ASTVผู้จัดการ - ตำรวจไทยงงหลัง ผบ.ตร.ออกคำสั่งฟันตำรวจนครปฐมยกจังหวัด เผยข้อมูลคลาดเคลื่อนไม่มีตำรวจถูกยิงตายในบ่อน และไม่มีบ่อนในจังหวัดนครปฐมแต่ต้องเจอผิดกันทั้งยวง ผลพวง“บิ๊กอ๊อด”ย้ายอื้อฉาวครั้งนี้ นายตำรวจมือปราบยาเสพติดระดับประเทศเตรียมรับรางวัลจาก ปปส.ต้องมัวหมองถูกถอดชื่อออก
กรณีพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร. “ของขึ้น”ลงนามคำสั่ง ตร.ที่ 293/2558 ย้ายล้างบางตำรวจ จ.นครปฐม ประกอบด้วยพล.ต.ต.พจน์ บุญมาภาคย์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พล.ต.ต.ประภากร ริ้วทอง ผบก.สส.ภาค 7 พ.ต.อ.รัตนะ ปาลจันทร์ รองผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ไพฑูรย์ พิทักษ์ธรรม ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.อ.อุดม เปี่ยมศักดิ์ ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.ท.สุธี วรรณสูตร รองผกก.ป. พ.ต.ท.ภูวดิท คงเพชร รองผกก.สส. พ.ต.ท.ครุพงษ์ แก้วสะอาด สวป.และพ.ต.ท.ภาณุทัต เหลืองสัจจะกุล สว.สส. ส่วนตำรวจนอกหน่อยที่โดนหางเลขก็คือพล.ต.ต.ทวิพงศ์ พงศ์สูงเนิน ผบก.สันติบาล 3 และพ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก. 5 ป.น้องชายแท้ๆของพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร.รวมทั้งสิ้น 11 นาย
คำสั่งดังกล่าวสร้างความฮือฮาอีกครั้งในแวดวงตำรวจไปพร้อมๆกับความชินชาที่มีการย้ายแบบยกกระบิในหลายๆครั้งของยุคตำรวจลายพราง อย่างไรก็ตามประเด็นน่าสนใจของการย้ายตำรวจพื้นที่โดยพ่วงตำรวจนอกหน่วยด้วยข้อหาประสิทธิภาพหย่อนยาน ปล่อยปละละเลยให้มีอาชญากรรมรุนแรงล้นเมืองนั้นยังถือเป็นของใหม่ และน่าจะเป็นเรื่องยินดีแก่สุจริตชนที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้พิทักษ์ ปกป้องให้ประชาชนรอดพ้นจากภัยอาชญากรที่มีหลายรูปแบบยิ่งได้เห็นท่าทีอันแข็งกร้าวของ ผบ.ตร.เรียกตำรวจระดับหัว หรือระดับบังคับบัญชาของตำรวจภาค 7 ทั้งหมดมาร่วมประชุมยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ซึ่งบรรยากาศในการประชุมเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด นอกจากตำหนิการทำงานแล้วยังมีการคาดโทษส่งสัญญาณแรงๆไปยังพล.ต.ท.วีรพงษ์ ชื่นภัคดี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของพื้นที่บริหาร
