xs
xsm
sm
md
lg

ขนาดนายกฯลุงตู่ ยังทนไม่ไหว สั่ง “บิ๊กแป๊ะ” ลุยรถบรรทุกหนักเกินตัวพังถนน แฉ “มาเฟียรถอ้อย” ตัวดี ครอบคลุมเหนือ-อีสาน-กลาง ทำผิดกฎหมายโดยตำรวจทำเป็นหูหนวก-ตาบอด ขณะที่จองเวรเอาเป็นเอาตายกับชาวบ้าน อ้างวินัยจราจร “บังหน้า” จับ-ปรับแบ่งเปอร์เซ็นต์ !!??

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


 
จะจะ “ด่านถูกกฎหมาย” ก็ตัวดี....ทำยอดส่งส่วยเจ้านาย (บางคน) แฉชอบยกข้ออ้างกวดขัน “วินัยจราจร” จับแหลกเพื่อชักเปอร์เซ็นต์ค่าปรับ / ล่าลายแทงถนนมิตรภาพ ทั้ง “ปรับไถ” ยันส่วยรถบรรทุกอ้อย - ขณะที่ นายกฯลุงตู่ ชักทนไม่ไหว สั่ง “บิ๊กแป๊ะ” ลุยจับรถบรรทุกเกิน ต้นตอทำถนนพัง “ชำแหละ” ถนนทุกสายมุ่งหน้าสู่โรงงานน้ำตาล กลายเป็นขุมทรัพย์ตำรวจไทย / บช.ภ.4 “รับเละ” สุด ทั้งบรรทุกเกิน - คอกบรรทุกสูงกว่าเปรต เป็นต้นตออุบัติเหตุตาย - เจ็บ กันทุกปี เตือนนักท่องเที่ยวเข้าฤดูหีบอ้อยแล้ว เดินทางต้องระวังภัยรถมฤตยู

การรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและประชาชนอันเป็นหน้าที่สำคัญโดยตรงของตำรวจนั้น เห็นกันอยู่ว่ามีปัญหายุ่งยากอย่างมากมายในปัจจุบัน เนื่องด้วยบ้านเมืองของเราถูกกระทบกระเทือนจากความผันผวน และเปลี่ยนแปลงของสภาวการณ์หลายๆอย่างทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและอื่นๆ เป็นเหตุทำให้คนบางคนกลายเป็นคนที่เห็นแก่ประโยชน์และความพอใจของตน จนไม่คำนึงถึงความถูกต้อง เป็นธรรมและประโยชน์ของผู้อื่น จึงพากันละเลยจริยธรรมและระเบียบแบบแผนอันดีงาม ก่ออาชญากรรม ความไม่สงบ รวมทั้งละเมิดและเบียดบังกันด้วยวิธีการต่างๆ...ถึงอย่างไรก็ตาม การระงับปราบปรามเรื่องเหล่านี้ก็เป็นหน้าที่โดยตรงของตำรวจ ไม่มีเหตุหรือข้ออ้างใดๆ ที่จะทำให้หลีกเลี่ยงได้ เพราะฉะนั้นตำรวจทุกคนจึงจะต้องพยายามกระทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ต่อไปให้สมบูรณ์ ในการนี้ขอให้แต่ละคนตั้งใจนำวิชาความรู้ที่มีอยู่พร้อมทั้งความเฉลียวฉลาด รอบคอบ ความกล้าแข็ง อดทน และความสุจริตเที่ยงตรง เข้าระงับเหตุร้ายและคลี่คลายบรรเทาปัญหาดังกล่าวอย่างสุดความสามารถ พร้อมทั้งระลึกไว้เสมอว่าความทุกข์ร้อนของประชาชน คือ ความทุกข์ร้อนของตนเอง และการขจัดความเดือดร้อนของผู้อื่นนั้น แท้จริงคือ การขจัดความเดือดร้อนของตนนั่นเอง.....

