xs
xsm
sm
md
lg

Review : “สปีด-ดี” รับพัสดุที่เซเว่นอีเลฟเว่น สะดวกกว่าจริงหรือ?

เผยแพร่:   โดย: กิตตินันท์ นาคทอง



กิตตินันท์ นาคทอง Facebook.com/kittinanlive

การแข่งขันของธุรกิจขนส่งพัสดุเติบโตขึ้นเรื่อยๆ นอกจากจะมีเจ้าตลาดอย่างไปรษณีย์ไทย กับเคอรี่ เอ็กซ์เพรส แล้ว ยังมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาชิงส่วนแบ่งการตลาดอีกมาก แม้กระทั่งร้านสะดวกซื้อ “เซเว่นอีเลฟเว่น” ก็มีบริการส่งพัสดุกับเขาด้วย

หลายคนที่ใช้บริการร้านเซเว่นอีเลฟเว่นเป็นประจำ จะได้พบเห็นบริการส่งพัสดุที่เรียกว่า “สปีด-ดี” (SPEED-D) ซึ่งให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2561 โดยนำร่อง 3,000 สาขาในกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ

ปัจจุบัน สปีด-ดี มีให้บริการในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รับพัสดุได้ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน รวมทั้งสำหรับคนที่ไม่สะดวกรับพัสดุที่บ้าน ยังสามารถเลือกรับพัสดุได้ที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นกว่า 13,000 สาขาทั่วประเทศ

จุดเด่นก็คือ ถ้ารับพัสดุปลายทางร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ค่าขนส่งถูกกว่าส่งไปที่บ้าน ช่วงแนะนำเริ่มต้นที่ 15 บาทเท่านั้น

แม้จะเปิดให้บริการมานานเกือบ 2 ปี แต่ก็มีลูกค้ามาใช้บริการไม่แพร่หลายมากนัก เมื่อเทียบกับขนส่งเจ้าอื่น จึงได้เห็นโปรโมชันส่งพัสดุฟรีอยู่บ่อยครั้ง ทั้งจากท้ายใบเสร็จร้านเซเว่นอีเลฟเว่น หรือคูปองไลน์ ขึ้นอยู่กับโปรโมชันในช่วงเวลานั้นๆ

โดยปกติแล้ว ผู้เขียนซื้อของที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น มักจะได้บาร์โค้ด “สิทธิ์ส่งพัสดุฟรี SpeedD” แต่ทำได้แค่ทิ้งใบเสร็จนั้นไป วันหนึ่งเกิดนึกอยากรู้ว่า ถ้าจะใช้สิทธิส่งฟรีสักครั้ง บริการที่ได้รับจะเป็นอย่างไร?


เราจึงตัดสินใจดีลกับเพื่อนรอรับพัสดุที่ปลายทาง ทีแรกคิดจะส่งขนมไปให้กิน ปรากฎว่าในข้อกำหนด “สิ่งของต้องห้ามในการส่งพัสดุ” หนึ่งในนั้นคือ “อาหาร, ขนม, ผักและผลไม้” สุดท้ายจึงตัดสินใจซื้อเสื้อยืดไปให้เพื่อนแทน

ข้อจำกัดในการส่งพัสดุกับสปีด-ดีก็คือ สิ่งของต้องห้ามในการส่งพัสดุ เยอะกว่าขนส่งเจ้าอื่น นอกจากสัตว์มีชีวิต สิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด วัตถุระเบิด วัตถุไวไฟทุกชนิดแล้ว ยังรวมไปถึงอาหารสด ขนม ผักและผลไม้ ต้นไม้และพืชทุกชนิด

เพราะฉะนั้น สิ่งของที่จะส่งพัสดุกับสปีด-ดี จึงจำกัดเพียงแค่เสื้อผ้า หนังสือ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ไม่ใช่อาหาร แต่ไม่นับรวมของสะสมต่างๆ และสินค้าที่มีมูลค่าสูง โดยประกันครอบคลุมสูงสุด 2,000 บาทเท่านั้น

