรื่อยมาจนขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้ว โดยตนได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป.ให้เข้าไปควบคุมดูแลคดีเป็นกรณีพิเศษ พร้อมกับตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนขึ้นมาดูแลคดีด้วย เนื่องจากเป็นคดีที่มีความขัดแย้งมาอย่างยาวนาน จนเชื่อได้ว่าเจ้าของที่ดินน่าจะเป็นของมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย เพราะพระกิตติวุฒโฑ พระชื่อดังในอดีตประธานมูลนิธิในสมัยนั้นได้รวบรวมเงินบริจาคของชาวบ้านซื้อมาเพื่อกิจของสงฆ์ ไม่ได้ซื้อมาเพื่อมอบให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะ

“ผมได้กำชับให้พนักงานสอบสวนทำคดีนี้ตามกรอบของกฎหมาย เพราะอยากให้ความจริงปรากฏต่อสังคมว่าที่ดินผืนนี้ใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง เพราะแนวทางสืบสวนพบว่าที่ดินที่ซื้อมานั้นมาจากเงินของขาวบ้านที่มีจิตศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา ใครจะเอาครอบครองไม่ได้ มีวัตถุประสงฆ์เพื่อพุทธศาสนาเท่านั้น” พล.ต.ต.จิรภพกล่าว

พล.ต.ต.จิรภพกล่าวต่อว่า กองปราบปรามพร้อมที่จะทวงผืนดินกลับคืนมาให้ศาสนาพุทธตามข้อกฎหมายที่สามารถทำได้ ขณะเดียวกัน สังคมต้องช่วยกันกดดันให้แผ่นดินที่ได้มาจากแรงศรัทธาของชาวบ้านได้นำมาใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ คดีนี้กองปราบฯ ไม่มีนอกมีใน แต่พร้อมที่จะทำให้ทุกอย่างหมดข้อสงสัย

ด้าน พ.ต.อ.เอนกกล่าวว่า พล.ต.ต.จิรภพได้เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีนี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาพร้อมกับกำชับให้ทำคดีด้วยความเป็นธรรมและพยายามเรียกคืนที่ดินให้กลับมาเป็นเจ้าของที่ที่แท้จริง โดยขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นคดีที่ผู้เสียหายคือมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย แจ้งความดำเนินคดีกับ นายบุญช่วย โดยคดีนี้มูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย ได้มาแจ้งความกับกองปราบฯหลังจากรู้ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินของมูลนิธิแต่ถูกสวมสิทธิการครอบครองและนำไปออกโฉนดโดยมิชอบ

ทั้งนี้ ตามแนวทางสืบสวนและสอบปากคำพยานหลายสิบปากพบว่า ที่ดินผืนนี้พระกิตติวุฒโฑได้รวบรวมเงินบริจาคของชาวบ้านไปซื้อที่ดินเพื่อปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ของพระสงฆ์จำนวน 3,800 ไร่ จาก นายสมพล โกศลานันท์ ซึ่งเป็นที่ดิน ส.ป.ก.ในตำบลพลวง ตำบลตะเคียนทอง อำเภอเขาคิชณกูฏ และบางส่วนในอำเภอท่าใหม่ จ.จันทบุรี ในราคา 12 ล้านบาท แต่จ่ายเงินไปเพียง 8 ล้านบาท อีก 4 ล้านบาทยังไม่ได้ชำระ

พ.ต.อ.เอนกกล่าวต่อว่า หลังจากที่ได้ที่ดินมาแล้วพระกิตติวุฒโฑได้มอบหมายให้นายบุญช่วย น้องชายของตัวเองเป็นผู้ดูแลที่ดิน โดยมีพระสงฆ์จำนวนหนึ่งเข้าไปทำกิจกรรมทางศาสนาและปรับปรุงพื้นที่เพื่อเป็นที่ปฏิบัติธรรม นอกจากนี้ พระกิตติวุฒโฑยังได้บริจาคที่ดินในพื้นที่แห่งนี้จำนวน 50 ไร่ ให้แก่โรงเรียนบ้านตาเรียว เพื่อกิจกรรมทางด้านการศึกษาโดยยกให้รัฐเป็นเจ้าของและออกโฉนดไว้พร้อมมีหนังสือยืนยันการบริจาคชัดเจน

“นี่เป็นหลักฐานส่วนหนึ่งที่ทำให้เห็นว่าที่ดินเป็นของพระกิตติวุฒโฑที่ซื้อมาเพื่อทำกิจกรรมสาธารณกุศล แต่ปัจจุบันกลับไปอยู่ในความครอบครองของนายบุญช่วย ที่ขณะนี้ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา เนื่องจากเมื่อปี 2548 พระกิตติวุฒโฑได้มรณภาพ ต่อมาปี 2550 นายบุญช่วยได้ไปยื่นเรื่องฟ้องร้องนายเรวัฒิ โกศลานันท์ ลูกชายของนายสมพล ในฐานะเป็นผู้รับมรดกให้โอนที่ดินดังกล่าวมาเป็นของตัวเอง โดยมีนายบัญชาเป็นทีมทนายความ กระทั่งศาลจังหวัดจันทบุรีมีคำพิพากษาให้ทายาทของนายสมพล โอนที่ดินดังกล่าวไปเป็นชื่อของนายบุญช่วยตามที่ร้องขอ

พ.ต.อ.เอนกกล่าวต่ออีกว่า หลังจากนั้นปี 2554-2555 นายบุญช่วยได้ไปยื่นขอเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก.เป็นโฉนดที่ดินทำให้มีมูลค่าสูงขึ้น และที่ผ่านมาไม่ได้ทำกิจกรรมทางศาสนาตามวัตถุประสงค์ของที่ดินแต่อย่างใด จนกระทั่งต่อมามีเรื่องฟ้องร้องกับ น.ส.เขมจิรา บัณฑูรนิพิท และ พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ ทายาทรุ่นหลานของนายสมพล ที่ต้องการฟ้องร้องให้ที่ดินกลับมาเป็นของทายาท แต่ฝ่ายทายาทก็แพ้คดีมาโดยตลอดและยังมีคดีที่ฟ้องร้องกันเรื่อยมาจนปัจจุบัน น.ส.เขมจิรา และ พล.ต.ต.ธารินทร์ ถูกนายบุญช่วยและทีมทนายความฟ้องร้องมากถึง 12 คดี กระทั่งทางมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุวิทยาลัยทราบว่าพระกิตติวุฒโฑได้ซื้อที่ดินผืนนี้ไว้ให้กับมูลนิธิจึงได้มาแจ้งความดำเนินคดีที่กองปราบปรามเพื่อดำเนินคดีต่อนายบุญช่วย และจะได้ฟ้องร้องให้ที่ดินกลับมาเพื่อดำเนินกิจการของพระสงฆ์ต่อไป

“การสืบสวนค่อนข้างเป็นที่แน่ชัดว่าที่ดินควรจะเป็นของมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย มีวัตถุประสงค์การซื้อมาเพื่อกิจการของสงฆ์ เป็นเงินบริจาคของประชาชน ไม่ได้มีเจตนาที่จะมอบให้บุคคลหนึ่งบุคคลใด ขณะนี้กำลังรวบรวมหลักฐานทั้งหมดและสอบปากคำพยานเพิ่มเติม รวมทั้งหารือในข้อกฎหมายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาอย่างเด็ดขาด” พ.ต.อ.เอนกกล่าว




กำลังโหลดความคิดเห็น...