“คดีแรกที่สะเทือนขวัญเป็นคดีแก๊งเด็กแว้นยิงวัยรุ่นต่อหน้าแม่ในร้านบะหมี่ ตำรวจไม่สามารถจับกุมได้ผมต้องส่งชุดสืบสวนพิเศษของผม (พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบ.ตร.ฝ่ายความมั่นคง)ลงไปจึงจับกุมได้ ต่อมามีการยิงกันจนตำรวจสันติบาล 3 เสียชีวิตไป 1 นายประชาชนอีกหลายคนบาดเจ็บก็เกิดในจังหวัดนครปฐม เป็นคดีสะเทือนขวัญประชาชนให้ความสนใจ และเมื่อ 2 วันก่อนมีคดียิงกันตายเกิดขึ้นอีก จากการสืบสวนของผม ผมได้รับข้อมูลจากประชาชนในพื้นที่ส่งข้อมูลมาหลายช่องทั้งทางโทรศัพท์และโซเชี่ยลมีเดีย ทราบว่าสาเหตุมาจากการโกง หักหลังเล่นการพนัน แสดงว่าในพื้นที่นครปฐม มีบ่อนการพนันจึงเกิดทะเลาะวิวาทถึงขั้นยิงกันจนเสียชีวิต ผมเคยบอก ผบช.ภ.7 ไปแล้ว กำชับผบก.นครปฐม ไปแล้วว่ามีบ่อนอยู่หลายจังหวัด เช่นกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรีและนครปฐม พยายามสื่อกับท้องที่ตลอดแต่ไม่ดำเนินการอะไรจนเกิดเหตุยิงกันตาย เข้าใจว่าบริเวณใก้ลๆบ่อนการพนันและสาเหตุมาจากการโกง หักหลังกันนั่นเอง”
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่าวันนี้ตนได้สั่งตำรวจภาค 7 ตั้งแต่ผบช.จนถึง ผกก.ทุกนายมาประชุมที่ ตร.เพื่อทำความเข้าใจ บอกนโยบายไปว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร ไม่เพียงตำรวจในพื้นที่เท่านั้นตำรวจที่เกี่ยวข้องเช่นกองกำกับการสืบสวน หรือกองบังคับการการปราบปราม ต้องร่วมรับผิดชอบ
“กรณีพ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก . 5 ป.ที่ผมสั่งมาช่วยราชการเป็นน้องชายของผมเอง แต่ต้องร่วมรับผิดชอบไม่มีลูบหน้าปะจมูก ถ้าทำผิดต้องยอมรับผิด ทำไม่ดีต้องยอมรับว่าทำไม่ดี ไม่ใช่ว่านามสกุลพุ่มพัน์ม่วง แล้วยกเว้น ผมไม่มีข้อยกเว้น ทำให้เห็นจะจะว่าเมื่อมีหน้าที่รับผิดชอบต้องทำ ไม่ใช่ลูกคนนั้น หลานคนนั้น น้องคนนี้ต้องเว้น ไม่มีละเว้นในยุคของผม แล้วไม่ต้องมีใครมาขอผม มีคนพยายามโทรฯบอกว่าคนนี่เกี่ยวไหม ไม่เกี่ยวอย่างนั้นอย่างนี้ ผมตัดสินใจได้เองไม่ต้องมาสอนผม ผมโตแล้ว มีคนบอกว่าผมเอาตำรวจมาช่วยราชการเยอะแยะไปหมดแล้วไม่มีคนทำงาน ไม่เป็นไรเลยครับ ผบก.มารอง ผบก. รองผบช. อยากมารักษาการแทนตั้งหลายคน ตอนนี้ผมให้สิทธิ ผบช.เลือกคนมาทำงานแทน เอาคนที่ทำงานได้ ผาก ผบช.เลือกมาแล้วยังไม่ดีอีกผมอาจจะเรียก ผบช.มานั่งคุยกับผมที่ ศปก.ตรก็ได้ อยากลองเหมือนกันว่าจะเอา ผบช.มาได้หรือไม่ ถ้าไม่ทำ”พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอย่างมีอารมณ์และสีหน้าเคร่งเครียด
สำหรับคดีตำรวจสันติบาล ถูกยิงเสียชีวิตนั้น ผบ.ตร.แสดงความเห็นว่าเป็นคดีทะเลาะวิวาทธรรมดา แต่คดีบ่อนการพนันมีเงื่อนงำ สังเกตได้ว่าคดีสำคัญๆ สะเทือนขวัญมักมีญาติ คนสนิทหรือคนใก้ลชิดรีบเสนอหน้าออกมามอบตัว หรือสารภาพว่าเป็นผู้กระทำนั้นมักมีเงื่อนงำทั้งสิ้น