อย่างต่อมาก็คือ เมื่อต้องการส่งไปยังปลายทางร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ต้องมีรหัสสาขา และชื่อสาขา ซึ่งต้องถามผู้รับก่อนว่าสะดวกรับสินค้าที่ไหน นับว่าโชคดีที่เพื่อนทำงานในออฟฟิศ ที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่นอยู่ใกล้ที่ทำงานพอดี

วิธีค้นหารหัสสาขาร้านเซเว่นอีเลฟเว่นมีหลายวิธี ง่ายที่สุดก็คือ ให้เพื่อนค้นใบเสร็จรับเงินที่ซื้อของ ด้านบนสุดจะระบุชื่อสาขา และรหัสสาขา แต่ถ้าหาไม่ได้ ยังสามารถค้นหาได้ที่เว็บไซต์ 7eleven.co.th/find-store และแอปพลิเคชัน 7-Eleven


การส่งพัสดุไปยังร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สิ่งที่ต้องเตรียมก็คือ 


1. พัสดุที่ต้องการจะส่ง 
2. บัตรประชาชนตัวจริง 
3. ชื่อ-นามสกุล และเบอร์มือถือผู้รับ 
4. จดรหัสสาขา และชื่อสาขาเตรียมไว้

วิธีการก็คือ ซื้อกล่องกับพนักงานก่อน มีให้เลือก 3 ขนาด คือ กล่องไซส์ S (น้ำหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัม) ราคา 15 บาท, ไซส์ M (น้ำหนักไม่เกิน 8 กิโลกรัม) ราคา 17 บาท และไซส์ L (น้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม) ราคา 30 บาท

นอกจากนี้ ยังมีซองกันกระแทกจำหน่าย ขนาด A4 (น้ำหนักไม่เกิน 1 กิโลกรัม) ราคา 12 บาท และขนาด A3 (น้ำหนักไม่เกิน 3 กิโลกรัม) ราคา 15 บาท อีกด้วย ซึ่งค่ากล่องหรือซองกันกระแทกนั้น ไม่รวมค่าบริการ ต้องจ่ายต่างหาก

ส่วนค่าบริการส่งพัสดุ ปลายทางที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น พบว่า กล่องไซส์ S ขนาดไม่เกิน 26 เซนติเมตร หรือ ซองกันกระแทกขนาด A4 ค่าบริการ 15 บาท (จากปกติ 20 บาท)

กล่องไซส์ M หรือ ซองกันกระแทกขนาด A3 ขนาดไม่เกิน 42 เซนติเมตร ค่าบริการ 30 บาท (จากปกติ 40 บาท) และกล่องไซส์ L ขนาดไม่เกิน 50 เซนติเมตร ค่าบริการ 40 บาท (จากปกติ 50 บาท)

เพราะฉะนั้น เมื่อรวมค่าบริการแล้ว กล่องไซส์ S ค่ากล่องกับค่าบริการ รวมเป็น 30 บาท (จากปกติ 40 บาท) กล่องไซส์ M รวมเป็น 47 บาท (จากปกติ 57 บาท) และกล่องไซส์ L รวมเป็น 70 บาท (จากปกติ 80 บาท)




คำถามก็คือ ถ้าจะใช้กล่องที่เตรียมไว้จัดส่งได้หรือไม่ ที่ผ่านมาในโซเชียลฯ พบว่าเคยมีคนเคยนำกล่องมาเอง ระบุจ่าหน้าชื่อ เบอร์มือถือ รหัสสาขา ชื่อสาขา ก็สามารถส่งได้ แต่เพื่อความแน่ใจให้สอบถามผู้จัดการร้านก่อนส่งเพื่อไม่ให้ผิดพลาด

ในวันนั้นผู้เขียนไม่ได้เตรียมกล่องพัสดุมาเอง เลยตัดสินใจซื้อกล่องที่ร้าน พบว่ากล่องไซส์ S มีขนาดเล็กมาก เพียงแค่ 14 x 20 x 6 เซนติเมตร แต่สิ่งของที่ส่งเป็นเสื้อยืด เพราะฉะนั้นจึงพับเข้าไปได้ จากนั้นจึงติดเทปกาวทั้งสองด้าน

