สื่อจีน ไชน่า เดลี่รายงาน (25 ก.พ.) การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ซึ่งเชื่อกันอย่างกว้างขวางว่ามาจากสัตว์ป่า ทำให้สภานิติบัญญัติจีนตัดสินใจลงดาบห้ามการกินสัตว์ป่าทั่วประเทศอย่างสมบูรณ์
ในวันจันทร์(24 ก.พ.) คณะกรรมาธิการประจำแห่งสภาผู้แทนประชาชนจีน หรือเอ็นพีซียังได้ตัดสินเลื่อนการประชุมเต็มคณะของสภาเอ็นพีซี ซึ่งจัดเป็นประจำปีโดยเริ่มจากวันที่ 5 มี.ค.
|
คณะกรรมาธิการประจำของเอ็นพีซีแจงอย่างชัดเจนว่ากฎหมายห้ามกินสัตว์ป่าฉบับใหม่นี้ ครอบคลุมสัตว์ป่าทุกชนิดที่อยู่ในรายชื่อสัตว์ที่ได้รับความคุ้มครองในกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า (Wild Animal Protection Law) ฉบับที่บังคับใช้อยู่ หรือกฎหมายอื่นๆ และสัตว์ป่าบกทุกชนิด รวมทั้งสัตว์ป่าในศูนย์เพาะเลี้ยงและฟาร์ม
กฎหมายห้ามกินสัตว์ป่าฉบับใหม่ซึ่งมีผลบังคับใช้ในทันที ได้ระบุบทลงโทษหนักสำหรับการล่า การค้า และการขนส่งสัตว์ป่าที่มีรายชื่อในกฎหมายคุ้มครองฯฉบับที่บังคับใช้อยู่ ทั้งนี้ การล่า การค้า และการขนส่งสัตว์ป่าบกที่มีจุดประสงค์เพื่อการบริโภคถือเป็น “ข้อห้ามใหม่”
หลี่ จ้านซู ประธานคณะกรรมาธิการประจำเอ็นพีซี กล่าวในวันจันทร์(24 ก.พ.) ว่ามาตรการป้องกันและงานควบคุมโรคระบาดไวรัสโคโรนาภายใต้การแนะแนวของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กำลังเกิดมรรคผล สำหรับการตัดสินใจล่าสุดของสภานิติบัญญัตินี้จะช่วยส่งเสริมสุขภาพและชีวิตประชาชน
จากข้อมูลนับถึงวันจันทร์(23 ก.พ.) ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจีนแผ่นดินใหญ่ มีจำนวนเท่ากับ 77,785 คน และจำนวนผู้เสียชีวิต เท่ากับ 2,666 คน
อุตสาหกรรมการค้าและการบริโภคสัตว์ป่ามีมูลค่า 520 พันล้านหยวน (74 พันล้านเหรียญสหรัฐ) และมีการจ้างคนงานในอุตสาหกรรมดังกล่าว กว่า 14 ล้านคน ทั้งนี้จากรายงานข่าวของสื่อในฮ่องกง เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ เผยโดยอ้างอิงรายงานปี 2017 ของ Chinese Academy of Engineering ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รัฐบาลจีนให้การสนับสนุน
เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ ระบุว่ากฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าฉบับที่บังคับใช้ในปัจจุบันซึ่งสภาฯรับรองเมื่อปี 1989 ครอบคลุมการอนุรักษ์ การค้า และการใช้ประโยชน์ แต่ก็ยังเต็มไปด้วยช่องโหว่เนื่องจากยังอนุญาตการบริโภคสัตว์ป่า และการเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์