xs
xsm
sm
md
lg

ทนายเผย “อาเดม” ไม่รู้จัก “ยูซูฟู” แต่รับใช้พาสปอร์ตปลอมมาไทยหลังเหตุบึ้ม รอไปทำงานมาเลย์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


ASTV ผู้จัดการ - ทนาย “อาเดม” เผยลูกความยันไม่รู้จัก “ยูซูฟู” และผู้ต้องหาคนอื่น ยอมรับมีเชื้อสายอุยกูร์แต่อพยพไปตุรกีจนได้สัญชาติ เข้ามาไทย 21 ส.ค.หลังเกิดเหตุระเบิดแล้ว หวังมาพักชั่วคราวก่อนไปหางานทำในมาเลเซีย เพราะครอบครัวยากจน มีนายหน้าชื่ออับดุลเลาะห์ทำพาสปอร์ตปลอมให้ ส่วนอุปกรณ์ระเบิดที่ จนท.ยึดได้อยู่คนละห้อง อ้างสื่อสารผิดพลาดทำให้เข้าใจผิด

วันนี้ (15 ก.ย.) เมื่อเวลา 08.45 น. ที่มณฑลทหารราบที่ 11 นายชูชาติ กันภัย ทนายความของนายอาเดม คาราดัก หรือชื่อจริงนายบิลาเติร์ก มูฮัมหมัด ผู้ต้องหาคดีลอบวางระเบิดที่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทรที่ถูกจับกุมได้ที่พูลอนันต์อพาร์ทเมนต์ย่านหนองจอก ได้เข้าเยี่ยมลูกความภายในเรือนจำชั่วคราว หลังจากเมื่อวานนี้ไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ เนื่องจากนายอาเดมต้องตรวจร่างกายเพื่อเตรียมย้ายจากเรือนจำพิเศษมีนบุรีมาที่เรือนจำชั่วคราวแห่งนี้ ทำให้ทนายความต้องเปลี่ยนมาเข้าเยี่ยมเป็นวันนี้แทน

นายชูชาติกล่าวว่า ประเด็นที่จะสอบถามนายอาเดมในวันนี้คือความเป็นอยู่ของนายอาเดมที่ประเทศตุรกี เบื้องต้นทราบว่ามีฐานะยากจนและจะประสานเรื่องการติดต่อญาติและครอบครัวของนายอาเด็มซึ่งอยู่ที่อิสตันบูล ประเทศตุรกี เรื่องที่นายอาเดมถูกจับกุมด้วย ทั้งนี้ นายอาเดมไม่ได้มีท่าทางเครียดใดๆ เพราะเจ้าหน้าที่ทหารดูแลดีระหว่างควบคุมตัว จะเป็นห่วงก็เฉพาะเรื่องอาหารเนื่องจากนายอาเดมเป็นอิสลามที่เคร่งครัด

ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. หลังจากเข้าเยี่ยมนายอาเดมนานกว่า 5 ชั่วโมง นายชูชาติกล่าวว่า จากการสอบถามข้อมูลความเป็นอยู่ของนายอาเดมที่ประเทศตุรกีทำให้ทราบว่าเดิมทีนายอาเด็มเป็นชาวอุยกูร์ เกิดที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน ติดกับยุโรป แต่หลังจากบิดาเสียชีวิต ครอบครัวจึงอพยพไปอยู่ที่ตุรกีเมื่อปี 2547 จนตนเองและพี่น้องได้สัญชาติตุรกีแล้ว แต่เนื่องจากเป็นชนกลุ่มน้อยและครอบครัวฐานะยากจนจึงตัดสินใจเดินทางเพื่อไปหางานทำในประเทศมาเลเซีย และได้ติดต่อให้อับดุลเลาะห์ อับดุลลามาน นายหน้าค้าแรงงานในเวียดนาม ทำพาสปอร์ตปลอมให้ในชื่ออาเดมและเดินทางเข้าเมืองไทยโดยผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2558 หลังเกิดเหตุระเบิดแล้ว โดยนายอับดุลเลาะห์ได้ให้ตนเองไปอยู่ที่ห้อง 412 พูลอนันต์อพาร์ทเมนต์ ระหว่างรอหางานที่ประเทศมาเลเซีย และจัดหาอาหารใส่ตู้เย็นไว้ให้ พร้อมขู่ไม่ให้ออกจากห้องเพราะเป็นบุคคลต่างด้าว ส่วนตัวนายอับดุลเลาะห์ได้พักอยู่ที่ห้อง 414 และยึดพาสปอร์ตปลอมไว้ จนกระทั่งวันที่ 24 สิงหาคม นายอับดุลเลาะห์จึงยอมให้พาสปอร์ตก่อนจะออกจากอพาร์ตเมนต์ไปและไม่กลับมาอีกเลย จนกระทั่งเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2558 กลับถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวและกล่าวหาว่าเชื่อมโยงเหตุระเบิดที่ราชประสงค์ โดยนายอาเดมยอมรับผิดข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และใช้พาสปอร์ตปลอม แต่ปฏิเสธไม่รู้เห็นกับสารประกอบระเบิดที่พบในห้องแต่อย่างใด และอ้างว่าสิ่งของในห้องที่เป็นของนายอาเด็มมีเพียงเสื้อผ้าที่เตรียมซักเท่านั้น ชุดเสื้อผ้าที่ใส่ในวันที่ถูกจับก็เป็นเสื้อผ้าที่มีอยู่ในห้องแต่เดิมอยู่แล้ว รวมถึงกรรไกร ไขควง และไฟแช็กในห้อง นายอาเด็มก็เคยหยิบมาใช้ แต่นายอาเดมอ้างว่าไม่เคยเห็นท่อเหล็กและสารเคมีประกอบระเบิดใดๆ ในห้องมาก่อน จึงอาจเป็นสิ่งที่พบในห้องอื่น

นายชูชาติกล่าวต่อว่า นายอาเดมอ้างว่าไม่เคยรู้จักนายไมไรลี ยูซูฟู หรือผู้ต้องหาคนอื่นๆ ที่ถูกออกหมายจับมาก่อน ยกเว้นนายอับดุลเลาะห์ที่ทำพาสปอร์ตปลอมให้เท่านั้น ส่วนข่าวที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้น่าจะเป็นเรื่องการสื่อสารผิดพลาด เนื่องจากนายอาเดมกำลังสับสนและหวาดกลัวว่าจะถูกส่งกลับไปประเทศจีนเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม หลังจากนายอาเดมถูกย้ายมาคุมขังที่เรือนจำชั่วคราวแขวงนครไชยศรีก็ไม่มีอาการเครียด

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นายชูชาติมาเป็นทนายให้นายอาเดมได้อย่างไร นายชูชาติกล่าวว่า ได้รับการประสานจากล่ามของสถานทูตตุรกีซึ่งไม่ใช่ล่ามในคดีของนายอาเดมให้มาช่วยดูแล นายชูชาติจึงได้ไปที่เรือนจำพิเศษมีนบุรี และให้นายอาเดมเซ็นแต่งตั้งตนเองเป็นทนายให้ ซึ่งนายอาเดมก็ยินดีและไว้ใจตนเองเป็นอย่างมาก พร้อมร้องขอให้ตนเองติดต่อกลับไปยังพี่ชายที่อิสตันบูล ประเทศตุรกี เพื่อแจ้งให้ทราบว่านายอาเดมถูกจับกุมอยู่ที่ประเทศไทยด้วย ดังนั้น นายชูชาติจะทำเรื่องไปยังสถานทูตตุรกีเรื่องสัญชาตินายอาเดม และติดต่อครอบครัวของนายอาเดมอีกครั้ง


กำลังโหลดความคิดเห็น