xs
xsm
sm
md
lg

มือ – ปืน

เผยแพร่:   โดย: ยุรชัฏ ชาติสุทธิชัย

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2558 รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น. ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศญี่ปุ่นจับกุมตัวในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง ที่สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น

งานนี้คงขำไม่ออกสำหรับนายตำรวจผู้เป็นมือเป็นไม้ให้นักการเมือง อย่าง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เมื่อครั้งเป็นผู้บัญชากาตำรวจนครบาล(ผบช.น.) บินข้ามน้ำข้ามทะเลไปให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดี ตามประกาศของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ประดับยศและอวยพร หลังได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมทั้งยังมีข้อความบรรยายใต้ภาพที่ติดหราในห้องทำงานว่า “มีวันนี้เพราะพี่ให้” ลงวันที่ 29 มิ.ย. 2555 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ และ นช.ทักษิณ อยู่ที่ฮ่องกง

ครับ เป็นนายพลตำรวจใหญ่ให้นักโทษหนีคุกติดยศให้ แถมประกาศ ”มีวันนี้เพราะพี่ให้”อย่างหน้าไม่อาย เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งกันเพราะความสัมพันธ์ใกล้ชิดส่วนตัวกับนักการเมือง ไม่ใช่เพราะความรู้ความสามารถ

นอกจากทักษิณแล้ว เขายังใกล้ชิดนักการเมืองใหญ่ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2556 ที่หน้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ยังแสดงความสนิทสนมกับเขาว่า "แจ๊ดทำอะไรไม่ได้ ก็ไปบอกปวีณา (หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี) ให้ปวีณามาช่วย หากปวีณาช่วยไม่ได้ ก็ให้ปวีณามาบอกเฉลิม"

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กับนักการเมืองอย่างนางปวีณา หงสกุลมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาก ไม่เฉพาะ มีข่าวร่วมกันบ่อยครั้งเกี่ยวกับมูลนิธิปวีณา แต่ยังเป็นหุ้นส่วนทำธุรกิจด้วยกันหลายบริษัท สำนักข่าวอิศรายังเคยรายงานข้อมูล

การถูกจับที่ญี่ปุ่นครั้งนี้ ก็มีภาพการเดินทางไปต่างประเทศคณะเดียวกัน มีนางปวีณา หงสกุล อดีต รมว.การพัฒนาสังคมฯ ร่วมคณะไปด้วย เป็นคณะเดินทางไปดูงานการแปรรูปขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยมีกลุ่มของรองผู้ว่าฯ ปทุมธานี ปลัดจังหวัด ท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่นร่วมคณะไปด้วยกว่า 80 คน

มีการเผยแพร่ภาพหมู่ทั้งคณะรวมทั้งคำรณวิทย์และปวีณาในชุดยูกาตะแบบญี่ปุ่น ก่อนที่พล.ต.ท.คำรณวิทย์จะถูกจับในข้อหาครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ขณะเดินทางกลับประเทศไทย ที่สนามบินนานาชาตินาริตะ

ตำรวจญี่ปุ่นได้นำอาวุธปืนดังกล่าวส่งไปยังสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน เพื่อทดสอบว่ามีอานุภาพความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน และอาวุธปืนถูกต้องตามกฎหมายไทยหรือไม่ เพื่อนำข้อมูลการตรวจสอบทั้งหมดสรุปเสนอให้อัยการญี่ปุ่นพิจารณาประกอบสำนวนว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้อง งานนี้ดูท่าต้องนอนคุกญี่ปุ่นยาวละครับ

ในประเทศญี่ปุ่นกฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืนมีโทษหนัก ชาวญี่ปุ่นไม่สามารถพกพาหรือมีไว้ในความครอบครองอาวุธปืนพกสั้นได้ แต่จะอนุญาตให้ประชาชนในบางจังหวัดครอบครองปืนยาวล่าสัตว์เท่านั้น และยังมีกฎที่เข้มงวด

กรณี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ พกพาเข้าไปในเขตท่าอากาศยานและอยู่ระหว่างเตรียมตัวขึ้นเครื่องบินถือว่าเป็นเรื่องที่รุนแรงมาก

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 18 มิย.2558 องค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือICAO(International Civil Aviation Organization) ปักธงแดงในเว็บไซต์ ICAO หลังจากกรมการบินพลเรือนของไทย ไม่สามารถแก้ปัญหา”ข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย” กรณีของพล.ต.ท.คำรณวิทย์ มีคำถามซ้ำเติมถึงระบบการทำงานมาตรฐานความปลอดภัยของสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ต้องหาคำตอบและเร่งปรับปรุงแก้ไขโดยเร็วที่สุด

กรณีอดีตนายตำรวจใหญ่อย่างคำรณวิทย์ ถ้าทำผิดกฎหมายในเมืองไทย ก็คงลอยนวลไม่มีใครเอาผิด กฎหมายในเมืองไทยใช้ได้กับคนบางคน คนเล็กคนจน ส่วนคนรวยคนมีตำแหน่งใหญ่โตทำผิด อยู่เหนือกฎหมาย ผมว่าเรื่องนี้สำคัญ คนทุกคนต้องเท่าเทียมกันในสายตาของกฎหมายตามหลักนิติรัฐนิติธรรม ตำรวจเป็นต้นทางของการใช้กฎหมาย การปฏิรูประบบตำรวจจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำ

สังคมไทยขาดวินัย ขาดสำนึก ไม่เคารพกฎ ไม่เคารพกฎหมาย นี่ขนาดนายตำรวจใหญ่ ยิ่งใหญ่โต ยิ่งมีอภิสิทธิ์ อยู่เหนือกฎหมาย ระบบราชการ ระบบอุปภัมภ์ระบบอภิสิทธิ์มันฝังรากลึกในสังคมไทย ถ้าปลูกสำนึกสร้างวินัยไม่ได้ ผมว่าสังคมไทยยากจะเข้มแข็ง ไม่ต้องถามหาคุณธรรมจริยธรรม หรือธรรมาภิบาลยิ่งห่างไกล

 ญี่ปุ่นเข้มงวดเรื่องอาวุธปืนมาก ตำรวจเป็นคนกลุ่มเดียวที่ได้รับอนุญาตให้มีปืนในครอบครองได้ แต่ตำรวจญี่ปุ่นก็แทบจะไม่พกปืน มีเพียงตำรวจหน่วยพิเศษและสายตรวจเท่านั้นที่สามารถพกปืนได้ นอกจากนี้หากจำเป็นตำรวจต้องใช้ปืน ก็ต้องเก็บปลอกกระสุนกลับมาทุกครั้งเพื่อรายงานต่อผู้บังคับบัญชากฎเกณฑ์ที่เข้มงวดแบบนี้แหละครับทำให้ตำรวจบางรายแทบจะไม่มีโอกาสใช้ปืนจริงๆ เลยสักครั้งตลอดชีวิตราชการตำรวจ

เห็นแบบนี้แล้ว ผมว่าต้องยอมรับความจริง เลิกซุกปัญหาไว้ใต้พรม ใครทำผิดกฎหมายทำชั่วต้องได้รับโทษ ต้องปฏิรูปกรมตำรวจ เอาจริงทำจริงเสียทีนะครับ ถ้าไม่ปฏิรูปตำรวจ ประเทศนี้ยากจะเดินหน้าได้
กำลังโหลดความคิดเห็น...