xs
xsm
sm
md
lg

“สมยศ” ปฏิเสธข่าวคุมตัวมือบึ้มราชประสงค์ในประเทศมาเลเซีย ย้ายผู้ต้องหาไปราบ 11 เพื่อความปลอดภัย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


 
ASTV ผู้จัดการ - ผบ.ตร.ปฏิเสธข่าวการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ในประเทศมาเลเซีย ส่วนพยานที่คุมได้ย่านหอการค้ายังไม่ชัดเกี่ยวข้องขบวนการระเบิด เรื่องโยกย้าย ตม.ยืนยันเสร็จสิ้นก่อนเกษียณราชการแน่นอน สำหรับการย้ายผู้ต้องหาไปคุมขังที่ราบ 11 นั้นเป็นเรื่องขอวความปลอดภัยและการสอบปากคำเพิ่มเติม

วันนี้ (14 ก.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีระเบิดแยกราชประสงค์ และท่าน้ำสาทร ว่า พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.ได้รายงานให้ตนทราบเกี่ยวกับการขยายผลจับกุมผู้ต้องสงสัยร่วมขบวนการเพิ่มเติม ตนได้กำชับชุดสืบสวนผ่านไปทาง ผบช.น.เกี่ยวกับการรวบรวมพยานหลักฐานให้ทำด้วยความรอบคอบ เพื่อให้ศาลพิจารณาออกหมายจับตามขั้นตอนที่ถูกต้องรัดกุมต่อไป ส่วนรายละเอียดการสอบสวนและความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ต้องหาในขบวนการที่ออกหมายจับและจับกุมไปก่อนหน้านี้นั้นยังไม่ขอเปิดเผย

ส่วนกระแสข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซียจับกุมผู้ต้องหามือวางระเบิดได้นั้น ตนยังไม่ได้รับการประสานจากทางการมาเลเซียเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ขอให้สื่อนำเสนอข่าวด้วยความระมัดระวังเนื่องจากประเด็นดังกล่าวกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะการระบุว่าทางการไทยส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้านนั้นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง ผิดกฎหมาย และทำให้ตำรวจทำงานยาก ดังนั้นตนจึงขอปฏิเสธข่าวทั้งหมดที่เกิดขึ้นว่าทางรัฐบาลไทยได้ส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าไปทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของมาเลเซีย

“หากมีการจับกุมตัวผู้ต้องหาได้จริง ยืนยันว่าเราจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และที่ผ่านมาขอปฏิเสธว่าตำรวจไทยไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปสืบสวนกรณีดังกล่าวในประเทศมาเลเซียตามที่มีกระแสข่าวแต่อย่างใด รวมทั้งกรณีข่าวที่ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร.ได้เดินทางไปประสานขอตัวผู้ต้องหาที่มาเลเซียช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ขอยืนยันว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ไม่ได้เดินทางไปประเทศมาเลเซีย และไม่ได้ไปเรื่องคดีดังกล่าวแต่เดินทางไปด้วยเรื่องส่วนตัว ท่านได้มาขอลาหยุดกับผมเอง และผมก็ได้อนุญาตให้ท่านไป แต่ท่านจะไปที่ใดนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน” ผบ.ตร.กล่าว

พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า สำหรับการติดตามตัวนายอิซาน ผู้ต้องหาในคดีนี้ที่ถูกออกหมายจับคนล่าสุด เป็นเรื่องของชุดสืบสวนที่ต้องตรวจสอบว่านายอิซานหลบหนีไปอยู่ที่ประเทศใด โดยจากกระแสข่าวว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีต่อเข้าไปประเทศปากีสถาน ซึ่งทางการไทยก็ต้องขอข้อมูลจากทางการปากีสถานว่าผู้ต้องหาได้เดินทางออกไปหรือยังไม่ได้เดินทางออกไปกันแน่ ตอนนี้ยังไม่ได้รับรายงานเกี่ยวกับข้อมูลยืนยันแต่อย่างใด

พล.ต.อ.สมยศกล่าวถึงการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองว่า การโยกย้ายเป็นเรื่องของ ผบช.สตม. แต่เรื่องนโยบายการโยกย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนนั้นไม่ใช่เเค่เรื่องระเบิดที่แยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทรเท่านั้น แต่ประเด็นนี้มาตั้งแต่การปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาในพื้นที่ภาคใต้แล้ว ซึ่งมีการให้ตำรวจ ตม.ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือบกพร่องปล่อยปละละเลยหน้าที่มาช่วยราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้เตรียมสับเปลี่ยนโยกย้ายเจ้าหน้าที่ ตม.เหล่านั้นออกนอกพื้นที่ ทั้งนี้การย้ายเจ้าหน้าที่ระดับ ผกก.ลงไปนั้นเป็นหน้าที่ของผู้บัญชาการ ตม. ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้สั่งการเกี่ยวกับเรื่องตำรวจ ตม.เป็นลายลักษณ์อักษรลงมา เพียงแต่ได้ให้สัมภาษณ์ว่าให้เข้ามาดำเนินการ แต่ต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ซึ่งต้องสอบสวนตรวจสอบให้รอบคอบว่าเขามีความผิดจริงหรือไม่

“ก็ได้สั่งการให้ทางจเรตำรวจลงไปดำเนินการเรื่องนี้ ต้องรอว่าผลจะเป็นอย่างไร แต่ยืนยันว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ก่อนที่ผมจะเกษียณอายุราชการแน่นอน ส่วนตำรวจ ตม. ที่จะต้องดำเนินการคงเป็นระดับที่เคยเรียกให้มาช่วยราชการก่อนหน้านี้ทั้งหมด” ผบ.ตร.กล่าว และว่า ส่วนกรณีการย้ายตัวผู้ต้องหาไปคุมขังที่มณฑลทหารบกที่ 11 อาจจะเป็นเรื่องของความปลอดภัยรวมทั้งความจำเป็นในเรื่องการสอบปากคำเพิ่มเติม หากดำเนินการในเรือนจำปกติอาจติดขัดในเรื่องของระเบียบเวลาการเข้าพบ ทุกอย่างตนเชื่อว่าทุกคนทำเพื่อประเทศชาติ ขณะที่คดีนี้จะพิจารณาที่ศาลไหนก็แล้วแต่ก็ต้องเป็นไปตามระเบียบข้อกฎหมายไม่สามารถหลีกเลี่ยงไปได้

พล.ต.อ.สมยศกล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบความเชื่อมโยงในคดีระเบิดนั้นพบว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ โดยคนร้ายเป็นกลุ่มที่เสียผลประโยชน์จากธุรกิจการค้ามนุษย์ และเมื่อตำรวจไปทำลายธุรกิจของพวกเขาจึงเกิดความไม่พอใจและมาก่อเหตุเพื่อล้างแค้นเจ้าหน้าที่รัฐที่ไปทำให้ขบวนการของเขาพังทลายลงนั่นเอง อย่างไรก็ตามตอนนี้สำนวนในคดีทั้งหมดได้ถูกรวมไว้หมดแล้ว โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์เป็นหัวหน้าสำนวนดังกล่าว
 
 

กำลังโหลดความคิดเห็น...