xs
xsm
sm
md
lg

จีน-สหรัฐฯ เปิดเวทีหารือยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ เคลียร์ประเด็นคาใจสองมหาอำนาจโลก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

นายจอห์น เคอร์รี่ (ซ้าย) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ และนายสี จิ้นผิง (ขวา) ประธานาธิบดีจีน ภายในงานเจรจาหารือเชิงยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจประจำปี ณ กรุงปักกิ่ง วันพุธที่ 9 ก.ค. (ภาพ เอเอฟพี)
เอเอฟพี - พญามังกรจับมือพญาอินทรีย์กางโต๊ะหารือประจำปี เร่งกระชับความสัมพันธ์สองประเทศ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การค้า สิ่งแวดล้อม ความมั่นคงในภูมิภาค และความปลอดภัยบนโลกออนไลน์

จีนและสหรัฐฯ เปิด “การเจรจาหารือเชิงยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ” (Strategic and Economic Dialogue) ครั้งที่ 6 อันเป็นเวทีพูดคุยระดับสูงของสองประเทศที่จัดขึ้นทุกปี ในวันพุธ (9 ก.ค.) ที่ผ่านมา ณ นครหลวงปักกิ่ง โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดงานซึ่งมีระยะเวลาสองวันด้วย

“เพราะความแตกต่างทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมประเพณี เป็นธรรมดาที่จีนและสหรัฐฯ จะมีมุมมองและทัศนคติในบางเรื่องที่ไม่ตรงลงรอยกัน”

“ด้วยเหตุนี้การสื่อสารและการร่วมมือกันจึงมีความสำคัญจำเป็นมากขึ้น” ผู้นำจีนเผย “ทั้งสองฝ่ายควรยืนหยัดร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์ของเราที่เชื่อมโยงถึงกันมากกว่าในอดีตที่แล้วมา”

“หากเราเลือกปะทะกันแน่นอนว่ามันจะสร้างหายนะให้กับทั้งเราและโลก ถึงเวลาที่ควรโละทิ้งการเผชิญหน้าแบบเก่าๆ ไปให้หมด”

ทั้งนี้ เวทีหารือระหว่างมหาอำนาจทั้งสองเกิดขึ้นขณะความตึงเครียดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะการปะทะกันทางทะเลระหว่างจีนกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งความกังวลของสหรัฐฯ ในเรื่องความปลอดภัยและการแอบเจาะล้วงความลับบนโลกไซเบอร์

ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ กล่าวผ่านแถลงการณ์ที่ส่งมาในงานนี้ว่า “สหรัฐฯ และจีน ย่อมอาจไม่เห็นพ้องต้องกันในทุกประเด็นได้เสมอไป”

“เป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องปรับปรุงความสัมพันธ์เพื่อเผชิญความท้าทาย ความรับผิดชอบ และการดำรงผลประโยชน์ร่วมกัน ในขณะที่เราก็ชี้ให้เห็นความแตกต่างของกันและกันอย่างตรงไปตรงมา” ผู้นำสหรัฐฯ ระบุ

อนึ่ง กำหนดการของวันพุธที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายจะพูดคุยเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก โดยจีนและสหรัฐฯ ซึ่งต่างเป็นผู้ปล่อยก๊าซมลพิษรายใหญ่สุดของโลก ได้ตกลงจะดำเนินโครงการนำร่อง 8 โครงการ เพื่อมุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศอันเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน

“ประชาชนทั่วโลกล้วนอยากเห็นการปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรม” นายจอห์น เคอร์รี่ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ผู้นำคณะตัวแทนจากวอชิงตันกล่าว “วิกฤตสภาพอากาศไม่มีเขตแดนตายตัว มันส่งผลกระทบทั่วทั้งโลก”

นายทอดด์ สเทิร์น ตัวแทนพิเศษด้านปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงจากสหรัฐฯ กล่าวว่า จีนและอเมริกาได้พูดคุยกันแล้ว ก่อนการประชุมขององค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น (UN) ณ กรุงปารีส ในปีหน้า ที่เตรียมตั้งเป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกครั้งใหม่สำหรับหลังปี 2563 เป็นต้นไป

“มันสำคัญมากที่จีนจะเล่นบทบาทหลักในการลดการปล่อยก๊าซฯ” โดนสเทิร์นย้ำว่า ตอนนี้จีนกลายเป็นผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกราวหนึ่งในสี่ของโลกแล้ว และกำลังจะแซงสหรัฐฯ ขึ้นไปสองเท่าในปี 2563 อีกด้วย

ทางด้าน เซี่ย เจิ้นหวา รองประธานคณะกรรมการปฏิรูปและพัฒนาแห่งชาติของจีน บอกกับนักข่าวว่า ปักกิ่งเองก็กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อตอบสนองเป้าหมายของการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเช่นกัน

อย่างไรก็ดี จีนยืนกรานมาตลอดว่ายังคงเป็น ‘ประเทศกำลังพัฒนา’ และไม่ควรต้องรับภาระการลดก๊าซเรือนกระจกเหมือนกับประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ แม้ว่าเศรษฐกิจจะทะยานเป็นมหาอำนาจของโลกก็ตาม

จอห์น เคอร์รี่ ยังพยายามผ่อนคลายความกังวลของจีนต่อสหรัฐฯ ในคำกล่าวหาว่า สหรัฐฯ กำลังหาทางควบคุมจีน โดยยืนยันว่า “สหรัฐอเมริกาไม่ได้พยายามจำกัดยับยั้งจีนแต่อย่างใด”

“เรายินดีต้อนรับจีนที่เจริญก้าวหน้า มั่นคง และสงบสันติ พร้อมมีส่วนรับผิดชอบเสถียรภาพและการพัฒนาของภูมิภาค ตลอดจนดำเนินบทบาทที่เชื่อถือได้ในกิจการโลก” เขากล่าว

นอกจากนั้น รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ชักชวนจีนให้ฟื้นฟูคณะทำงานร่วมด้านความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ เพื่อจัดตั้งกฎข้อบังคับสำหรับการใช้และการป้องกันอินเทอร์เน็ตกลับมาอีกด้วย โดยก่อนหน้านี้จีนได้ยกเลิกการร่วมมือดังกล่าวไปหลังจากสหรัฐฯ ฟ้องร้องเจ้าหน้าที่กองทัพจีนในข้อกล่าวหาเจาะระบบข้อมูลของบริษัทธุรกิจสัญชาติอเมริกัน

ในปี 2557 นี้ ความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-สหรัฐอเมริกาจะก้าวเดินมาครบ 35 ปี โดยมูลค่าการค้าระหว่างสองยักษ์ใหญ่นี้ ก็ได้พุ่งเกินกว่า 520,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 17 ล้านล้านบาทในปีก่อน ซึ่งเทียบเป็นจำนวนหนึ่งในสี่ของมูลค่าการค้าทั้งหมดทั่วโลกเลยทีเดียว

กำลังโหลดความคิดเห็น