ความยุ่งยากก็คือ ถ้าเลือกส่งพัสดุตอนค่ำ ซึ่งมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก เห็นคนอื่นต่อคิวยาวเราจะรู้สึกอึดอัดหรือกดดัน ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกส่งในช่วงที่ลูกค้าไม่เยอะ หรือซื้อกล่องกลับไปแพ็คแล้วจ่าหน้ากล่องที่บ้านจะดีกว่า

เมื่อแพ็คพัสดุ เขียนรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว ให้นำกล่องพัสดุมายื่นกับพนักงาน จากนั้นพนักงานจะให้เสียบบัตรประชาชนตัวจริงที่เครื่อง EDC ระบบจะอ่านข้อมูลบนบัตร เสร็จแล้วดึงบัตรออกมาเก็บ


จากนั้น กดเบอร์มือถือของเราเอง พนักงานร้านจะถามว่า “รับที่บ้านหรือที่ร้าน” ให้บอกไปว่า “รับที่ร้าน” ก่อนที่จะกดเบอร์มือถือผู้รับ และกดรหัสร้านเซเว่นอีเลฟเว่น 5 หลัก เสร็จแล้วอ่านเงื่อนไขและข้อตกลง กดปุ่มสีเขียว

พนักงานจะอ่านทวนชื่อผู้ส่ง เบอร์มือถือผู้ส่ง ชื่อผู้รับ เบอร์มือถือผู้รับ รหัสสาขา ชื่อสาขา หากถูกต้องแล้วกดยืนยัน มาถึงช่วงจ่ายค่าบริการ ถ้ามีใบเสร็จที่มีบาร์โค้ด “สิทธิ์ส่งพัสดุฟรี SpeedD” ให้ยื่นแก่พนักงาน แล้วรับใบเสร็จ เป็นอันเสร็จสิ้น

ในใบเสร็จรับเงินจะระบุเลขที่บัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์มือถือผู้ส่ง เบอร์โทรศัพท์มือถือผู้รับ ส่งปลายทางร้าน 7-Eleven รหัสร้าน ชื่อสาขา และเลขที่พัสดุ 13 หลัก

ข้อดีอย่างหนึ่งก็คือ ไม่เกิน 5 นาที สปีด-ดี จะส่ง SMS ไปยังมือถือของเรา และมือถือผู้รับ ระบุข้อความว่า “ติดตามสถานะพัสดุได้ที่ ...” พร้อมกับลิงก์ติดตามสถานะการจัดส่ง


จากการทดลองส่งจากร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จ.สมุทรสาคร ถึงร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในกรุงเทพมหานคร พบว่าเราส่งค่ำวันจันทร์ วันอังคารตอนบ่ายสปีด-ดีไปรับพัสดุที่ร้าน จากนั้นช่วงเย็นนำพัสดุไปยังศูนย์คัดแยกสมุทรสาคร

วันพุธ พนักงานส่งพัสดุไปยังปลายทาง ถึงร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในกรุงเทพฯ เย็นวันพุธ ก่อนจะมี SMS แจ้งไปยังผู้รับระบุว่า “รับพัสดุได้ที่ร้าน(รหัสสาขา)<(เลขที่พัสดุ)>รหัสotpXXXXX วันนี้ถึง mm/dd/yyyy” โดยให้เวลารับพัสดุ 3 วัน

เมื่อผู้รับมาถึงที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาที่ระบุ ให้แจ้งชื่อแก่พนักงาน พนักงานจะหาพัสดุ ก่อนยิงบาร์โค้ดเพื่อจ่ายพัสดุ จากนั้นให้กดรหัส OTP ที่เครื่อง EDC จำนวน 5 หลัก พนักงานจะมอบพัสดุพร้อมใบเสร็จเป็นหลักฐาน

ช่วงนั้นมีโปรโมชันในช่วงแนะนำ ผู้รับพัสดุที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จะได้รับน้ำดื่ม 7-Select จำนวน 1 ขวด มูลค่า 6 บาทฟรี โดยพนักงานจะหยิบน้ำดื่ม แล้วยิงบาร์โค้ดท้ายใบเสร็จเพื่อแลกน้ำดื่มฟรี เป็นอันเสร็จสิ้น