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานกระบี่ และปริญญาบัตรแก่นักเรียนนายร้อยตำรวจที่สำเร็จการศึกษาชั้นสูงสุดจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ประจำปี 2527 พระราชทานประกาศนียบัตรและเข็มพิทักษ์ชนาธิปัตย์แก่ผู้สำเร็จการศึกษา อบรมหลักสูตรการบริหารงานตำรวจชั้นสูง รุ่นที่ 1 พระราชทานประกาศนียบัตรกับเข็มสันติพิทักษ์แก่ผู้สำเร็จการศึกษา อบรมหลักสูตร ผกก. รุ่นที่ 6 และพระราชทานประกาศนียบัตรกับเข็มพิทักษ์แก่ผู้สำเร็จการศึกษา อบรมหลักสูตรผู้อำนวยการตำรวจ ชุดที่ 7 ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2528

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รัก.....สัปดาห์นี้นอกจากพฤติการณ์ “สติแตก” ของพิธีกรหนุ่ม - นักแสดงอนาคตใกล “น็อต กราบรถ” จะกลายเป็นกระแส “พีค” สุดขีดถึงขั้นมีคลิปออกมาล้อเลียนในหลายเวอร์ชัน การลงโทษทางสังคมยังคงเกรี้ยวกราด “ลุกลาม - บานปลาย” ไปถึงบ้าน ถึงร้านอาหารของเขา...“บิ๊กเกรียน” นักข่าวเก่าและแก่ ไม่ขอซ้ำเติมอะไรมาก แต่ตัวอย่างเช่นนี้มีให้เห็นมามากต่อมาก....สังคมไทยคง “โหยหา” ความยุติธรรมกันทุกลมหายใจ เมื่อ “ข่าว - คราว” ยังปรากฏให้เห็นอยู่เสมอว่า “คนรวย” ทำอะไรก็ไม่ผิด จนมีบางคนเลยเถิดไปถึง “คนจน” ทำผิด จึง “ติดคุก” สังคม “ออนไลน์” โดยคนไทยจำนวนไม่น้อยที่สามารถ “เข้าถึง” จึงช่วยทวงความยุติธรรม “เอาคืน” แบบร่วมด้วยช่วยกัน...หนักบ้าง - เกินเลยบ้าง...ทุกการแสดงออกมักสัมผัส “อารมณ์” ที่สอดแทรกไปด้วยเสมอ....ระบบ “ยุติธรรมไทย” ต้องว่ากันใหม่ เริ่มจากต้นธาร คือ “ตำรวจ - อัยการ - ศาล” ให้ “คนไทย” กลับมาเชื่อมั่น...โดยเฉพาะ “ตำรวจ” ต้อง “ยกเครื่อง” ว่ากันใหม่หมด...ว่าแล้วมา “เข้าเรื่อง” ที่กระพ้มตั้งใจนำเสนอกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวกันเลยดีกว่า...

00000.....ระหว่างกระแส “น็อต กราบรถ (กู)” เดินมาถึงช่วงท้ายเกิด “คลิป” มิสเตอร์ “โป้งเหน่ง” นายเกรียงไกร ไทยอ่อน ราษฎรเต็มขั้นชาวหนองบัวลำภู ออกมาเฟซบุ๊กไลฟ์ “ถ่ายทอดสด” ตำรวจจอหอ เมืองโคราช “ตั้งด่าน”.....บรรยายให้ความรู้ทางกฎหมายโดยยกมาตรา 38 มาประกอบให้แฟนคลับพิจารณา...แน่ไม่แน่...เจ๋งไม่เจ๋ง เล่นเอาตำรวจ “เจอหอ” ...เอ๊ยขอประทานโทษตำรวจ “จอหอ” หอบกรวย “เก็บด่าน” เผ่นขึ้นรถแทบไม่ทัน.....“สะใจ” สุดๆ กับบรรดาชมรมคนเหม็นขี้หน้าตำรวจ (ไม่รวมกระพ้ม เพราะต้องวางตัวเป็นกลาง 555)...ผ่านไปวันเดียว พ.ต.อ.สุภากร คำสิงห์นอก รรท.ผบก.จ.นครราชสีมา “ลูกพี่ใหญ่” ออกมาฟาดงวง - ฟาดงา จะเอาผิดมิสเตอร์ “โป้งเหน่ง” ฐานทำให้ประชาชนสับสน....แถมยกกฤษฎีกามา “เกทับ”...ข้อความบางช่วงบางตอนตามการตีความของกฤษฎีกาเกี่ยวกับปัญหาตำรวจตั้งจุดตรวจบนถนนหลวงจะต้องขออนุญาตจากผู้อำนวยการทางหลวง ตาม พ.ร.บ. ทางหลวงก่อนหรือไม่ โดยมีตอนหนึ่งระบุว่า....จนท. ของรัฐแต่ละหน่วยงานมีหน้าที่ดำเนินการต่างๆ แทนรัฐด้วยกันทั้งสิ้น ตามประกาศของคณะปฏิวัติประสงค์ห้ามเฉพาะบุคคลทั่วไปไม่ให้กีดขวางเส้นทางการจราจรแต่ไม่รวม จนท. ของรัฐ ซึ่งมีอำนาจสามารถกระทำได้....ยกมาแค่นี้ “ตำรวจเฮ”...แต่ช้าก่อนต๋อย...ประเดี๋ยว “บิ๊กเกรียน” จะทำให้ “หุบ”

