MGR Online - ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่พาชาวบ้านกว่า 20 ชีวิตร้องดีเอสไอ.ถูกหลอกเป็นสมาชิกกองทุนฌาปนจกิจสงเคราะห์ สุดท้ายไม่ได้รับผลประโยชน์ตามอ้าง มีผู้เสียหายกว่าแสนราย มูลค่า 360 ล้านบาท
วันนี้ (27 มิ.ย.)เมื่อเวลา 10.00 น.กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นายสามารถ เจนชัยจิตรวณิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่ฯ พร้อมด้วยผู้เสียหายกว่า 20 คน เดินทางมาขอความเป็นธรรมต่อ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ.เพื่อช่วยตรวจสอบขบวนการชักชวนลงทุนกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์แต่สุดท้ายไม่ได้รับผลประโยชน์ตามแอบอ้าง โดยมีตัวแทนจากศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ดีเอสไอ.รวมมูลค่าความเสียหาย 360 ล้านบาท
นายสามารถกล่าวว่า สืบเนื่องจากกลุ่มโพธิ์ทองผลิตกฤษณาครบวงจรห้วยบอน ทะเบียนเลขที่ 4-37-02-04/1-0007 ซึ่งก่อตั้งมาประมาณ 3-4 ปี โดยมีนายณัฐ ธิโสภา เป็นประธาน และนายบรรจง สมบูรณ์พร้อม เป็นผู้ชักชวนสมาชิก ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านจากภาคอีสานตอนบน การสมัครเป็นสมาชิกแรกเข้าจะเสียคนละ 1,100 บาท พร้อมแนะนำเพื่อนให้มาสมัครด้วยอย่างน้อย 10 คนจะสามารถเลือกเงื่อนไขได้ 3 ข้อในการช่วยเหลือศพ คือ 1.เสียชีวิตหลัง 6 เดือน รับเงินช่วยเหลือ 110,000 บาท 2.เสียชีวิตหลัง 6 ปี รับเงินช่วยเหลือ 200,000 บาท และ 3.เสียชีวิตหลัง 10 ปีขึ้นไป รับเงินช่วยเหลือ 300,000 บาท รวมทั้งยังอ้างเกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจ และ พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ ซึ่งจดทะเบียนกับกระทรวงการพัฒนาและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก เนื่องจากช่วงก่อตั้งกิจการใหม่ๆ นั้นสมาชิกได้รับเงินครบถ้วน แต่ตอนหลังเกิดบ่ายเบี่ยงไม่ยอมจ่ายเงินตามสัญญา สำหรับ พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ภายใต้การดูแลของ พม.จะต้องจดทะเบียนเฉพาะเขตพื้นที่นั้นๆ ไม่สามารถข้ามเขตจังหวัดได้ คาดว่าอาจเป็นการปลอมแปลงขึ้นมาและอยากให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย
นายสามารถกล่าวอีกว่า ขณะนี้นายณัฐ ธิโสภา ได้ถูกนายบรรจง สมบูรณ์พร้อม แจ้งความดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงประชาชนไปเรียบร้อยแล้ว แต่ต่อมานายบรรจงเข้ามารับหน้าที่เป็นประธานแทนพร้อมรับเงินจากชาวบ้านตามปกติแต่ไม่ดำเนินการตามเงื่อนไขของสวัสดิการดังกล่าว ทั้งนี้ อยากให้ตรวจสอบนายบรรจงว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขบวนการธุรกิจแชร์ลูกโซ่มีวิธีการที่ซับซ้อนมากขึ้นและต้องการให้ดีเอสไอ ช่วยตีแผ่ข้อเท็จจริงเพื่อให้ประชาชนที่ไม่ทราบเรื่องอีกมากได้รับรู้ความเข้าใจกรณีที่เกิดขึ้นเพื่อป้องกันการตกเป็นผู้เสียหาย
ด้าน ร.ต.ต.ธนสวาสดิ์ วัชรภิญโญ ประธานสายจาก จ.หนองคาย กล่าวว่า กลุ่มโพธิ์ทองผลิตกฤษณาครบวงจรห้วยบอนได้แอบอ้างเปิดเป็นรัฐวิสาหกิจเพื่อช่วยเหลือชุมชนในด้านฌาปนกิจศพ โดยมีค่าสมัครคนละ 1,100 บาท และต้องทำตามเงื่อนไขถึงจะได้สวัสดิการดังกล่าว ช่วงแรกสมาชิกได้เงินตามสัญญาครบถ้วนจึงเกิดความสนใจและสมัครเข้าร่วมเมื่อเดือน ธ.ค. 2557 จากนั้นตนได้ชักชวนคนรู้จักทั้งในจังหวัดเดียวกันและต่างจังหวัดจนขึ้นมาเป็นหัวหน้าสายมีสมาชิกทั้งหมด 4,000 คน โดยสมาชิกแต่ละคนต้องจ่ายเงินเดือนละ 100 บาทให้กลุ่มโพธิ์ทองผลิตกฤษณาครบวงจรห้วยบอน รวมเป็นเงินตกเดือนละ 1 แสนกว่าบาท โดยตนได้รับค่าตอบแทนจำนวน 20 เปอร์เซ็นต์จากยอดเงินทั้งหมดของสมาชิก
ร.ต.ต.ธนสวาสดิ์กล่าวอีกว่า กระทั่งเดือน เม.ย. 2559 เป็นต้นมา กลุ่มโพธิ์ทองผลิตกฤษณาครบวงจรห้วยบอน เริ่มติดค้างเงินค่าฌาปนกิจศพของสมาชิกทั้งหมดและพูดจาบ่ายเบี่ยงไม่ยอมจ่ายเงิน จนมีผู้เดือดร้อนเป็นจำนวนแสนกว่าราย จึงรวมตัวเดินทางมาที่ดีเอสไอเพื่อให้ช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเนื่องจากส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุตามต่างจังหวัด


