xs
xsm
sm
md
lg

อี-คอมเมิร์ซจีนผงาด! “อาลีบาบา” เข้าตลาดวันแรกปิด $93.89 มูลค่ามากกว่า “อะเมซอน-อีเบย์” รวมกัน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

แจ็ค หม่า ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานผู้บริหารของอาลีบาบาวัย 49 ปี (ภาพเอพี)
ไชน่าเดลี/ASTVผู้จัดการ – หุ้นอาลีบาบา (BABA) เปิดตัววันแรกในตลาดหุ้นนิวยอร์กอย่างสวยงาม ปิดที่ราคา $93.89 จากราคาไอพีโอ $68 มูลค่าแซงอะเมซอน-อีเบย์รวมกัน เปิดศักราชใหม่บริษัทจีน กลายเป็นธุรกิจอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่ที่สองของโลก รองเพียงแค่กูเกิล นักวิเคราะห์ชี้อี-คอมเมิร์ซสหรัฐฯ มีทั้งได้และเสีย

วานนี้ (19 ก.ย.) ตามเวลาในสหรัฐฯ กลุ่มอาลีบาบา โฮลดิ้ง เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของโลกสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ด้วยราคาเปิดสูงถึง 92.70 เหรียญสหรัฐฯ หรือสูงกว่าราคาที่เสนอขายเป็นครั้งแรกที่ 68 เหรียญสหรัฐฯ ถึงร้อยละ 40 ทำให้มูลค่าของอาลีบาบานั้นแซงยักษ์ใหญ่ในโลกอินเทอร์เน็ตอย่างเฟซบุ๊กไปตั้งแต่วันแรกที่ทำการซื้อขายในตลาด

ขณะนี้อาลีบาบามีมูลค่ามากถึง 231,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 7.45 ล้านล้านบาท หรือเปรียบได้ว่าใหญ่กว่ายักษ์ใหญ่ด้านอี-คอมเมิร์ซของสหรัฐฯ อย่าง อะเมซอน และอีเบย์รวมกันเสียอีก นอกจากนี้ยังถือได้ว่าใหญ่เทียบยักษ์ใหญ่ระดับท็อป 10 ของดัชนีเอสแอนด์พี 500 อีกด้วย จากการอ้างอิงของบลูมเบิร์ก

การเสนอขายหุ้นไอพีโอในตลาดนิวยอร์กวานนื้ถือเป็นบทใหม่สำหรับบริษัทจีนที่มีอายุเพียง 15 ปี และถือเป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ขึ้นด้วย แจ็ค หม่า ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานผู้บริหารของอาลีบาบากล่าว

“หนทางข้างหน้าจะยากขึ้น เพราะสิ่งที่เราระดมขึ้นมานั้นมากกว่าเงิน เราได้ระดมความเชื่อมั่นของลูกค้าเข้ามาด้วย” หม่าผู้บริหารวัย 49 ปี ซึ่งในอดีตเคยประกอบอาชีพเป็นครูสอนภาษาอังกฤษระบุ และว่าการออกไอพีโอครั้งนี้ถือเป็นหลักไมล์สำคัญของบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง และแสดงให้เห็นถึงเรื่องราวความสำเร็จและการทำงานอย่างหนักของชาวอาลีบาบาตลอด 15 ปีที่ผ่านมา

“เราโชคดี โชคของเรามาจากลูกค้าของเรา อินเทอร์เน็ต และประเทศจีน (หมายถึงตลาดอี-คอมเมิร์ซในจีนที่เติบโตอย่างมาก) และเราก็สำนึกในความโชคดีเหล่านั้น” หม่ากล่าวก่อนเคาะระฆังเปิดตลาดตามประเพณี

ทั้งนี้หม่าให้ความสำคัญกับเหล่าลูกค้าของอาลีบาบาอย่างมาก โดยระบุว่าลูกค้าทำให้อาลีบาลามีวันนี้ ทำให้เขาเลือกลูกค้าจำนวน 8 คน ชาวจีน 7 คน และชาวอเมริกัน 1 คน เพื่อเป็นตัวแทนของบริษัทในการเคาะระฆังเปิดการซื้อขาย เพื่อแสดงความขอบคุณต่อพวกเขา

