xs
xsm
sm
md
lg

"เพรียวพันธ์"กับการปราบปรามยาเสพติด

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์
ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามยาเสพติดทั้งหมด 18 ชุด ซึ่งมีกำลังพลชุดละ 17-18 นาย ที่พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รักษาราชการแทนผบ.ตร. เรียกประชุมไปเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อมอบนโยบายและวางแผนการปราบปรามยาเสพติดและสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคเหนือประกอบด้วย เชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน เพื่อป้องกันการแพร่ระบายเข้ามายังส่วนกลาง รวมทั้งเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เปิดปฏิบัติการวาระแห่งชาติ "พลังแผ่นดิน เอาชนะยาเสพติด" ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลนั้น ถือว่าเป็นการรุกคืบ ที่จะสะท้อนให้เห็นผลงานของรัฐบาล และตัวพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ว่าที่ผบ.ตร.ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ไม่แปลกเลยที่พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ซึ่งเคยเดำรงตำแหน่งผบช.ปส.มาก่อน จะมาจับงานและสานต่อด้านการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยถือว่า การปราบปรามยา เป็นเรื่องที่คนไทยทุกคนต้องการเห็น เป็นเรื่องที่จี้ใจดำผู้คน โดยเฉพาะบรรดาผู้ปกครองที่มีบุตรหลายอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ดังนั้น การรัฐบาลและโดยเฉพาะพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ จับเรื่องนี้ขึ้นมา จึงเป็นเรื่องที่จะต้องอยู่ในความสนใจของสังคม ใช่แต่ผลของการปฏิบัติเท่านั้น แม้แต่การดำเนินการปฏิบัติ ก็ย่อมอยู่ในความสนใจของสังคมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะแผนการปราบปรามนั้น จะออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรมเช่นใด

ในอดีต นโยบายการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดในรัฐบาลของทักษิณ ชินวัตร ผลของการปฏิบัติ เห็นเป็นรูปธรรมค่อนข้างชัดเจน การแพร่ระบาดของนยาเสพติดลดน้อยถอยลงอย่างยิ่งยวด แต่การดำเนินการปฏิบัติ กลับกลายเป็นชนักติดหลังพ.ต.ท.ทักษิณมาจนถึงทุกวันนี้ นั่นคือ การฆ่าตัดตอน 2,500 ศพ ที่เกิดขึ้นทั่วทุกพื้นที่

นโยบายปราบปรามยาเสพติดของ"บิ๊กออฟ"พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ในครั้งนี้ เชื่อว่า จะไม่นำปฏิบัติการฆ่าตัดตอนมารีเทิร์นใช้อย่างแน่นอน เพราะนั่นถือเป็นการฆ่าตัวตายของพล.ต.อ.เพรียวพันธ์โดยตรง ซึ่ง"บิ๊กออฟ"ระบุว่า พร้อมสนับสนุนเรื่องงบประมาณค่าใช้จ่าย ในการทำงาน ทั้งอาวุธ ยานพาหนะ และอื่นๆที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติหน้าที่

ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.เพรียมพันธ์เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า อาจจะเพิ่มรางวัลนำจับให้กับเจ้าหน้าที่ๆสามารถจับกุมยาเสพติดได้ โดยเฉพาะยาบ้า ที่จะเพิ่มให้ถึงเม็ดละ 2 บาท ซึ่งแต่ละครั้งของการจับกุมต้องไม่เกิน 1 แสนบาท ซึ่งตำรวจหลายคน ยอมรับว่า เงินรางวัลนำจับอันน้อยนิด ที่ตามปกติก็ได้กันอยู่แล้วนั้น กว่าจะตกมาถึงมือผู้ปฏิบัติ ช่างลำบากยากเย็นเสียเหลือเกิน บางครั้งต้องรอกันเป็นปี แถมต้องผ่านระดับบนลงมากว่าจะถึงมือ อาจจะเหลือไม่กี่สตางค์ด้วยซ้ำไป ซึ่งการที่"บิ๊กออฟ" จะมอบเงินรางวัลนำจับให้เม็ดละ 2 บาท แม้จะได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อครั้งนั้น ถือเป็นขวัญกำลังใจที่จับต้องได้ทันตาทันใจทีเดียว