00000.....อันว่ากฤษฎีกา ก็คือ หน่วยงานขึ้นตรงต่อรัฐ...ดังนั้น การ “ตีความ” ใดๆ ย่อมเข้าข้างรัฐตามปกติแต่ปัญหามีอยู่ว่า “คำถาม - ล่อเป้า” ที่คุณตำหนวดส่งไปนั้นมัน “จริงใจ” หรือ “จิงโจ้” ให้ได้คำตอบตรงกับความต้องการของตัว.....ถึงกฤษฎีกาจะชี้แบบนี้แต่อย่าลืมว่ากฤษฎีกาไม่ใช่ศาล หากเกิดเรื่องขึ้นเช่นอุบัติเหตุที่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถพิสูจน์ได้ว่า “ด่านตรวจ” ของตำรวจที่ตั้งขึ้นมั่วๆ - ซั่วๆ ทำให้บาดเจ็บ ล้มตายหรือเสียหายต่อทรัพย์สินไปนั้น ถามว่า สามารถคุ้มครองคุณพี่ “ตำหนวด” คนตั้งด่านได้ไหม....ดังนั้น ก่อนที่ รรท.ผบก.เมืองโคราช จะ “สะดิ้ง” ออกมา “ดีด - ดิ้น” ขู่จะเล่นงานมิสเตอร์ “โป้งเหน่ง” ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ซึ่งข้าราชการไทย - ตำรวจไทย ถนัดกันนักหนาเอามาใช้เป็นเครื่องมือ “ปิดปาก” ขอได้โปรดแจกแจงประชาชนคนใช้รถใช้ถนนให้ชัดๆ ว่า แล้วด่านที่ถูกต้อง “หน้าตา” ของมันต้องเป็นอย่างไร...เช่น มีป้ายบอกให้รู้ล่วงหน้า - มีป้ายหยุดตรวจบนแผงกั้น - มีป้ายให้เห็นในระยะ 15 เมตรก่อนถึงจุดตรวจ พร้อมข้อความระบุชื่อผู้บังคับการฯพร้อมหมายเลขโทรศัพท์ - กรณีกลางคืนมีแสงสว่างมองเห็นในระยะ 150 เมตร - มีเจ้าหน้าที่สัญญาบัตรยศตั้งแต่ ร.ต.ต. เป็นคนควบคุม - เจ้าหน้าที่ต้องอยู่ในเครื่องแบบ มีป้ายชื่อ ยศ ชัดเจน - ไม่ตั้งด่านซ้ำซ้อนบนถนนเดียวกัน - ต้องได้รับอนุญาตจาก ผบก. ขึ้นไป...แบบนี้ใช่ไหมครับ !!??

