xs
xsm
sm
md
lg

กรมคุมประพฤติเวิร์กชอปแก้ปัญหาความยุติธรรม 5 จว.ใต้

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสรุปผลและถอดบทเรียนการทำงานยุติธรรมชุมชน ตามโครงการเสริมสร้างความยุติธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 2
“กรมคุมประพฤติ” จัดเวทีสรุปผลและถอดบทเรียนการทำงานยุติธรรมชุมชนในโครงการเสริมสร้างความยุติธรรม 5 จังหวัดภาคใต้

เมื่อเวลา 09.30 น.วันนี้ (27 ส.ค.) ที่โรงแรมราชมังคลา สงขลา เมอร์เมด นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสรุปผลและถอดบทเรียนการทำงานยุติธรรมชุมชน ตามโครงการเสริมสร้างความยุติธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 2 โดยมี น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวรายงานผลการดำเนินงานในภาพรวม

นายชาญเชาวน์กล่าวว่า จากการทำเวิร์คช็อบในครั้งนี้ถือเป็นการทำงานมิติใหม่ ซึ่งกระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุมประพฤติได้ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาความยุติธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการเข้าสู่กระบวนการสันติวิธี ซึ่งทางกระทรวงยุติธรรมได้เล็งเห็นระบบงาน และวิธีการทำงานของกรมคุมประพฤติ และที่สำคัญกรมคุมประพฤติจะเน้นการทำงานของอาสาสมัครคุมประพฤติและเครือข่ายยุติธรรมชุมชนตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด กระทั่งต่อมาได้ถูกพิพากษาว่ากระทำความผิดแล้ว ซึ่งกรมคุมประพฤติจะทำหน้าที่ในการที่จะให้ชุมชนเข้ามาดูแลบุคคลที่ศาลให้โอกาสผู้ที่ทำความผิดกลับตัวเป็นคนดีและกลับคืนสู่สังคม เพราะฉะนั้นทั้งสองส่วนนี้จึงเป็นหัวใจและยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยความโปร่งใสของคดี ไม่ว่าจะเป็นคดีอาญาพื้นฐานธรรมดา อาทิ ลักวิ่งชิงปล้นที่เราเข้าใจกัน

ทั้งนี้ ต่อไปหากเป็นคดีความมั่นคง ซึ่งข้อมูลที่ได้จากพี่น้องประชาชนในระบบอาสาสมัครหรือเครือข่ายยุติธรรมชุมชนก็จะเข้าสู่สำนวนในการพิจารณาคดีของศาล กระบวนการที่เราจะให้โอกาส ที่พูดกันว่าเพิกถอนหมายจับก็อาจจะมีกระบวนการเช่นเดียวกันเข้ามาร่วมด้วย รวมทั้งเรื่องของการใช้มาตรา 21 การใช้พระราชกำหนดต่างๆ ก็สามารถใช้กระบวนการหรือวิธีการทำงานแบบของกรมคุมประพฤติ ซึ่งจะเห็นได้ว่าการทำงานในกระบวนการยุติธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นโปร่งใส เนื่องจากมีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม และผู้เสียหายหรือเหยื่อก็จะได้มีความสบายใจ

รองปลัดกระทรวงกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ การประชุมและการทำเวิร์กชอปในวันนี้เป็นการทบทวนในสิ่งที่ทำมาแล้วด้วย โดยการประชุมครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ที่มีภาคประชาชนเข้าร่วมประชุมกำหนดแผน กำหนดการใช้เงินงบประมาณ และประเมินผล ทั้งนี้ตนอยากให้สะท้อนและสื่อสารไปยังพี่น้องประชาชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า กระทรวงยุติธรรมพยายามทำงานให้เป็นรูปธรรม และมองเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นไว้วางใจและสร้างความเขื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชนได้ อย่างไรก็ตามกระบวนการดังกล่าวนั้นก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ข้ามวันข้ามคืน หรือแม้กระทั่ง 1 ถึง 2 เดือน แต่นับตั้งแต่นี้ไปตนอยากเชิญชวนให้ประชาชนใน5จังหวัดชายแดนภาคใต้ใช้กระบวนงานและโอกาสตรงนี้ ซึ่งกระทรวงยุติธรรมก็พยายามที่จะสร้างวิธีการทำงานใหม่ๆ ขึ้นมา ร่วมกับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมนับพันคนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ เพื่อขับเคลื่อน และแก้ไขปัญหา และหลังจากนี้เครือข่ายอาสาสมัครกรมคุมประพฤติและเครือขา่ยยุติธรรมชุมชนเกือบหมื่นคน กับศูนย์ประสานงานกว่าร้อยศูนย์จะเป็นที่ทำงานของประชาชนในการอำนวยความยุติธรรมด้วยตนเองและอยู่ในพื้นที่ของพี่น้องประชาชนด้วย โดยทางข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติจะทำหน้าที่สนับสนุนเพื่อให้งานอำนวยความยุติธรรมนั้นอยู่ที่บ้านท่าน

สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับการสร้างความยุติธรรมในพื้นที่ดังกล่าวและบุคคลที่ศาลให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดีนั้น มีการดำเนินการไปแล้ว โดยจากสถิติพบว่าคดีเฉพาะเรื่องยาเสพติดที่ยังอยู่ในชั้นศาลนั้นมีไม่ต่ำกว่า 3,000-4,000 คดีต่อปี ทั้งนี้คดีที่ไม่ต้องจำคุกและศาลสั่งให้มาฟื้นฟูเพื่อให้พ้นจากการติดยาเสพติด มีหมื่นกว่าคดีในหนึ่งปี ดังนั้นการทำงานสามารถที่จะพัฒนาไปได้มากกว่านี้

เมื่อถามว่าคดีความมั่นคงและการถอนหมาย นายชาญเชาวน์กล่าวว่า คดีความมั่นคงและการถอนหมายยังคงเป็นทิศทางที่รอการบริหารจัดการอยู่ ถ้าได้รับมอบหมายจากรัฐบาลก็คงจะนำเสนอขึ้นไป

เมื่อถามว่าการดำเนินการมีอุปสรรคอย่างไรบ้าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า อุปสรรคที่เกิดขึ้นก็คือวิธีคิด ดังนั้นเรามาสร้างความเข้าใจร่วมกัน เปลี่ยนวิธีคิดว่าการอำนวยความยุติธรรมนั้นจะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจตามกฏหมายเท่านั้นมาอำนวยความยุติธรรม แต่ถ้าเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ว่าชุมชนเป็นเจ้สของของกระบวนงานยุติธรรมด้วยตัวเอง โดยมีภาครัฐอยู่ข้างๆ ค่อยสนับสนุนและส่งเสริมประชาชน อย่างไรก็ตาม ถ้าประชาชนพร้อมร่วมกันกับเราก็ชัดเจนว่าเราจะก้าวข้ามคำว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐมีไม่พอหรืองบประมาณมีน้อย

นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม
นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม
กำลังโหลดความคิดเห็น