xs
xsm
sm
md
lg

New China Insights &:วันชาติหยุดยาวของจีนกับการท่องเที่ยวแบบปกติใหม่

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ครอบครัวฯ พากันเที่ยวในช่วงหยุดยาววันชาติจีน บริเวณจตุรัสเทียนอันเหมิน ปักกิ่ง (ที่มา Baidu)
โดย ร่มฉัตร จันทรานุกูล


วันชาติจีน ที่ผ่านมาเป็นวันหยุดยาวระหว่างวันที่ 1-8 ต.ค. ในปีนี้วันชาติถือเป็นปีพิเศษของคนจีน เพราะเป็นวันหยุดยาวแรกที่สามารถเที่ยวและเดินทางในประเทศในมณฑลต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ (ในขณะนี้จีนไร้พื้นที่อันตราย) ด้วยระบบการควบคุมและระงับการระบาดของโรคโควิด-19 ภายในประเทศทำได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางปี

แต่ทั้งนี้พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนจีนก็ยังไม่ได้กลับมาเป็นปกติเหมือนก่อนมีโรคระบาดซะทีเดียว การใส่หน้ากากอนามัยยังเป็นสิ่งสำคัญในการใช้พาหนะเดินทางสาธารณะ อีกทั้งการเดินทางไปในแต่ละพื้นที่ต้องใช้รหัสสุขภาพ (Health Code) ของพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลจะมีฐานข้อมูลใหญ่ที่ทั้งประเทศมณฑลต่าง ๆ จะลิงค์กันอยู่ แค่ Health Code ส่วนบุคคลเป็นสีเขียวก็สามารถเข้าพักโรงแรมและเดินทางเข้าออกมณฑลและเมืองต่าง ๆ ได้

ดังนั้นชีวิตของคนจีนที่เป็นปกติใหม่ก็จะเป็นเรื่องของ Health Code และหน้ากากอนามัยเป็นสิ่งสำคัญเพิ่มเข้ามานั่นเอง
คนจีนหลายคนใช้โอกาสหยุดยาวช่วงวันชาตินี้ในการพบปะรวมญาติ กินข้าวและทำกิจกรรมร่วมกัน บางครอบครัวในช่วงวันตรุษจีนต้นปีเพราะโควิด-19 ไม่ได้พบเจอกันก็ใช้โอกาสวันชาตินี้ในการกินข้าวในครอบครัวอย่างพร้อมหน้าทดแทนวันตรุษจีนไป

วันชาติจีนในปีนี้ยังมีความพิเศษที่ตรงกับวันไหว้พระจันทร์ในวันที่ 1 ตุลาคม ทำให้คนจีนเรียกเทศกาลวันหยุดยาวปีนี้ว่า "วันหยุดสองเทศกาล" บรรยากาศความคึกคักของการเดินทางภายในประเทศเริ่มขึ้นในวันที่ 30 ก.ย. บางคนเดินทางกลับบ้านเกิด บางคนเดินทางท่องเที่ยวต่างเมือง

หลายคนมองว่าการเดินทางท่องเที่ยวของคนจีนในช่วงสองเทศกาลนี้จะมีจำนวนมาก พร้อมเงินสะพัดด้านการบริการท่องเที่ยวมหาศาล เพราะความอัดอั้นของประชาชนที่ไม่ได้ท่องเที่ยวเดินทางมาตั้งแต่เมื่อต้นปี
จากตัวเลขล่าสุดของทางการจีนหลังวันที่ 8 ต.ค. รายงานถึงตัวเลขการหลั่งไหลของประชาชนในช่วงวันหยุดสองเทศกาลนี้มีมากกว่า 637 ล้านคน เงินสะพัดในการท่องเที่ยวทั้งสิ้น 4.6 แสนล้านหยวน เพราะเทศกาลหยุดยาวนี้ทำให้แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วประเทศต้องมีมาตรการจำกัดจำนวนคนเข้าชมในแต่ละวัน