00000.....ทุกข้อที่ระบุมานั้น “บิ๊กเกรียน” สนใจอยู่ข้อสุดท้ายข้อเดียวที่ระบุว่าด่านตรวจ “ถูกต้อง” ไม่ใช่ด่านลอย ด่านผี ด่านตีกิน ด่านรีดไถ แอบจับ ซุ่มถ่ายล้วน จะต้องขออนุมัติ หรือ “รับรอง” โดย “ผู้บังคับการจังหวัด” เท่านั้น.....แล้วส่วนที่เหลือขอ “ตีความ” เหมารวมว่าเป็นด่าน “นอกคอก” ด่าน “เถื่อน” ด่านทำมาหา “แ-ก” ใช่ไหมคับ!!??....และให้แน่เข้าไปอีกขั้น หากด่านถูกต้องมีการรีดไถ มีการเรียกรับผลประโยชน์ “ผู้การ” ในฐานะเป็นคนการันตีคุณภาพจะต้องเข้าข่ายในฐานะ “หัวหน้าแก๊ง” ด้วยรึเปล่า...55555 !!??....เอาดิ...แต่คงไม่ต้องสุดซอยถึงขนาดนั้น....ในฐานะเคยเป็น “ลูกย่าโม” มีบ้านช่อง - ห้องหอ อยู่โคราชมาหลายปี (ขายกินไปแล้วฮ่ะ) ต้องอาศัยถนนมิตรภาพ อยู่เป็นประจำ....ออกจากกรุงเทพมหานคร ต้องผ่านพระนครศรีอยุธยา - สระบุรี ไม่ค่อยมีปัญหา (มาก) แต่มิได้หมายความว่าไม่เคยถูกตำหนวดไถ....พอได้จังหวะเลี้ยวขวาโคราช เท่านั้นแหละด่านตำรวจ “ยุ่บยั่บ” ทั้งกล้องจับความเร็ว ด่านตรวจต่างๆ จนไปถึงรถสายตรวจตำรวจทางหลวง....ราคามาตรฐาน 100 บาท ขาดตัว....ล่อกันเพลิดเพลินเจริญใจจนถึงที่หมาย...กรณีของมิสเตอร์ “โป้งเหน่ง” นายเกรียงไกร ไทยอ่อน ซึ่งต่อไปนี้กระพ้มจะยกท่านให้เป็น “จเรแห่งชาติ” พอจะเข้าใจได้ว่าบ้านท่านอยู่ จ.หนองบัวลำภู เมื่อเดินทางเข้า กทม. บ่อยๆ ก็ต้องใช้เส้นทางหลักขอนแก่น ผ่านติ่งชัยภูมิ ก่อนเข้าแดนโคราช ซึ่งแน่นอนว่าโอกาสถูกเรียกตรวจ (โดยตำรวจดีๆ) และถูกเรียกไถ (โดยตำรวจเลวๆ) ย่อมมีอยู่มากตามระยะหมุนของล้อรถยนต์ไปด้วย....
 
 
00000.....สมมติว่าถ้ากระพ้ม เป็น รรท.ผบก.โคราช หลังจากที่ถูก มิสเตอร์ “โป้งเหน่ง จเรแห่งชาติ” ชำแหละด่าน “เจอหอ” เอ้ย.... “จอหอ” มาหลายครั้ง ที่ถูกที่ควรจะรีบ “เทียบเชิญ” ขอให้ท่านมาปรับทัศนคติตำรวจโรงพักจอหอ ให้ทำงานเป็นที่ถูกต้อง หรือถูกใจประชาชนไว้ก่อน....ขอโทษนะกระพ้ม “ขอเผือก” ตามหน้าที่ว่าวิธี “ข่มขืนเขาโคให้กินหญ้า” นั้นมันล้าสมัย....ที่ไปขู่เขาจะเอาผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ - พิวแตะ อะไรน่ะ มันไม่ได้ผลแล้ว...ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่เขาก้าวผ่านความหวาดกลัวตำหนวดไทยกันแล้ว...ต่อไปนี้คุณตำหนวดต้องวางตัวให้เหมาะสม...ไม่ต้องเชื่อกระพ้มแต่ขอให้ดูการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก และถ้ายังไม่ “เข้าหู” ก็กลับไปอ่านพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องทุกข์ร้อนของประชาชน ก็คือ ทุกข์ร้อนของตน (ตำรวจ)...ด้วยพระปรีชา - ด้วยสายพระเนตรยาวไกล “พ่อ” ท่านมองเห็น หากตำรวจผู้มีหน้าที่โดยตรงไม่ขจัดปัดเป่า...ทุกข์ของประชาชนก็คือทุกข์ของตำรวจ...ดังนั้น คุณตำรวจต้องเลือกประชาชน และเชื่อว่า ประชาชนไม่ขออะไรมาก.....หยุดรังแกเขา..... ให้ความเสมอภาคในเรื่องยุติธรรม สังคมจึงจะเป็นสุข ตำรวจเองก็จะเป็นสุขในการปฏิบัติหน้าที่ไม่ต้องถูกใครร้องเรียน แต่มีคนเดียวที่จะซวยคือกระพ้ม ต้องตกงานแน่ๆ เนื่องจากสังคมนี้มีแต่คนดีแล้วจะเอาอะไรมาเขียน มาฟ้องกันล่ะ...แฮ่มมม...แต่ยอมนะ