“ผมเป็นคนบ้าอำนาจ แต่บ้ากับคนผิด ไม่ได้บ้ากับคนดี ไม่ใช่คนโรคจิตที่จะไปลงโทษใครหากใม่ได้ทำผิด แต่หากผิดจะไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น และยังจะมีผู้เกี่ยวข้องนอกเหนือจากนี้โดยจะมีคำสั่งเพิ่มอีก แต่ละสายแต่ละหน่วยต้องมีส่วนรับผิดชอบทั้งสิ้น ส่วนจะเป็นการเสียขวัญกำลังใจของตำรวจหรือไม่นั้นผมยืนยนว่าลงโทษเฉพาะคนที่ทำผิดเท่านั้น”
ย้อนกลับมายังคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่293/2558 หรือคำสั่งโยกย้าย 11 นายตำรวจฐานปล่อยปละละเลยให้มีอาชญากรรมล้นเมืองนั้นในโลกโซเชียลมีเดีย ได้มีการไลน์สำเนาเอกสารดังกล่าวกระจายไปยังกลุ่มข้าราชการตำรวจเมื่อกลางดึกคาบเกี่ยวระหว่างวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค.และจันทร์ที่ 25 พ.ค.2558 อย่างไรก็ตามมีข้อมูลดิบนอกเหนือจากเอกสารสั่งย้าย 2 ฉบับยังมีการระบุจากผู้ส่งข้อความเองว่าสาเหตุมาจากมีตำรวจสันติบาล ถูกยิงตายในบ่อนบรรดาผู้ได้รับข้อมูลจากไลน์จึงประติดประต่อเรื่องราวว่าน่าจะเป็นความจริงเพราะมีการสั่งย้ายพล.ต.ต.ทวิพงศ์ พงศ์สูงเนิน ผบก.สันติบาล 3 ในฐานะผู้บังคับบัญชาที่จะต้องร่วมรับผิดชอบด้วย
กระแสข่าวลือกันอย่างไม่หยุด ส่วนใหญ่มุ่งสืบค้นข้อมูลว่าบ่นเกิดเหตุคือบ่อนพนันของใคร ตั้งอยู่ตรงไหนและทำไมมือปืนจึงกล้ายิงเจ้าหน้าที่ตำรวจตายคาบ่อน หนักไปกว่าก็คือตำรวจสันติบาลไปทำอะไรในบ่อน เป็นนักบินหรือได้รับคำสั่งจากใครให้ไปเก็บส่วยกระทั่งมากระจ่างเมื่อพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบตร.ฝ่ายความมั่นคง ชุดสืบสวนพิเศษของผบ.ตร.ออกมาเปิดเผยว่าคดีคนร้ายยิงส.ต.ต.สหชาติ ถึงสุข ผบ.หมู่ กก.1 บก.ส.3 เสียชีวิตเหตุเกิดท้องที่ จ.นครปฐม เมื่อกลางดึกวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมาเป็นคดีทะเลาะวิวาทธรรมดาโดยคืนเกิดเหตุส.ต.ต.สหชาติ ได้ไปเที่ยวผับแห่งหนึ่งกับนายปิ่นศักดิ์ เตียนสำรวย อายุ 29 ปีอาชีพพ่อค้าขายกระเป๋ารวมกับเพื่อนๆทั้งหมด 5 คนเมื่อเที่ยวเสร็จได้ไปกินข้ามต้มต่อระหว่างขับรถกลับบ้านมีคนร้ายขับ จยย.ประกบรัวยิงเป็นเหตุให้นายปิ่นศักดิ์ ซึ่งทำหน้าที่คนขับตายคาที่ส่วนส.ต.ต.สหชาติ ได้รับบาดเจ็บอากการสาหัสรักษาตัวในโรงพยาบาล 3 วันก่อนเสียชีวิตซึ่งในขณะนี้ทราบตัวคนร้ายและออกหมายจับไปแล้วคือนายกิษิดิ์เดช จ้างอีจาง อายุ 25 ปีอยู่บ้านเลขที่ 102หมู่2 ต.หนองปากโลง จ.นครปฐม มือปืนกับนายเอ นามสมมุติอายุ 17 ปีทำหน้าที่ขับ จยย.
