xs
xsm
sm
md
lg

12 หนุ่มแห่แจ้งความ โดนสาววังสะพุงใช้เฟซบุ๊กหลอกแต่งงาน ก่อนเชิดเงินสินสอดหนี (มีคลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - หนุ่มน้อยใหญ่กว่า 10 ชีวิต รวมตัวแจ้งจับสาว ชาววังสะพุง จ.เลย ในฐานความผิดฉ้อโกง หลังลวงเหยื่อผ่านเฟซบุ๊ก ขอแต่งงานก่อนเชิดเงินสินสอดทองหมั้นหนี เบ็ดเสร็จราว 3 ล้าน บางรายต้องไปกู้เงินเพื่อเตรียมเข้าวิวาห์



วันนี้ (5 ก.ย.) ที่ กองปราบปราม เมื่อเวลา 15.00 น. นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ พร้อมด้วย ผู้เสียหาย 7 ราย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ อายุ 32 ปี ชาววังสะพุง จ.เลย ในฐานความผิดฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น หลังก่อเหตุหลอกให้แต่งงานแล้วเชิดเงินสินสอดหนี โดยนำเอกสารหลักฐาน อาทิ หลักฐานการโอนเงิน บทสนทนา การ์ดงานแต่ง รูปภาพต่างๆ มามอบไว้เป็นหลักฐาน

นายสงกานต์ กล่าวว่า วันนี้ได้นำผู้เสียหายเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม หลังทั้งหมดถูก น.ส. จริยาภรณ์ หลอกแต่งงาน โดยพฤติกรรมแอบอ้างว่าชื่อ “น.ส.สร้อยเพ็ชร” ทำทีเข้ามาตีสนิททางเฟซบุ๊ก เมื่อพูดคุยกันจนสนิทสนม ก็จะนัดเจอกันไปมีสัมพันธ์ ก่อนที่ทาง น.ส.จริยาภรณ์ จะเอ่ยปากชวนแต่งงานพูดคุยเรื่องสินสอด จากนั้นให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชี มีเหยื่อหลายรายได้หลงเชื่อโอนเงินไปก่อนที่จะมีการแต่งงาน ซึ่งระหว่างแต่งงานได้มีการให้ฝ่ายชายไปขายผลไม้ ก่อนที่จะหลบหนีไป นอกจากนี้ ยังพบว่ามีผู้เสียหายหลายรายที่ถูกผู้ต้องหารายนี้หลอก รวมทั้งหลายท้องที่ได้ดำเนินการออกหมายจับโดยขณะนี้ท้องที่สภ.เมืองระยอง สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ สภ.สำโรงใต้

นายประสาร เทียมแย้ม อายุ 32 ปี ชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า รู้จักหญิงรายนี้เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2558 ผ่านทางเฟซบุ๊กโดยต่างคนต่างกดไลค์กันไปมา พูดคุยมาสักระยะจนเริ่มสนิทกันมากขึ้น จากนั้นก็เริ่มปรึกษาเรื่องธุรกิจค้าผลไม้ จนชวนกันร่วมลงทุนธุรกิจ ตนไปกู้เงินมา 2 แสนบาทให้ฝ่ายหญิง จากนั้นไม่นานฝ่ายหญิงบอกว่าตั้งครรภ์ จึงได้จัดงานแต่งขึ้นเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2558 ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเตรียมสินสอดไว้รวม 2 แสนบาท จากนั้นแต่งงานอยู่กันได้ 4 วัน ฝ่ายหญิงขอกลับบ้าน โดยโทร.ไปไม่ค่อยรับ ต่อมาฝ่ายหญิงให้หลานสาวโทร.บอกว่าตัวเองแท้ง เนื่องจากครรภ์เป็นพิษ และบอกตนไม่ต้องโทร.มาอีก อย่างไรก็ตาม ภายหลังมาทราบว่าถูกหลอกและส่วนตัวเชื่อว่าเวลาที่หายไปนั้น ฝ่ายหญิงน่าจะกำลังไปลงมือหลอกเหยื่อรายอื่นๆ ปัจจุบันเงินกู้ที่ตนกู้มากว่า 4 แสนบาท ยังใช้คืนไม่หมด