00000.....และนาทีทองแห่งการกอบกู้ “ภาพลักษณ์” ของคุณตำหนวดก็ผ่านไป....บ่งตง...น่าเสียดาย...ไม่รู้จะพูดไง ทำไมตำรวจยุคนี้จึง “ไร้กึ๋น” ขบปัญหา “ไม่แตก” ส่วนใหญ่ชอบแสดง “อิทธิฤทธิ์” ชอบใช้อำนาจ “บาตรใหญ่” คิดไม่ได้กันจริงๆ (นะ) ว่า ประชาชีเขาเดินไปไกลจนแซงหน้าตัวเองไปแล้ว.....กลับมาเรื่องด่านไถ ด่านเถื่อนและด่านถูกต้องตามกฎหมายกันอีกนิด...อย่าเพิ่งเบื่อกันซะก่อน....เดี๋ยวมีทีเด็ดให้หายง่วงกัน.....ตามที่ กระพ้ม ให้รายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติต่างๆ ของด่านตรวจที่ถูกต้องตามระเบียบไปแล้ว ยังมีเรื่อง “ค้าง - คาใจ” อีก 1 ข้อ (ใหญ่) ที่สังคมไทยอยากรู้ ใคร่เห็นนั่นก็คือเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งใบสั่งมันมีจริงหรือไม่...ถ้ามีใครเป็นคนได้เงินส่วนแบ่งนี้เช่นในกรุงเทพมหานคร หน่วยงานอื่นที่เข้ามาสนับสนุนเช่น กทม. ได้กี่เปอร์เซ็นต์ - ตำหนวดกี่เปอร์เซ็นต์ - มีใครหน้าไหนบ้าง เช่น ระดับกองบัญชาการ กองบังคับการ กองกำกับการ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง....เมื่อได้ข้อเท็จจริงก็คงมีคำถามกันอีกว่าต่อไปจะยกเลิกส่วนแบ่งของตำรวจระดับบริหารได้มั้ย...เหตุผลไม่มีอะไรมากก็ขุ่นพี่นั่งห้องแอร์ กินข้าวร้อน ว่างตีกอล์ฟ ส่องพระ ไปจนถึงตีหม้อไฟฟ้า...ถามจริ๊งงงง ไม่อายลูกน้องเหรอ...พวกดาบ หมู่ จ่า “บากหน้า - ตากแดด” (คำหลังห้ามผวน) ผิวหนังนี้ทั้งเกรียมทั้งกรอบแทบจะเป็นหมูย่างเมืองตรัง.... แถมยังถูกชาวบ้านด่า .....หลายคนต้องไม่สบายกลายเป็นโรคปอด โรคเครียด ....เจ็บทั้งกาย เจ็บทั้งใจ (โคตรน่าสงสาร) หยุดเอารัดเอาเปรียบตำรวจชั้นผู้น้อยซะทีเหอะ!!??.....