ส่วนคดีเกี่ยวกับการพนันคนตายชื่อนายสมศักดิ์ หรือมด แสงทอง อายุ 29 ปีอยู่บ้านเลขที่ 56/60 หมู่ 5 อ.เมือง จ.นครปฐม อาชีพค้าสุกรชำแหละและเป็นเซียนพนันตัวยง ถูกมือปืนยิงเสียชีวิตหน้าร้านตั้งเซียฮวด เลขที่ 49/173 ต.ห้วยจระเข้ อ.เมือง จ.นครปฐม สาเหตุคาดว่าก่อนหน้าผู้ตายไปเล่นการพนันกำถั่วในบ่อนใหญ่แห่งหนึ่งของ จ.กาญจนบุรี ได้เงินมาหลายล้านบาทแต่บรรดานักพนันที่เล่นด้วยเข้าใจว่านายสมศักดิ์ โกงจึงตามมาทวงเงินคืนแต่เกิดปากเสียงกันจึงจ่อยิงเสียชีวิตซี่งในระหว่างเคลียร์ปัญหากันนั้นมีตำรวจชั้นประทวนสังกัด สภ.เมืองนครปฐม ร่วมอยู่ด้วยแต่ไม่ดำเนินการอะไร
จากข้อมูลทั้งหมดทีมข่าวอาชญากรรมASTVผู้จัดการ ได้ลงพื้นที่สืบค้นข้อเท็จจริงทำให้ทราบอีกด้านหนึ่งเรื่องราวดังกล่าวว่าในเขตรับผิดชอบจังหวัดนครปฐม นั้นไม่มีบ่อนการพนันแม้แต่บ่อนเดียวทั้งนี้จากการสอบถามประชาชนทั่วไป รวมทั้งข้อมูลจากข้าราชการท้องถิ่น ฝ่ายปกครองหรือแม้แต่ทหารต่างยืนยันว่าเป็นจังหวัดปลอดบ่อนการพนัน ก็ว่าได้ ยกเว้นมีการลักลอบในกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่เป็นครั้งคราวแต่ตำรวจก็พยายามกดดัน ในหลายมาตรการเช่นขอหมายค้น ตั้งด่านสกัดและยิ่งเป็นนโยบายของรับบาล กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจทุกท้องที่ก็ต้องให้ความสำคัญส่วนคดีอุฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นยังไม่ถึงกับน่าสะพรึงกลัวหรือวิกฤตจนกระทบกับการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไป
เช่นคดีเด็กแว้นเกิดจากสภาพสังคมไทยทั่วไป สามารถเกิดได้ในทุกจังหวัดโดยเฉพาะเมืองใหญ่แต่เมื่อถูกประชาชนหรือผู้บังคับบัญชา เกิดความสงสัยตำรวจพื้นที่ในฐานะผู้รับผิดชอบปลายทางก็ต้องทำหน้าที่บังคับใช้กฏหมายอย่างเข้มข้นและดีที่สุด
แหล่งข่าวซึ่งเป็นข้าราชการฝ่ายปกครอง ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนครปฐม อย่างใก้ลชิดแสดงความเห็นว่าคำสั่งของ ผบ.ตร.ครั้งนี้มีผลต่อขวัญและกำลังใจลูกน้องอย่างหนักเพราะข้อกล่าวหาทั้งหมดยังคลุมเครือไม่มีอะไรชัดเจน ปัญหาบ่อนการพนันมีข่าวชัดเจนว่าตั้งอยู่ จ.กาญจนบุรี เล่นการพนันกำถั่วกันที่นั่น ได้เสียกันที่บ่อนนั้นตำรวจเมืองกาญจน์ก็ต้องรับผิดตรงส่วนนั้นแม้ตอนนี้กำลังมีเรื่องบ่อนอาจจะปิดไปแล้วเพื่อลดกระแสกดดันแต่ความผิดตรวจท้องที่ยังมีอยู่ท่านก็ต้องไปว่าตรงนั้น
“ตำรวจนครปฐม เป็นจุดปลายเหตุ พวกเซียนพนันตามมายิงถึงบ้านจะมาเกี่ยวกับบ่อนได้อย่างไร ถ้าเกี่ยวก็คือตำรวจไม่ยอมไปจับคนร้าย นี่ก็มีข่าวว่ามือปืนเป็นเด็กของคนบ้านใหญ่ หรือนักการเมืองใหญ่เจ้าถิ่น ถ้า ผบ.ตร. เข้าใจลูกน้องเห็นว่าท้องที่ไม่แข็ง ไม่สนองนโยบายปราบปรามอาชญากรรมตำรวจนครปฐม จึงควรถูกเล่นงาน”