ด้าน นายไพรัตน์ พึ่งสุข อายุ 28 ปี ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า เมื่อกลางเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ได้รู้จักกับ น.ส.จริยาภรณ์ ผ่านทางเฟซบุ๊ก จากนั้นได้พูดกันเป็นระยะเวลา 2 เดือน ก่อนมีความสัมพันธ์กันจนฝ่ายหญิงออกปากชวนทำธุรกิจผลไม้ หลังจากนั้น จึงตกลงปลงใจแต่งงานกัน และได้ตกลงวันแต่งงานกันเมื่อ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่บ้านย่านรังสิต ซึ่งเป็นบ้านของฝ่ายหญิง โดยมีสินสอด 1.8 แสน หลังจากแต่งงานเพียงหนึ่งคืน ฝ่ายหญิงได้ขอยืมรถกระบะอ้างว่าไปเอาผลไม้ที่ จ.จันทบุรี โดยให้ตนไปรอรับผลไม้ที่ จ.เพชรบูรณ์ หลังจากนั้น ก็ขาดการติดต่อ และไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย ตนเองจึงรู้ว่าโดนหลอกแล้วจึงได้มีการแจ้งความที่ สถานีตำรวจภูธรประตูน้ำจุฬาลงกรณ์

“ยืนยันว่า จะไม่ให้อภัยฝ่ายหญิงเพราะทำให้ชีวิตผมพังเป็นหนี้มากกว่า 1.2 ล้านบาท โดยหากเจอกับฝ่ายหญิงอยากจะบอกว่าอย่าไปทำแบบนี้กับคนอื่นๆ อีก” นายไพรัตน์ กล่าว

ส่วน น.ส.ขนิษฐา หอมหวน อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า พี่ชายตนก็ตกเป็นเหยื่อของผู้ต้องรายนี้เช่นกัน โดยพี่ชายตนรู้จักเมื่อปี 2559 และได้แต่งงานกันที่บ้านของฝ่ายหญิงย่านรังสิต ซึ่งในวันแต่งงานตนผิดสังเกตว่าภายในงานมีแค่เพียงการผูกข้อไม้ข้อมือ ญาติฝ่ายเจ้าสาวมีเพียงพ่อและแม่ ไม่มีคนอื่นเลย ทั้งนี้การจัดงานมีการพูดคุยว่าเตรียมโต๊ะจีน 14 โต๊ะ แต่พอวันจริงมีเพียง 7 โต๊ะเท่านั้น รวมทั้งนำเงินที่ได้จากผูกข้อไม้ข้อมือไปจ่ายเงินค่าโต๊ะจีน ซึ่งไม่ได้ทักท้วงอะไรเพื่อไม่อยากขัดใจพี่ชาย

นายสงกานต์ กล่าวเสริมว่า เหยื่อแต่ละรายที่ถูกผู้เสียหายรายนี้หลอกจะถูกหลอกในพฤติกรรมคล้ายคลึงกัน ซึ่งขณะนี้ผู้เสียหายทั้งหมดมากถึง 12 ราย เป็นเงินมากกว่า 2 - 3 ล้านบาท นอกจากนี้ทางผู้เสียหายได้ติดต่อผู้ต้องหาเพื่อขอทรัพย์สินคืน กลับถูกพูดจาข่มขู่ว่ารู้จักนายตำรวจระดับสารวัตรท้องที่หนึ่ง โดยอ้างว่าเป็นพี่ชาย ซึ่งเหยื่อบางรายก็เกรงกลัวจึงได้รวมตัวกันเข้ามาแจ้งความที่กองปราบปราม โดยเบื้องต้นเตรียมแจ้งความในฐานความผิดฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น นอกจากนี้จะแจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดีกับพ่อและแม่ นายบุญเลี้ยง และนางสำรอง บัวใหญ่ รวมทั้งเจ้าของบัญชี คือ น.ส สร้อยเพ็ชร พาลีวัลย์ ด้วย เนื่องจากหลังปรากฏเป็นข่าวไม่ได้มีการแสดงตัวออกมาขณะที่ พ.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมด และรวบพยานหลักฐานมาประกอบสำนวน เพื่อพิจารณาต่อไป











กำลังโหลดความคิดเห็น...