แม้ว่ากรณีไม่มีโปรโมชันท้ายใบเสร็จ ค่าบริการหากต้องซื้อกล่องที่ร้าน รวมกันแล้วเมื่อเทียบกับขนส่งเจ้าอื่นจะรู้สึกว่าแพงไปบ้าง แต่ข้อดีก็คือ เหมาะสำหรับคนที่ไม่สะดวกรับพัสดุที่บ้านหรือที่พัก เนื่องจากร้านเซเว่นอีเลฟเว่นเปิด 24 ชั่วโมง

บางคนพักอยู่ที่บ้านหรือหอพัก แต่ต้องออกไปทำงานข้างนอก ที่บ้านหรือที่ห้องไม่มีใครอยู่ หากจะรับที่ไปรษณีย์ใกล้บ้านก็มีเวลาเปิด-ปิดทำการ แต่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นเปิดตลอดคืน จึงสะดวกที่จะออกไปรับพัสดุในช่วงหลังเลิกงานได้

อย่างต่อมาก็คือ เวลาส่งของไม่จำเป็นต้องกรอกที่อยู่ถึงผู้รับให้ยืดยาว หรือหากเป็นกรณีที่ผู้รับไม่สะดวกที่จะให้ที่อยู่ ก็สามารถแจ้งให้ไปรับพัสดุได้ที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ตามที่ผู้รับสะดวกก็ได้เช่นกัน

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ สปีด-ดีจะส่ง SMS ไปให้ทั้งผู้ส่งและผู้รับ สามารถติดตามสถานะพัสดุได้จากลิงก์ที่ระบุไว้ใน SMS ได้เลย ซึ่งเทียบกับขนส่งเจ้าอื่นแล้วกลับไม่มี ต้องกรอกรหัสพัสดุในแอปพลิเคชันเอาเอง

นอกจากนี้ กรณีที่เบอร์มือถือผู้ส่งเป็นสมาชิกออลล์ เมมเบอร์ ALL MEMBER ยังสามารถติดตามสถานะพัสดุได้ทางแอปพลิเคชัน 7-Eleven โดยไม่ต้องกรอกเลขที่พัสดุให้ยุ่งยากอีกด้วย

แต่ข้อจำกัดของสปีด-ดีก็คือ ปัจจุบันมีข้อจำกัดในการส่ง โดยเฉพาะอาหารไม่สามารถส่งได้เลย เพราะระบุเป็นสิ่งของต้องห้าม ส่งได้แค่สิ่งของประเภทเสื้อผ้า หนังสือ ข้าวของเครื่องใช้เท่านั้น คนที่จะส่งขนมต้องไปใช้บริการขนส่งพัสดุเจ้าอื่น

อีกทั้งด้วยลักษณะของร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ยังไม่เหมาะกับการส่งพัสดุนับสิบกล่อง เนื่องจากต้องทำรายการผ่านเครื่อง EDC เพื่อยืนยันตัวตน ซึ่งใช้ระยะเวลานานกว่าเจ้าอื่น จึงเหมาะสำหรับส่งพัสดุเพียงน้อยชิ้นตามที่ต้องการจะดีกว่า

ถึงกระนั้น บริการรับ-ส่งพัสดุสปีด-ดี ถือเป็นธุรกิจที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง สำหรับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่มีชีวิตแบบไม่หยุดนิ่ง และมีเวลาที่จำกัด ได้มีทางเลือกในการรับพัสดุโดยไม่ต้องยุ่งยากกับการนัดหมายและรอคอยพัสดุอีกต่อไป

ส่วนในอนาคตจะพัฒนาบริการเสริมอื่นๆ ทัดเทียมกับขนส่งเจ้าอื่น เช่น ระบบจ่าหน้าถึงผู้รับ หรือบริการส่งด่วนภายในวันเดียว หรือวันถัดไป (Same day / Next day Delivery) จะมีบริการแบบนั้นหรือไม่คงต้องมาลุ้นกัน

ขนาดอาหารที่คิดว่าหารับประทานได้ยากยังผลิตออกมาขายได้ จึงคิดเสมอว่า ไม่มีอะไรที่เซเว่นอีเลฟเว่นทำไม่ได้
กำลังโหลดความคิดเห็น...