ส่วนคดีส.ต.ต.สหชาติ ตำรวจสันติบาลถูกยิงเสียชีวิตนั้น ข้าราชการคนเดียวกันกล่าวว่าผลการสอบสวนทั้งตำรวจพื้นที่และชุดเฉพาะกิจ ตร.ที่ส่งมาตรงกันว่าเป็นเรื่องทะเลาะวิวาท เรื่องนี้เราจะมองอย่างไร คนหนุ่งเขาก็ไปเที่ยวมา ตำรวจสันติบาลหนุ่มๆเที่ยวผับบาร์กับเพื่อนไม่เห็นผิดอะไรตรงไหน แต่คราวเคราะห์ที่มาโดนลูกหลง นอนรักษาตัวอยู่ 3 วันจึงเสียชีวิตตรงนี้ก็ไม่น่าเกี่ยวกับพล.ต.ต.ทวิพงศ์ พงศ์สูงเนิน ผบก.สันติบาล 3 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา คำสั่งนี้จึงถือว่าไม่เป็นธรรมต่อข้าราชการตำรวจ แม้จะเพียงชั่วคราวต้องรอผลการสอบสวนจากคณะกรรมการภายใน 30 วันแต่มันมีผลต่อประวัติของเขา เรื่องการใช้อำนาจของ ผบ.ตร.ที่แก้ปัญหาด้วยการย้ายล้างบาง ย้ายยกจังหวัดแล้วมาสอบสวนกันภายหลังนั้นไม่ใช่เรื่องดีแม้แต่น้อยเพราะขวัญกำลังใจเป็นเรื่องสำคัญ
ทุกวันนี้เท่าที่ทราบตำรวจเขาจะเลือกทำเฉพาะที่เจ้านายพอใจ ทำงานกันเหมือนหุ่นยนต์กลไก รักษาตัวรอดไปวันๆ ปัญหาอาชญากรรมมันซับซ้อนมาจากสภาพสังคม เศรษฐกิจ และอิทธิพลของผู้มีผลประโยชน์ในพื้นที่ “ผมเห็นใจตำรวจ เข้าใจตำรวจแต่สังคมอาจไม่เข้าใจ และที่น่าห่วงที่สุดก็คือผู้บังคับบัญชาระดับบนสุดก็ยังไม่เข้าใจ อย่าระแวงลูกน้องที่ไกลตัวท่าน การทำงานต้องให้เกียรติตำรวจท้องที่ หากไม่ไหวจริงๆค่อยส่งจากส่วนกลางมาช่วยแต่ไม่ใช่ส่งมาจับผิด การเล่นงาน 11 นายตำรวจคุณเคยโดนตำรวจจราจรเรียกจับไหม ขอดูใบขับขี่ พรบ.ดูนั่นดูนี่เรามีครบแต่ก็ยังเดินวนรอบรถจะเอาผิดให้ได้ มันเหมือนกับที่ผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำลังทำกับลูกน้องในขณะนี้”
แหล่งข่าวรายเดียวกันยังให้ข้อมูลด้วยว่านายตำรวจที่ถูกย้ายในครั้งนี้มีหลายคนทำงานดี แต่น่าเห็นใจที่สุดคือนายตำรวจท่านหนึ่งซึ่งมีจิตใจเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างเต็มตัว ผลงานปราบปรามยาเสพติดดดีเด่นเป็นที่ยอมรับของทุกหน่วยราชการของจังหวัด กำลังได้รับการเสนอให้เป็นนายตำรวจผลงานดีเด่นระดับประเทศและ ปปส.จะมอบรางวัลเร็วๆนี้แต่เมื่อเจอข้อหาร้ายแรง โดนย้ายแบบมีมลทินทาง ปปส.จึงระงับรางวัลเนื่องจากขาดคุณสมบัติ “ท่านก็อาจมีเหตุผลของท่าน แต่การใช้อำนาจหากไม่ระวังก็จะเป็นการทำลายอนาคตของลูกน้องอย่างไม่ตั้งใจ ผมถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด ข้อมูลจากเมืองกาญจน์ หรือนครปฐมอยู่ใกลแค่จมูกท่านทำไมผิดเพี้ยนไปขนาดนั้นแม้แต่ผู้การสันติบาล ไม่ควรเกี่ยวก็ยังซวย หรือตัวน้องชายท่านเอง ไม่จำเป็นทำขนาดนั้นก็ได้ ไม่ทราบทำเพื่ออะไร ” แหล่งข่าวโดยข้าราชการฝ่ายปกครองผู้นี้กล่าวสรุป