00000.....พูดถึงประเด็น “นายนั่งห้องแอร์ - ลูกน้องออกมาหารับทาน” นี่อดไม่ได้จริงๆ (อีกแล้วครับทั่น) จะต้อง “สาวไส้ - ให้กากิน” อีกสักรอบ.....เคยๆ ได้ยินไหมตำรวจ (เจ้านาย) สั่งลูกน้องทำยอดค่าปรับจราจร...ถ้าไม่เคยได้ยิน หรือได้ยินแว้บบบๆ ผ่านหู “บิ๊กเกรียน” จะขยายให้ฟัง ให้เห็นภาพต่อ....จากระเบียบ ตร. ให้เจ้านายระดับ ผบก. สั่งตั้งด่านถูกระเบียบหรือถูกกฎหมายนี่แหละ จึงเป็น “ช่อง” ทำมาหา แ-ก ของตำรวจเลวๆ บางคน...วันซวยคืนร้าย (ต่างจากวันดีคืนดี) ทั่นต้องการหาค่าเล่าเรียนลูกที่ส่งไป “อัปเกรด” ต่างประเทศก็จะสั่งให้ระดมกวดขันวินัยการจราจรในจังหวัดอย่างเข้มข้น “ทำไง” ก็ได้ต้องหามาให้ท่านเดือนละ 1 - 2 แสนว่ากันตามคำสั่ง และข้อตกลง....ลูกน้องรับงานจับกัน “อิ๋บอ๋าย - ทะลายป่วง” เพื่อให้ได้ยอด (เยอะๆ)...พอชาวบ้านถาม หรือหน่วยงานราชการอื่นถามก็อ้างวินัยจราจร.....พฤติการณ์แบบนี้วงการตำรวจเขารู้ไส้รู้พุงกันดี...ไม่งั้น “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จะออกมา “แตะเบรก” อยู่บ่อยๆ หรือ โดยทุกครั้งที่เกิดปัญหาการตั้งด่านรีดไถ ทั่น ผบ.ตร. มักแสดงความเห็นประมาณว่าต้องการให้มีด่านตรวจน้อยๆแต่ให้มีประสิทธิภาพเยอะๆ....เพราะการตั้งด่านความมั่นคง ก็ดี ด่านยาเสพติดก็ดี เขามีหลักปฏิบัติชัดเจนอยู่....ต่างจากด่านตรวจ ด่านผี ด่านลอย หรือแม้แต่ด่านที่ถูกต้องก็ยังไม่พ้นข้อครหาว่ามีการรีดการไถ (ทุเรศไหมล่ะ) ....นายตำรวจที่ไม่เห็นดีเห็นงามและส่งสัญญาณเตือนลูกน้องบ่อยๆอีกคนก็คือ “บิ๊กหยม” พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวศ ผบช.ภ.1....นี่ไงที่กระพ้มบอกว่าตำรวจเขารู้ไส้รู้พุงกัน
 
00000.....เพราะฉะนั้นจึงเกิดเรื่องฉะนี้โดยคำสั่ง “บิ๊กแป๊ะ” ให้กวดขันรถรถบรรทุกน้ำหนักเกินที่กฎหมายกำหนด เพราะเป็นตัวการทำถนนพัง ตามนโยบายของ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ....น้ำบานกันล่ะซิ!!??.....ข่าวเล็กๆ แต่มีผลกระทบเปรี้ยงปร้าง “บิ๊กเกรียน” ขอนำมาขยายให้ “เกิดเรื่อง - เป็นประเด็น” แถมท้ายรายการอีกสักนิด....เป็นที่ทราบกันดีว่าตัวการ “ถนนพัง” นอกจากถนนไม่ตรงตามสเปก มีการโกงกิน ทั้งนักการเมือง ผู้รับเหมา และข้าราชการ (ตัวแสบ) แล้ว ยังเกิดจากบรรดารถบรรทุกน้ำหนักเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด....กระพมขอเน้น “เนื้อๆ” ไปที่รถบรรทุกอ้อย “นักเลง - ขาใหญ่” ผู้สร้างความเดือดร้อน ความเสียหายให้กับถนนหลวงมาอย่างช้านาน....ก่อนอื่นมาดูเส้นทาง - สัญจรของบรรดารถบรรทุกอ้อยกันก่อน....ที่ตั้งโรงงานหีบอ้อย หรือโรงงานน้ำตาลในประเทศไทย มีด้วยกันทุกภาค ยกเว้นภาคใต้....อีสาน มี 19 แห่ง ตั้งอยู่ในจังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุดรธานี เลย มหาสารคาม สุรินทร์ มุกดาหาร ส่วนใหญ่ขึ้นตรงกับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4....ภาคกลาง 17 แห่ง ภาคเหนือ 12 ตะวันออก 5....ถนนหลักมีอะไรบ้างเจรนัยไม่หมด เอาเป็นว่าที่ท่านพ่อแม่พี่น้องของกระพ้มเคยเจอปัญหา เคยโคตรรำคาญกับการวิ่งตามตูดรถอ้อย และเสียวว่ามันจะล้มลงมาทับคงนึกภาพ คาดเดากันออก