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเกือบทุกแห่งทั่วประเทศใช้ประโยชน์จากวีแชท บัญชีทางการของตน หรือร่วมมือกับแอปพลิเคชันท่องเที่ยวดัง ๆ เพื่อจองขายตั๋วเข้าชมล่วงหน้า ในแต่ละวันจำนวนตั๋วมีจำนวนจำกัด บางที่ยังแยกเป็นตั๋วเช้าและตั๋วบ่ายอีกด้วย
การจัดระเบียบให้นักท่องเที่ยวจีนในช่วงเทศกาลหยุดยาวนี้เป็นเรื่องท้าทาย เพราะนอกจากต้องควบคุมปริมาณคนที่เข้าชมในแต่ละครั้งแล้ว ต้องปฎิบัติตามกฎระเบียบของกรมควบคุมโรคเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วย

มาถึงเรื่องของการบริหารการท่องเที่ยวจีน ที่คนล้นทะลักแออัดกันในช่วงเทศกาล "การรักษาระยะห่างของสังคม" เป็นเรื่องที่ยากในทางปฎิบัติ จีนใช้วิธีการติดตามแบบหนึ่งคนหนึ่งประวัติหรือที่ภาษาจีนเรียกกันว่า“一人一案” (อ่านว่า อีเหรินอีอั้น) โดยใช้ฐานข้อมูลใหญ่ด้านสาธารณสุขเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลประชากรในประเทศ พร้อมทั้งระบบโครงข่ายมือถือที่สามารถติดตามทุกคนไปได้ในทุกพื้นที่ ทั้งหมดถูกควบรวมออกมาในรูปแบบของ Health Code ซึ่งจะเชื่อมต่อกับข้อมูลบัตรประชาชน และสำหรับคนที่เคยทำการเทสโควิด-19 ผลตรวจฯ ที่ได้ก็จะปรากฏในข้อมูลส่วนบุคคลได้ นี่นับเป็นการบริหารจัดการด้านสาธารณสุขของจีนที่อัพเกรดขึ้นไปอีกขั้น

การบูรณาการและเชื่อมโยงของข้อมูลหน่วยงานต่าง ๆ ในปัจจุบันระบบของ Health Code ในจีนก็ยังได้รับการพัฒนาอยู่เรื่อย ๆ ให้ใช้งานได้ง่ายและแม่นยำขึ้น

การจัดการและบริหารข้อมูล "หนึ่งคน หนึ่งประวัติ" นี้เองทำให้การเดินทางไปในที่ต่าง ๆ ในจีนสะดวกสบายขึ้น ประชาชนแค่มีมือถือโชว์โค้ดที่เป็นสีเขียวของตัวเองก็สามารถไปได้ทุกที่

ทั้งนี้สถานที่ต่าง ๆ จะตั้งที่วัดอุณหภูมิร่างกายด้วย ในช่วงวันหยุดสองเทศกาลนี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเยือนเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นเมืองหนึ่งของจีนที่มีนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นไปมากที่สุด ในขณะนั้นไม่ว่าไปไหนคนก็เยอะ โดยเฉพาะถนนคนเดินหนานจิงไปจนถึง เดอะบันด์ (The bund) คนแน่นล้นทั้งวัน มีกำลังตำรวจและทหารจำนวนมากเพื่อจัดระเบียบของฝูงชนที่เดินกันอย่างแน่นขนัด มีการปิดถนนบางส่วนเพื่อให้รถและคนไม่เดินชนกัน อีกทั้งสถานีรถไฟฟ้าในช่วงของถนนคนเดินหนานจิงไม่จอดให้ขึ้นลงเพราะจำนวนคนมหาศาล

ดิสนีย์แลนด์ เซี่ยงไฮ้ กับมหาชนล้นหลามในช่วงหยุดยาววันชาติที่ผ่านมา (ที่มา PConline)
ผู้เขียนไปเห็นมวลชนจีนที่เที่ยวกันแบบแย่งทรัพยากรอันจำกัด อย่างเช่น ห้องน้ำห้องส้วมเต็มทุกที่ เดินเหนื่อย ๆ จะหาร้านกาแฟ ไอศครีม ไม่มีที่นั่งพักทั้งเด็กทั้งคนแก่ชุลมุนไปหมด ครั้นจะหาร้านอาหารทานตอนเที่ยง ร้านที่เป็นอาหารท้องถิ่น จนบ่ายสองยังคงต้องต่อคิวกันเป็นร้อยอยู่ ผู้เขียนหลังจากเห็นบรรยากาศแบบนี้แล้วก็ต้องขอปลีกตัวไปที่อื่น ๆ ที่คนน้อยลง

การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวที่เซี่ยงไฮ้นี้ ทั้งหมดคือการจองการเข้าล่วงหน้า (Online Booking Only) ไม่ใช่ว่าวันนี้อยากไปที่นี่เดินทางไปก็คงไม่ได้เข้าแน่ ๆ เพราะคนที่ไปวันนี้ได้จองล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อวานหรือสองสามวันก่อนหน้าแล้ว ดังนั้นการท่องเที่ยวในจีนช่วงเทศกาลต้องมีการวางแผนล่วงหน้า โดยในปัจจุบันสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจีน 90 เปอร์เซ็นต์ล้วนใช้ระบบการจองออนไลน์เข้ามาใช้อย่างกว้างขวาง ต่างจากปีก่อน ๆ ที่การท่องเที่ยวในประเทศจีนแทบไม่มีการจองล่วงหน้าเลย อาจจะเพราะว่าปีนี้เป็นปีที่ต้องต้อนรับนักท่องเที่ยวมหาศาลในประเทศพร้อมกับต้องรัดกุมกับนโยบายการป้องกันโควิด-19 ทำให้เทคโนโลยีไร้สายและไอทีเข้ามามีบทบาทอย่างมาก เพื่อเป็นเครื่องมือในการจัดระเบียบด้านการท่องเที่ยว

หากเทียบตัวเลขนักท่องเที่ยวในปีนี้กับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว พบว่าลดลง 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจของรัฐบาลจีน เพราะการท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงนี้เป็นดัชนีความมั่นใจของประชาชนอย่างหนึ่ง และเป็นผลลัพธ์ของการควบคุมโควิด-19 ที่มีประสิทธิภาพ

การท่องเที่ยวของประชาชนในประเทศในช่วงหยุดยาวนี้ก็เป็นการกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนต่าง ๆ แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ความฟื้นตัวเริ่มเกิดขึ้นหลังจากความซบเซามาครึ่งปีกว่า

ประเด็นสุดท้ายที่อยากจะเล่าคือ กลุ่มนักท่องเที่ยวตลาดบนจีนที่ปกติจะออกเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศช่วงหยุดยาว ประมาณปีละ 150 ล้านคน โดยในปีนี้การท่องเที่ยวสำหรับผู้บริโภคตลาดบนจีนกลายเป็นที่ถูกจับตา

ข้อมูลเว็บท่องเที่ยวดังจีน Ctrip.com เผยว่าในช่วงของวันหยุดยาวที่ผ่านมา โรงแรมหรูคืนละ 1 แสนหยวนที่ไหหนาน ห้องโรงแรมไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า คนในกลุ่มนี้ยังมีเงินที่สามารถใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวและบริโภคอยู่ ถือเป็นโอกาสที่ดีของการพัฒนาการบริการท่องเที่ยวจีนเพื่อกลุ่มคนระดับบน

จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจจีนมองว่า ปริมาณการออกมาท่องเที่ยวของผู้คนในปีนี้ยังไม่กลับมา 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะอาจจะยังมีความกังวลในเรื่องของโรคระบาดกันอยู่บ้าง (ไม่กล้าไปที่คนเยอะๆ ระวังการใช้จ่าย) รวมถึงการมีข้อจำกัดด้านการเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว ที่จำกัดปริมาณคนในแต่ละครั้งและต้องใช้บัตรประชาชนในการจองและซื้อตั๋ว หากจะให้ทุกอย่างกลับมา 100 เปอร์เซ็นต์ อาจจะต้องรอ 1-2ปีหลังจากนี้ไป

ส่วนการไปเที่ยวประเทศไทยของนักท่องเที่ยวจีน ผู้เขียนมองว่าในช่วงระยะสั้นนี้ยังไม่สดใสเท่าใดนัก จีนเองยังคงเข้มงวดกับการเดินทางระหว่างประเทศอยู่ ดังนั้นผู้ประกอบการไทยที่เพิ่งพานักท่องเที่ยวจีนเป็นหลักควรต้องรีบปรับตัวและเตรียมแผนรับมือกันต่อไปค่ะ
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...