การพุ่งขึ้นของราคาหุ้นอาลีบาลาในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นที่คาดการณ์เอาไว้แล้วของผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงินจำนวนมาก แต่เมื่อการไอพีโอครั้งนี้ทำลายสถิติหลายอย่าง บริษัทก็มีความกดดันที่จะต้องทำให้การเติบโตครั้งนี้เป็นการเติบโตที่ยั่งยืน นายใหญ่ของอาลีบาบากล่าว

อย่างไรก็ตาม หลายคนก็ให้ความเห็นว่าอาลีบาบานั้นเป็นความสำเร็จเฉพาะตัวของบริษัทที่มาจากจีนเท่านั้น โดยความสำเร็จนี้มาจากวิสัยทัศน์ และความกล้าหาญของหม่าที่เข้มแข็งพอที่จะวิ่งไล่ตามความฝันอันยิ่งใหญ่

“โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าบริษัทมีจุดเริ่มต้นเล็กๆ ด้วยบริษัทอี-คอมเมิร์ซที่ก่อตั้งในปี 2542 ด้วยเงินทุนที่หม่าระดมมาเพียง 60,000 เหรียญสหรัฐฯ โดยขณะนั้นเขายังมีสถานะเป็นเพียงคุณครูเท่านั้น” ทิโมธี พี. สไปส์ ประธานบริษัทไอส์เนอร์แอมเพอร์ผู้ให้คำแนะนำด้านความมั่งคั่งส่วนบุคคลในนิวยอร์กระบุ และว่า “อาลีบาบามีสถานะที่มั่นคงในฐานะสัญลักษณ์ตัวแทนของเศรษฐกิจและเทคโนโลยีจากจีน ด้วยการระดมทุนได้ถึง 21,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯในการออกไอพีโอในสหรัฐฯ”

หม่ายังได้แสดงมุมมองของเขาต่อการที่บริษัทจีนจะกลายเป็นบริษัทชั้นนำของโลก โดยกล่าวว่า “มันไม่ใช่แค่การมีสถานะในตลาดต่างประเทศ แต่มันเรื่องของการมีแนวคิดที่เป็นสากล”

ขณะเดียวกันหม่าระบุว่า ลูกค้าที่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออาลีบาลา

แฟรงค์ ลาวิน ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซ Export Now แพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งช่วยผู้ผลิตและผู้กระจายสินค้าในอเมริกาให้ขายสินค้าไปยังจีน กล่าวถึงการออกไอพีโอของอาลีบาบาว่า เป็น “เรื่องราวการเติบโต” ที่ขยายไปกว้างไกลกว่าตลาดจีน

“อีเบย์และอะเมซอน เป็นบริษัทที่บุกมาหลายตลาดมาหลายปี ทว่าการออกไอพีโอครั้งนี้ทำให้อาลีบาบาแซงทั้งหมดขึ้นไปเป็นผู้นำ” ลาวินกล่าว และว่าเมื่อพิจารณาจากความใหญ่โตของตลาดสหรัฐฯ และจีนแล้ว บริษัทที่อยู่ในสองประเทศจีนจำเป็นที่จะต้องพัฒนาตัวเองให้เป็นบริษัทระดับโลก

ไมเคิล ทูดอร์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซริเพน ในนิวเจอร์ซีย์ กล่าวว่า ธุรกิจเอสเอ็มอีต่างมองอาลีบาบาเป็นทางลัดไปสู่ตลาดอี-คอมเมิร์ซที่ใหญ่โตมโหฬารของจีน

“ทีมอลล์ (Tmall) หนึ่งในเว็บไซต์ของกลุ่มอาลีบาลา มีจุดเด่นตรงที่เป็นตลาดออนไลน์ที่ค่อนข้างมีบรรยากาศเอื้ออำนวยหลายประการเช่น คิดค่านายหน้าในอัตราต่ำ และไม่ได้มีสินค้าของตัวเองมาขาย ไม่เหมือนกับอะเมซอน ขณะเดียวกัน Alibaba.com เองก็เป็นเว็บไซต์แบบ B2B ที่เชื่อมผู้ผลิตเข้ากับผู้ค้าปลีกทั่วโลก ไม่มีไซต์ไหนที่สามารถที่จะเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตและผู้ซื้อได้เลย” ทูดอร์วิเคราะห์

จากรายงานของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุ ปัจจุบันมีธุรกิจขนาดกลางและเล็กกว่า 10 ล้านแห่งในจีน ซึ่งธุรกิจเหล่านี้สร้างผลผลิตทางเศรษฐกิจให้จีนกว่าร้อยละ 60

“ตลาดอี-คอมเมิร์ซของจีนแสดงให้เห็นถึงโอกาสที่มหาศาลสำหรับผู้ค้าปลีกออนไลน์ในตะวันตก ผู้ค้าปลีกที่ฉลาดพอย่อมลงทุนเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าชาวจีนต่อไป” ทูดอร์กล่าวต่อ

ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงินบางส่วนก็แสดงความวิตกว่าขนาดการไอพีโอที่ใหญ่มหาศาลของอาลีบาบาจะทำให้ บริษัทจากจีนกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซใหญ่ๆ ของสหรัฐฯ อย่าง อะเมซอน และอีเบย์ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญอีกส่วนก็เชื่อว่าในระยะสั้นอี-คอมเมิร์ซของสหรัฐฯ จะไม่ได้รับผลกระทบอะไร

“เมื่อการออกไอพีโอของอาลีบาบาสำเร็จ พวกเขาต้องมุ่งเป้าไปที่การขยายตัวและเพิ่มขนาดของการค้าอี-คอมเมิร์ซในตลาดจีน ด้วยการปรับปรุงการขนส่งไปยังพื้นที่ห่างไกล ให้คนเหล่านั้นสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์ได้เพิ่มขึ้น” ทูดอร์กล่าว และว่า สิ่งนี้ถือเป็นข่าวดีของแบรนด์ระดับโลก และผู้ค้ารายย่อยของสหรัฐฯ ในการใช้อาลีบาบาเป็นช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าชาวจีน

“ในระยะเริ่มต้น จะยังไม่มีผลกระทบ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ถ้าอาลีบาบาสามารถให้บริการที่มีต้นทุนต่ำกว่า การเชื่อมโยงกับผู้ซื้อแบบใหม่ๆ ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ส่วนแบ่งการตลาดของอะเมซอน และอีเบย์ก็คงจะหดตัวลง” เคน วิซเนฟสกี ซีอีโอของเวบิแม็กซ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านอินเทอร์เน็ตวิเคราะห์

ขณะที่มาร์ค ออตโต หุ้นส่วนของ เจ สไตร์เชอร์ แอนด์ โค และผู้ค้าหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นนิวยอร์กกลับมองว่าการออกไอพีโอของอาลีบาบาจะส่งผลกระทบต่อบริษัทอี-คอมเมิร์ซในสหรัฐฯ เนื่องจากพ่อค้าจะมีทางเลือกในการลงทุนมากขึ้น เพื่อที่พวกเขาจะสามารถมีส่วนและเก็บเกี่ยวอะไรจากการเจริญเติบโตของจีนได้บ้าง

“มองไปข้างหน้า หากอาลีบาบาตัดสินใจที่จะขยับตัวเพื่อเพิ่มฐานลูกค้าตัวเอง และท้าทายต่อคู่แข่งในสหรัฐฯ โดยตรง ตอนนั้นผลกระทบน่าจะมากมายมหาศาล” ออตโตกล่าว

วานนี้หุ้นของกลุ่มอาลีบาบา (BABA) ในตลาดหุ้นนิวยอร์กราคาพุ่งขึ้นไปแตะ 98.89 เหรียญสหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 38.70 จากราคาไอพีโอที่ 68 เหรียญหสหรัฐฯ ก่อนปรับตัวลงมาปิดที่ราคา 93.89 เหรียญสหรัฐฯ หรือเปรียบได้ว่าอาลีบาบากลายเป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากกูเกิลเท่านั้น
ภาพเอพี
ภาพเอพี
ภาพเอพี
ภาพเอพี

กำลังโหลดความคิดเห็น