หนึ่งในตำรวจที่ขับเคี่ยวมากับการปราบปรามยาเสพติดบอกว่า การที่"บิ๊กออฟ" ชูนโยบายปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องดี เพราะ"บิ๊กออฟ" รู้ข้อมูล รู้ทาง ทั้งมีอดีตลูกน้องที่เติบโตอยู่ในบช.ปส.อีกเป็นจำนวนมาก ย่อมได้เปรียบผู้บริหารคนอื่นที่จะก้าวขึ้นมา ดังนั้น เมื่อหัวขบวนขยับท่าทีเช่นนี้แล้ว รับรองได้ว่า ท้ายขบวนต้องมีการขยับเขยื้อนกันอย่างขมีขมันแน่นอน

การปราบปรามยาเสพติดในสมัยหนึ่งที่นำไปสู่การตัดตอน กว่า 2,500 ศพนั้น ว่ากันว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้คิดค้นนโยบายฆ่าตัดตอนขึ้นมา อันเนื่องมาจาก บุตรชายของเขาตกเป็นหนึ่งในจำนวนเหยื่อที่เป็นทาสยาเสพติด ตัวเขาต้องพาบุตรไปฝากกับพระอาจารย์ ที่ขณะนั้นชื่อกระฉ่อนไปทั่วประเทศ ถึงขั้น ลงทุนไปนอนเฝ้าหน้ากุฏิ แต่ไม่ใช่เพราะศรัทธาในตัวพระอาจารย์ขนาดนั้น เป็นเพราะต้องไปเฝ้าบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนั่นเอง แต่ท้ายที่สุดแล้ว พระอาจารย์ที่ใช้ชื่อ ซึ่งมีความหมายว่า "ปลดปล่อยจากพระพุทธเจ้า" หรือ"อิสสระมุนี"นั่นเองนั้น ก็ต้องหลบลี้เร้นกายไม่ปรากฏในวงสังคมทุกระดับชั้น ด้วยการกระทำที่ไม่อาจเรียกว่าเป็นพระได้

การฆ่าตัดตอนเพื่อเอาชนะยาเสพติดในครั้งนั้น มีมูลเหตุมาจากความแค้นเป็นเรื่องตั้ง จึงไม่ประสบความสำเร็จอย่างถาวร แม้เจ้าของโครงการจะประกาศชัยชนะอยู่หลายครั้งหลายหนแล้วก็ตาม ดังนั้น นโยบายการปราบปรามยาเสพติดที่"บิ๊กออฟ" พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ว่าที่ผบ.ตร. ที่พยายามทำให้สังคมยอมรับมาตลอดว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญและมีข้อมูลในเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงต้องตระหนัก และพิจารณานโยบายที่จะนำไปใช้ในการปราบปรามยาเสพติดในครั้งนี้อย่างรอบคอบ

อย่างไรก็ตาม การที่พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ชูนโยบายในการปราบปรามยาเสพติด มาเป็นหนึ่งในขั้นบันไดที่จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผบ.ตร.อย่างสง่างามนั้น ต้องไม่ลืมว่า งานตำรวจ มิได้มีแค่ การปราบปรามยาเสพติดเท่านั้น แต่สิ่งที่กระทบกับสังคมส่วนใหญ่ยังคงดำรงอยู่ แม้ต้นเหตุแห่งปัญหาอาชญากรรมบางส่วน จะเกิดขึ้นเพราะมาจากเรื่องยาเสพติดก็ตาม
ฉะนั้่น การที่จะปราบปรามยาเสพติดให้หมดไป หรือลดน้อยถอยลง จึงเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความ"จริงใจ" ของทั้งหัวขบวน และผู้ปฏิบัติ มิใช่เพราะมาจากความแค้นเหมือนครั้งอดีตที่ผ่านมา หรือเพื่อต้องการให้นโยบายปราบปรามยาเสพติดที่สู้อุตสาห์ช่วยปั้นกันมา เพียงเพื่อให้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดขององค์กร เพราะต้องการแค่คำว่า"เหมาะสม"เท่านั้น

ความจริงใจและเวลาที่เหลืออยู่ 1 ปี จะเป็นเครื่องกำหนดและพิสูจน์ตัวตนของ"พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์"เอง!
กำลังโหลดความคิดเห็น...