00000.....กฎหมายเกี่ยวกับรถบรรทุกระบุว่า รถ 10 ล้อขนาดใหญ่ บรรทุกได้ไม่เกิน 20 ตัน รวมน้ำหนักรถต้องไม่เกิน 25 ตัน รถบรรทุก 10 ล้อ พ่วง 18 ล้อ บรรทุกได้ไม่เกิน 25 ตัน รวมน้ำหนักตัวรถ 50.5 ตัน รถบรรทุก 10 ล้อ พ่วง 22 ล้อ บรรทุกได้ไม่เกิน 28 ตัน รวมน้ำหนักรถ 53 ตัน รถเทรลเลอร์ พ่วง 18 ล้อ บรรทุกได้ไม่เกิน 25 ตัน รวมน้ำหนักตัวรถ 45 ตัน และรถเทรลเลอร์ พ่วง 22 ล้อ บรรทุกได้ไม่เกิน 30 ตัน รวมน้ำหนักรถต้องไม่เกิน 50.5 ตัน แต่ของจริงเกินทั้งนั้น มีตั้งแต่เกินเป็น 10 ตัน จนถึงคูณด้วย 2....คราวนี้มาดูการกำหนดความสูง - ยาว กันบ้าง...รถบรรทุกอ้อยห้ามสูงเกินกว่า 3.80 เมตร และยื่นท้ายได้ไม่เกิน 1.50 เมตร .....แต่ของจริงมันสูงอย่างน้อย 5 เมตร ต้องใช้ไม้ไผ่บ้างไม้ยูคาบ้างมาต่อเป็นคอก บางคันชะลูดราวต้นตาล... เสี่ยงอุบัติเหตุ - มีให้เห็นบาดเจ็บ - ล้มตาย กันทุกปี ด้วยน้ำหนักเกินแบบวินาศสันตะโรแบบนี้...ถนนหลวงต้องฉิบหายวายป่วง จะเพราะอะไรเสียล่ะ ถ้าไม่ใช่ขบวนการทำมาหากินบนถนนหลวง....ที่เหลือรถบรรทุกสินค้าประจำเส้นทาง รถบรรทุกหิน บรรทุกทราย ถ้าทำผิดกฎหมายก็ต้องจ่ายคุณตำรวจทั้งหมด.....กระพ้ม มิได้มีเจตนา “รังแก” ใคร เพราะช่วงนี้เพิ่งเข้าฤดู “หีบอ้อย” พอดิบพอดี...แถมด้วยเป็นต้นหน้าหนาว ได้เวลาท่องเที่ยว...การจัดระเบียบที่ “นายกฯลุงตู่” มีบัญชาไปยัง สตช. นั้น ต้องถือเป็นจังหวะที่เหมาะสม...รถบรรทุกอ้อย “ระราน” สังคมมาช้านานแล้ว...อย่ามาอ้างว่าเป็นพืชเศรษฐกิจ...อย่าเอาปากท้องเกษตรกรมาเป็นตัวประกัน....นี่กระพ้มยังอยากเสนอกติกาดีๆ ต่อท่าน ผบ.ตร. แนบท้ายไปด้วยว่าถ้าท้องที่ใดตำรวจโรงพักจับรถอ้อยบรรทุกหนักเกินได้ ต้องย้ายด่วนตำรวจทางหลวง ระดับ ผกก.- สารวัตร ให้หมด แต่ถ้าตำรวจทางหลวงไปจับรถบรรทุกอ้อยน้ำหนักเกินในพื้นที่ใด ก็จำเป็นต้องย้าย ผกก. และตำรวจสายจราจร ท้องที่นั้นๆ ให้หมดด้วย.....คราวนี้ก็คงแก้ปัญหารถบรรทุกอ้อยทำผิดกฎหมายได้อย่างแท้จริง (ซะที)
 
 

กำลังโหลดความคิดเห็น...